บทที่ 21 ตอน Twenty-first Time
"ข้าว่าพวกเรามารับประทานกันเถอะ" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังบอกเพื่อหยุดเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งหมด แตไม่คิดจะถามอีกฝ่ายเลยว่าจะกินอาหารในสภาพที่อยู่บนตักอีกคนได้ไหม ช่างเป็นมื้ออาหารที่อีกคนหวงยังกับอะไรดี กับอีกคนที่ชอบยั่วโมโหเสียทุกครั้งที่เจอกัน
ริคพยายามกินข้าวให้หมดเร็วที่สุดเพื่อที่จะหนีออกจากสถานการณ์ตรงนี้ ช่างดูน่ารักเสียจนคีย์เผลอแกล้งไปจนได้ มือหนาเลยอุ้มให้คนที่เด็กกว่านั่งกินข้าวต่างหากแทน ไม่อย่างนั้นแก้มทั้งสองข้างต้องระเบิดออกมาเพราะความเขินตายอย่างแน่นอน ช่วงระยะเวลาที่มีชีวิตก็น้อยแล้วอย่าเพิ่งรีบเป็นอะไรไปตอนนี้เลย ท่านโหราจารย์บอกว่าเด็กคนนี้ถูกส่งมาเป็นเนื้อคู่ของข้า
แต่ทำไมถึงได้เนื้อหอมกับคนนั้นคนนี้ไปทั่วทั้งที่เป็นผู้ชายกัน ตอนที่ส่งคนไปสอบถามเรื่องนี้มาดันได้ความว่าเป็นเนื้อคู่แน่นอนไม่ผิดคน แต่เรื่องนิสัยใจคอของเด็กคนนี้ไม่เหมือนมนุษย์คนอื่นในจักรวรรดิ ไม่แปลกที่จะเป็นที่สะดุดตาสะดุดใจของใครหลายคน แถมท่านแม่ยังไปเปิดโอกาสให้คนอื่นอีกถ้าไม่รีบทำคะแนนมีหวังแพ้แน่
"ท่านพี่คิดอะไรอยู่เหรอพะยะค่ะ อาหารไม่อร่อยเหรอ" มือขาวจับใบหน้าคมคายแล้วถามด้วยความสงสัย เรื่องกลุ้มใจแบบไหนกันที่ทำให้คีย์ถึงเป็นแบบนี้ ปกติเขาจะสุขุม รอบคอบกว่านี้ ไม่แสดงท่าทีและเก็บอาการมากกว่านี้
"เดี๋ยวกลับไปคุยกันที่บ้านนะ วันนี้ข้าจะพากระรอกน้อยกลับแล้ว"
"เจ้าเองก็เหมือนกัน อย่ามายุ่งกับว่าที่คู่หมั้นของข้า เทรเลอร์"
"ไม่น่ามีปัญหาอะไรแล้ว กลับกันเถอะกระรอกน้อย"
"พะยะค่ะ ท่านพี่"
น่าแปลกใจนักที่เจ้านายของเขายอมปล่อยให้องค์รัชทายาทและบุตรบุญธรรมของตระกูลริคจากไปโดยง่าย หมายความว่ายังไงกันแน่ มีแผนอะไรในใจหรือเปล่าถึงได้ทำแบบนี้
"คุณชายเทรเลอร์ขอรับ ทำไมถึงปล่อยสองคนนั้นไปง่ายๆ"
"ไม่ทราบว่ามีแผนอะไรในใจหรือเปล่าขอรับ"
"ข้าไม่มีแผนอะไรในใจเลย ชาร์ที" เพราะว่าแผนมันน่าจะเริ่มต่อจากนี้ไปต่างหากล่ะ พอเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงได้เนื้อหอมแบบนี้ ท่าทางแบบนั้นใครก็อยากปราบพยศกันทั้งนั้น แถมท่าทีสดใส อ่อนหวาน ไม่ได้เสแสร้งนั่นอีก อยากจะแกล้งให้ร้องไห้หนักๆแล้วมาปลอบทีหลังชะมัด
"ข้าอยากเข้าเฝ้าท่านจักรพรรดิ ไปวังหลวงกัน"
"ขอรับ"
ตอนแรกเขานึกว่าคีย์เอารถม้าหรือรถค้างคาวมาแต่ปรากฏว่าดันบินมาด้วยปีกของตนเอง ทำให้ขากลับตอนกลับไปโดยที่ถูกอุ้มอยู่แบบนี้จะขยับหนีก็ไม่ได้ แต่ถ้าไม่มีคีย์พากลับมาก็คงไม่เห็นวิวอะไรที่สวยขนาดนี้ ไม่สามารถมองท้องฟ้าโดยไม่กลัวตกได้แบบนี้ บางทีมีแฟนเป็นแวมไพร์อาจจะเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ บรรยากาศของจักรวรรดิก็ไม่ใช่ว่าจะโบราณไปซะทีเดียว แต่ว่าตนเองมีพละกำลังเหนือธรรมชาติเลยไม่ได้คิดเรื่องที่มนุษย์ทั่วไปเขาทำกันมากกว่า
"แลดูอารมณ์ดีนะ มีอะไรหรือเปล่า" เสียงทุ้มต่ำถามสวนกระแสลมที่โต้ไปมาระหว่างบินกลับ ซึ่งต้องเปล่งเสียงมากกว่าเดิม
"ไม่เคยมองเห็นอะไรแบบนี้บนท้องฟ้าครับ เพราะมนุษย์ไม่มีปีกแบบนี้"
"งั้นให้บินช้ากว่านี้ไหม"
"ไม่เป็นไรพะยะค่ะ หม่อมฉันหนาว"
"อืม"
ทุกคนรีบต้อนรับกันอย่างว่องไวเนื่องจากคิดว่าจะมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นเสียอีก จะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตไปเสียแล้ว เมล์ส่งจดหมายแจ้งวังหลวงว่าสามารถเดินทางได้ในวันรุ่งขึ้น เนื่องจากเหตุโดนลอบทำร้ายโดยที่ยังไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใครแต่คุณชายคนโตของตระกูลสวิตมาช่วยเอาไว้ได้ทัน ทำให้คุณชายตระกูลริคไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากนัก
"กลับถึงวังหลวงเมื่อไหร่ ฉันจะต้องเล่นงานพวกมันแน่"
"ว่าอะไรนะครับ"
"ไม่มีอะไรหรอก กระรอกน้อยคงเหนื่อยแล้ว"
"เดี๋ยวข้าให้คนพาไปอาบน้ำแล้วเข้านอนเลย"
"พะยะค่ะ ฝันดี"
"ฝันดี"
แกร๊ก!
เขารู้ว่าผู้เป็นนายคงไม่อยากให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าชีวิตเริ่มไม่ปลอดภัยตั้งแต่เข้ามายังโลกนี้ หมายความว่าจะให้ค่อยๆ เรียนรู้ไปสินะ แต่ยังไงที่นี่ก็ไม่ได้มีไว้ให้คนอ่อนแอแบบนั้น มนุษย์ยังไงก็ต้องไม่ได้รับการยอมรับอยู่ดี องค์รัชทายาทจำเป็นต้องมีแผนรับมือเอาไว้ ฝ่ายคัดค้านมีมากกว่าฝ่ายสนับสนุนอย่างแน่นอน ขนาดองค์ชายแฝดปล่อยข่าวลือออกไป ยังมีจดหมายไม่เห็นด้วยมากมายถูกส่งเข้าวังหลวงไม่ขาดสาย
จะต้องมีวิธีหยุดยั้งและให้ทุกคนเริ่มยอมรับคุณชายริค ก่อนที่จะเกิดเรื่องร้ายแรงไปมากกว่านี้ แถมยังจับไม่ได้เลยว่าใครเป็นตัวการในเรื่องนี้ คนทำจะต้องรู้กำหนดการอยู่แล้วว่าพวกเราจะเข้าวังหลวงวันไหน ถึงได้มาดักรอลอบทำร้ายกันแบบนี้ ไม่รู้บ้างหรือไงว่าการทำแบบนี้เท่ากับก่อกบฏกันชัดๆ วิธีไหนที่จะหยุดยั้งได้กัน ทำแบบไหนได้บ้าง
"นานมากแล้วพะยะค่ะที่รัชทายาทคิดมากแบบนี้ คุณชายริคคงจะมีอิทธิพลมากจริงๆ" นานมากแล้วที่ไม่ได้เห็นเจ้านายของตนเองเป็นแบบนี้ สมัยก่อนจะบอกว่าเพรียมพร้อมไปทุกอย่างก็ไม่แปลกแต่ความเย็นชา เข้าถึงยากนั้นไม่แพ้ใครเลย ตอนนี้ดูเข้าถึงง่ายและเป็นกันเองกว่าแต่ก่อน
ถ้าเมล์ออกปากมาแบบนี้หมายความว่าข้าน่าจะไปเปลี่ยนไปอย่างที่พูดจริงๆ ลองหาวิธีรับมือสถานการณ์ดูก่อนดีกว่า ส่วนเรื่องอื่นค่อยแก้ปัญหากันทีหลัง
"กำหนดการเดินทางเข้าวังหลวงไปพรุ่งนี้เช้าเลย จะได้ทำอะไรให้มันถูกต้องเสียที"
"ทำให้ถูกต้อง หมายความว่ายังไงขอรับ"
"ประกาศว่ากระรอกน้อยคือลูกชายบุญธรรมของตระกูลริค และจะประกาศว่าเป็นว่าที่คู่หมั้นของข้า"
อยากจะรู้นักว่าเจ้าพวกนั้นจะดิ้นรนยังไงถึงจะมาแย่งไปได้ มนุษย์แค่คนเดียวไปหาเอาในจักรวรรดิก็ได้ ทำไมถึงอยากมายุ่งกับคนของข้านัก รู้ไหมว่าเด็กคนนี้ไม่ได้เกิดจากที่นี่ ขืนปล่อยไปมีหวังความลับภายในต้องรั่วไหลออกไปเป็นแน่ รูปร่างหน้าตาช่างละหม้ายคล้ายสหายของข้ายิ่งนัก สมแล้วที่เป็นตาหลานกัน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อาศัยอยู่ในวังของตนเอง เดินทางมาต่างเมืองแบบนี้แต่งานการก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จำใจต้องหอบมาทำงานนอกสถานที่ด้วย
