บทที่ 20 ตอน Twenty Time
"งั้นกระรอกน้อยก็ทำเมนูแบบที่เคยทำให้ข้ากินกับมาร์แชลดีไหม หรือมีเมนูอื่นที่ทำได้" คีย์นึกขึ้นได้ว่ามีบางเมนูที่คนอายุน้อยกว่าพอทำได้
"มันก็ยังไม่ใช่อาหารจานหลักพะยะค่ะ เอาเป็นว่าจะทำชิฟฟอนเค้กรสช็อกโกแลตชิฟ แล้วทางท่านก็ทำอาหารจานหลักเหมือนเดิม แบบนี้ดีไหมครับ" ริคตัดสินใจใช้ข้อสรุปในที่สุดแล้วเดินตรงไปยังห้องครัวทันที ทิ้งไว้ให้เหล่าแวมไพร์ทำสงครามกันต่อไป
"เจ้ามีแผนอะไรในใจ เทรเลอร์" คีย์ไม่รอช้าเปิดประเด็นทันที
"ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ข้าก็แค่เริ่มสนใจมนุษย์ผู้นั้นเท่านั้นเอง" เทรเลอร์โต้ตอบอย่างที่ตนเองต้องการทันที
"เจ้าเกลียดมนุษย์ขนาดนี้ แม้แต่ในส่วนที่เจ้าปกครองยังไม่เคยไปเยี่ยมประชาชนที่เป็นมนุษย์"
"แล้วจะมาสนใจมนุษย์อะไรตอนนี้"
"ความถือดีนั้นมันทำให้ข้าอยากครอบครองเขา" เทรเลอร์บอกพลางฉายแววตาสีแดงฉานของสัญชาติญาณดิบทันที ไม่เคยมีใครขัดขืนเขาแม้แต่วินาทีสุดท้ายของชีวิตนอกจากเด็กคนนี้ ไหนจะกลิ่นเลือดที่หอมหวานชวนติดลิ้นอีก
"กระรอกน้อยเป็นของข้า เจ้าไม่มีสิทธิมาแตะต้อง"
"ข่าววงในบอกมาว่าคุณชายริคยังไม่ได้ตอบตกลงหมั้นกับใคร ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน"
"เจ้า!"
ผัวะ!
"โอ๊ย! นี่เจ้ามาตบหัวข้าทำไมเนี่ยเมล์" คีย์ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ไม่รู้ตกลงใครเป็นนายใครเป็นบ่าวกันแน่ บางทีเขาเองก็สับสนเหมือนกัน
"หม่อมฉันบอกแล้วว่ารัชทายาทจะต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่ทำตัวขาดสติเวลาคุณชายริคไม่อยู่แบบนี้ แล้วต่อไปจะเป็นสามีที่ดีได้อย่างไรกัน"
"หึ! นี่สินะ สิ่งที่ตระกูลรับใช้อื่นไม่มี" เทรเลอร์บอกพลางยิ้มมุมปาก สิ่งที่ตระกูลโฟลช์มีแต่ตระกูลอื่นไม่มีก็คือความกล้าหาญที่จะตักเตือนผู้เป็นนายของตนเองโดยไม่เกรงกลัวว่าจะถูกลงโทษหากสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องตามขนบธรรมเนียมของจักรวรรดิ
ห้องครัวของทุกตระกูลไม่ได้มีความแตกต่างกันมากมายนัก ทั้งขนาดและอุปกรณ์ในการทำอาหารมีมากพอที่จะทำให้พ่อครัวเกินสิบคนทำแล้วไม่ต้องยืมอุปกรณ์กันเลยสักนิดเดียว ช่วงขาเรียวเดินหาวัตถุดิบต่างๆ ที่ต้องใช้ด้วยตนเองโดยไม่ได้ถามใครเลยสักคนจนชาร์ทีแปลกใจว่ามนุษย์ของจักรวรรดิไม่ได้รับอนุญาตให้อ่านภาษาของปีศาจแบบพวกเราแล้วทำไมเด็กคนนี้ถึงอ่านออก
ไม่ได้อ่านออกธรรมดาดูเหมือนจะคล่องตัวมากกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก ทั้งท่วงท่าในการทำ วิธีการหยิบจับ มันเหมือนคนที่เคยทำมาตั้งแต่เด็กจนเคยชิน ไม่ใช่ฝีมือของพวกสมัครเล่นชัดๆ องค์รัชทายาทไปเจอเด็กคนนี้มาที่ไหนกันแน่ เรื่องราวมันชักจะน่าสงสัยเข้าไปทุกที่ ตอนที่ให้คนไปตามสืบมาก็ไปจบที่องค์จักรพรรดินี ซึ่งแน่นอนว่าข้อมูลตันไม่ได้อะไรเพิ่มเติม
ไม่มีใครกล้าเอาชีวิตของตนเองไปเสี่ยงเด็ดขาด หากเรื่องนี้องค์จักรพรรดินีมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแล้วล่ะก็...จะต้องเป็นคนที่ถูกใจไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว แต่มันก็แปลได้หลายความหมายทั้งในทางที่ดีที่อยากปกป้อง ในทางตรงกันข้ามคือเก็บไว้เล่นงานคนเดียวและจะไม่มีใครช่วยได้เลยแม้แต่องค์จักรพรรดิก็ตาม
"ชิฟฟอนเค้กช็อกโกแลตชิฟมาแล้ว ข้าทำเผื่อทุกคนด้วย หยิบกินในครัวได้เลยนะ" เสียงหวานบอกพลางส่งยิ้มหวานให้กับทุกคนในห้องอาหาร ความเป็นกันเองนี้ทำให้ทุกคนตกหลุมรักโดยเจ้าตัวไม่รู้ตัวเลยสักนิด
กระรอกน้อยของเขาจะเนื้อหอมมากเกินไปแล้วนะ ขนาดเป็นผู้ชายยังขนาดนี้แล้วถ้าเป็นผู้หญิงเขาไม่เป็นบ้าตายเหรอ
เทรเลอร์ไม่เคยเจอผู้ชายที่ไหนนอกจากจะหน้าหวานแล้วยังจะยิ้มหวานขนาดนี้ มีฝีมืองานบ้านงานเรือน กิริยาท่าทางไม่ยอมใคร พอเข้าใจแล้วว่าทำไมรัชทายาทถึงหวงนัก จากข่าวที่ได้ยินมามีคุณชายตระกูลขุนนางตกหลุมรักเหมือนกัน แบบจะลงสนามไปด้วยดีไหมนะ
"คุณชายริค"
"ครับ" ซวยแล้วไง! เผลอขานรับแบบมนุษย์ไปแล้ว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจที่ตนเองพูดผิดออกไป ซึ่งสำหรับจักรวรรดิแล้วคำพูดพวกนี้ถูกใช้กันในหมู่มนุษย์มากกว่าแวมไพร์ ขานรับผิดแบบนี้แปลว่าต้องเคยชินกับการคุยกับใครสักคนและคงหนีไม่พ้นรัชทายาทเป็นแน่
"หึ! คำขานรับน่ารักดีนะ ข้าชักถูกใจเจ้าซะแล้วสิ" เทรเลอร์บอกด้วยสีหน้าพึงพอใจ ปกติเขาไม่สนใจมนุษย์นอกจากเวลาที่ได้ดื่มเลือดที่ได้มาจากการบริจาคของเหล่าบริวารในเขตปกครองของตนเอง นอกนั้นก็มีอายุสั้นไม่ได้น่าสนใจเท่าไหร่นัก แต่ไม่ใช่สำหรับเด็กคนนี้ถึงจะมีอายุที่สั้นแต่ก็อยากจะดูแลสักครั้ง ลองถนอมใครไว้สักคนก็น่าจะดีไม่น้อย
"พูดแบบนี้เจ้าหมายความว่ายังไง เทรเลอร์" ถึงคีย์จะรู้คำตอบของความหมายนั่นอยู่แล้วแต่ต้องการให้พูดให้กระจ่างมากกว่านี้
"ถูกใจหมายถึงชอบ เป็นเพื่อนกันได้นะครับ" ริคบอกพลางยื่นมือออกไป ถึงจะหยาบคายไปบ้างแต่ถ้าเป็นเพื่อนกันก็ได้อยู่
"ไม่ได้หรอกคนสวย ข้าไม่ได้อยากเป็นเพื่อนเจ้า"
"อ้าว! แล้วจะเป็นอะไรกันล่ะครับ คนรู้จักเหรอ"
"หึ! เป็นคนรักของเจ้าต่างหากล่ะ" สิ้นสุดคำตอบของเทรเลอร์ ใบหน้าหวานมีสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ร่างของแวมไพร์หนุ่มเข้ามาใกล้ในระยะประชิดดึงตัวร่างสูงโปร่งที่ไม่ทันระวังตัวให้เข้าใกล้มากกว่าเดิม ริมฝีปากเย็นแตะเบาๆ เข้าที่แก้มนวลทำให้ขึ้นสีมากกว่าเดิม
จุ๊บ!
"ท่านสวิต ท่านจะทำแบบนี้กับข้าไม่ได้" ริครีบขยับตัวหนีอีกฝ่ายทันทีที่รู้สึกตัวด้วยความที่ตัวเล็กกว่าทำให้ขยับหนีได้ไม่ไกลเท่าไหร่นักเพราะความไวมันต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่มือหนามาฉุดให้ไปนั่งตักของตนเองแทนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก
