บทที่ 10 ตอน Ten Time
"หรือว่าจะทำงานในส่วนห้องเครื่องของทางพระราชวังหลวงดีไหมคุณชายจีน รับหน้าที่ดูแลเครื่องเคียงที่เหมาะสมสำหรับอาหารในแต่ละมื้อ และจัดให้เป็นอาหารหลวงในราชพิธีแบบนี้ดูเป็นยังไง" มาร์แชลถามเหมือนกันแต่เป็นหน้าที่คนละอย่างกัน เพราะว่าถ้าให้จีนออกไปข้างนอกก็เกรงว่าจะมีคนมาหลงรักเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมน่ะสิ แค่ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะสู้ได้ไหมเลย
"ตอนนี้ผมว่ารับประทานอาหารกันก่อนดีกว่าครับ เรื่องอื่นผมยังไม่ได้ตัดสินใจอะไร เพราะว่าถ้าเทียบเรื่องอายุแล้ว ผมเองก็เพิ่งจะขึ้นม.ปลายเองครับ ยังเรียนไม่จบเลยด้วยซ้ำ" เขาพูดพลางคิดไปด้วยว่าที่เขามาถึงที่นี่มันเพราะเหตุบังเอิญ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะกลับบ้านยังไง แต่ในเมื่อมาอยู่แล้วก็มีแต่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับที่นี่เท่านั้นล่ะนะ
เสียงนกสื่อสารบินเข้าวังหลวงมายังห้องอาหารที่ทุกคนกำลังรับประทานกันอยู่ ขาทั้งสองข้างหย่อนจดหมายลงที่ตักของมาร์แชลอย่างพอดิบพอดี มือหนาเปิดอ่านจดหมายด้วยท่าทีปกติแต่เนื้อหาความในจดหมายนั้นทำให้เขาถึงกับต้องกุมขมับเพราะเนื้อหาของมันไม่สู้ดีนัก
"คุณชายจีน ข้าว่าข้าคงต้องรีบกลับแล้วล่ะ" มาร์แชลบอกด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดแตกต่างจากท่าทีที่เล่นของเจ้าตัวในตอนแรกมากนัก
"มีอะไรหรือเปล่ามาร์แชล" คีย์ถามด้วยความสงสัย
"มีอะไรหรือเปล่าครับคุณบลัฟ ยังกินไปนิดเดียวเองนะครับ" เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ยังไงบลัฟเฟอร์ก็ถือว่าเป็นแวมไพร์ที่ไว้ใจได้ในความคิดของเขา
"หมู่บ้านบนเขาทางใต้ที่ผมดูแลอยู่น้ำจะท่วมครับ และท่วมเป็นวงกว้างด้วย" มาร์แชลพยายามสกัดกั้นอารมณ์ไม่ให้ใจร้อนเพราะความเป็นห่วงประชาชนของเขา
"รีบเดินทางเลยไหม เดี๋ยวข้าเรียกเมล์ให้เลย" คีย์ถามเพราะว่ามาร์แชลจำเป็นต้องมีคนช่วยในการเดินทาง
"ข้าคิดว่าข้าจะรีบเดินทางตอนนี้เลย"
"ถึงแวมไพร์จะบินได้แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปทั้งที่ไม่ได้เตรียมการอะไรแบบนี้ โรงเรียนไม่ได้สอนให้เจ้ารู้จักควบคุมสติหรอกเหรอ ได้ข่าวว่าเป็นนักเรียนดีเด่นของรุ่นนะ อย่าลืมสิ่งที่เรียนมา หรือว่าเจ้าเรียนจบมานานเกินไปจนลืมมัน" คีย์เริ่มเตือนทันทีเพราะเหมือนว่าคุณชายแห่งมาร์แชลจะลืมสิ่งสำคัญไปเสียแล้ว
"เดี๋ยวผมไปด้วยครับ รอเก็บของแล้วเดี๋ยวจะห่อให้เลย" พูดไม่ทันขาดคำ มือขาวรวบของกินทั้งหมดใส่รถเข็นแล้วกระตุกผ้าปูเพื่อให้อุปกรณ์การกินทั้งหมดไหลลงมาทางเดียวกันเพื่อง่ายต่อการเก็บ พลางเอี้ยวตัวไปรับแจกันที่ลอยขึ้นฟ้าแล้ววางที่โต๊ะเหมือนว่าเคยทำอยู่แล้ว เท้าข้างหนึ่งยกขึ้นบนรถเข็นอาหาร อีกข้างหนึ่งยันที่พื้นแล้วออกแรงถีบเพื่อให้ถึงห้องครัวให้เร็วที่สุด ทั้งคีย์และมาร์แชลตกตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะสามารถทำอะไรรวดเร็วแบบนี้ได้
"เมื่อกี้รัชทายาทเห็นเหมือนที่ข้าเห็นไหม" มาร์แชลถามเพื่อเรียกความมั่นใจให้กับสายตาของตนเองอีกครั้ง
"เห็นสิ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ถือว่าโชคดีมากที่มีอายุยืนยาวแบบนี้" คีย์ตอบพลางมองตามด้วยรอยยิ้ม ดูจากพฤติกรรมของกระรอกน้อยแล้วน่าจะคล่องตัวในการเก็บของอย่างเร็วเหมือนที่เคยทำตามกิจการของที่บ้านอย่างแน่นอน ชักจะสงสารเสียแล้วที่ไม่ได้พบกับครอบครัวอีก
"แต่ว่าเมื่อกี้เหมือนคุณชายจีนพูดว่าจะไปด้วยเลยนี่ รัชทายาทยอมเหรอ"
"ข้าก็แค่ตามไปด้วย ก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน"
"ดูจากสายตาแล้วเหมือนจะมีอะไรให้คิดนะ"
"ไม่รีบแล้วเหรอ ไปเก็บของดีกว่าไหม"
"นั่นสิ ข้าไปก่อนนะ"
ทั้งสามคนต่างแยกย้ายไปเก็บของตนเองรวมถึงคีย์ก็ไปปลุกเมล์ให้รีบตามไปกับเขาด้วย ยังไงไปสองคนดีกว่าคนเดียว เผื่อมีเหตุการณ์อะไรไม่น่าไว้ใจจะได้ช่วยเหลือกันทัน เพราะว่ากลิ่นเลือดของกระรอกน้อยไม่ได้หอมธรรมดา แต่มันหวานเสียจนใครอยู่ใกล้ๆ ก็อยากฝังคมเขี้ยวกันทั้งนั้น ขนาดเขาที่ว่าอดทนเก่งยังอยากจะกัดคอสักครั้งเลย
ของกินที่ถูกห่อเป็นอย่างดีถูกแจกจ่ายให้กับคนที่อยู่ภายในรถม้าทั้งหมด แม้แต่เมล์เองร่างบางก็ไม่ลืมที่จะทำอะไรง่ายๆ ให้กินรองท้องไประหว่างด้วย
"คุณชายจีนเก่งมากเลย สามารถทำของกินระหว่างการเดินทางได้ด้วย" เมล์เอ่ยชมทันทีพลางชิมของกินที่ได้มาด้วย
"ผมว่าปกตินะครับ ที่บ้านผมก็ทำแบบนี้" จีนบอกด้วยรอยยิ้มที่หวานจนคนข้างๆ ไอเสียงดังแล้วมือขาวรีบหยิบน้ำให้ดื่มตามประสาเด็กซื่อที่คิดว่าคนอายุมากกว่าสำลักจริงๆ
"อยากจะแกล้งไอเพื่อให้คนมาเป็นคนห่วงจังเลย" มาร์แชลแอบเหน็บพลางมองตามด้วยความอิจฉา เขาไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของรัชทายาท
"แกล้งอะไรเหรอครับ คุณบลัฟหิวน้ำเหรอ เดี๋ยวผมหยิบให้"
"ขอบคุณ"
"งานนี้ใครดีใครได้ล่ะนะ มาร์แชล"
"เหมือนว่าคุณชายจีนจะอยู่ท่ามกลางสงครามประสาทยังไงชอบกล"
"ผมว่าสนใจเรื่องเหตุการณ์น้ำดีกว่าไหมครับ รีบกินแล้วรีบดูกันดีกว่าว่าควรแก้ปัญหายังไงดี"
มือขาวไม่พูดเปล่าพลางหยิบจดหมายที่อยู่ฝั่งตรงข้ามมาอ่านด้วย ดวงตากลมโตค่อยๆ ทำความใจกับเนื้อหาและอ่านอย่างตั้งใจ แต่ก็มีคนขัดขึ้นมาเสียก่อน
"คุณชายจีน นั่นมันภาษาปีศาจ คุณชายอ่านไม่ได้หรอก" เมล์รีบแย้งพลางจะแย่งจดหมายของมาร์แชลกลับมา
"ช่วยเงียบก่อนได้ไหมครับ" เสียงหวานเอ่ยขัดออกมายังไม่สบอารมณ์ เรียกเสียงหัวเราะได้ทั้งคุณชายและรัชทายาทเป็นอย่างดี สำหรับมาร์แชลแล้วคงไม่ได้แปลกใจเพราะคิดว่าน่าจะเป็นลูกขุนนางหรือลูกบุญธรรมของทางฝั่งแม่เขา แต่สำหรับเขาแล้วที่เคยเป็นเพื่อนกับปู่ของเด็กคนนี้ เขาคิดว่ามันคือความสามารถทางสายเลือดที่ติดตัวเด็กคนนี้มา
