บท
ตั้งค่า

บทที่ 7 เพื่อน ๆ ของฉัน

ในตอนที่เหอเยว่กำลังจะหมดสติ ภาพทิวทัศน์ที่กลับหัวกลับหางก็มีกลุ่มคนในชุดกาวน์สีขาวพุ่งตัวเข้ามา

ใครบางคนตกใจกับภาพที่เห็นจนร้องตะโกนบอกให้หวังซิ่วหย่าปล่อยมือ บุรุษพยาบาลร่างกำยำหลายคนตรงเข้ามาล็อกแขนหวังซิ่วหย่าแล้วลากเธอออกไปจากตัวเหอเยว่

ส่วนพยาบาลที่อยู่รั้งท้ายสุดก็เตรียมยาระงับประสาทไว้พร้อมสำหรับเธอแล้ว

เหอเยว่นึกไม่ถึงเลยว่าอาการสมองขาดออกซิเจนชั่วขณะจะช่วยเค้นความทรงจำส่วนหนึ่งของเธอคืนมา

เธอนอนหมอบอยู่กับพื้น มือเอื้อมไปคว้าข้อเท้าของพยาบาลคนหนึ่งไว้ พลางถามด้วยน้ำเสียงหอบ “ตอนนี้...ใช่...ปี 2015 ไหมคะ?”

“ใช่จ้ะ เธอเองก็เป็นคนไข้ด้วยเหรอ? หน้าตาไม่คุ้นเลยนะ...”

เหอเยว่นึกออกแล้ว ปี 2015 เธอ หลินเซี่ยหนิงและลั่วอี้หลาน มาเป็นอาสาสมัครที่โรงพยาบาลจิตเวชเพื่อทำกิจกรรมภาคปฏิบัติของโรงเรียน!

“ให้ช่วยส่งเธอไปตรวจที่โรงพยาบาลหน่อยไหม?” พยาบาลก้มตัวลงถามเหอเยว่ด้วยความหวังดี

เหอเยว่ส่ายหน้าปฏิเสธความหวังดีนั้น เธอลุกขึ้นมาจากพื้นด้วยความตื่นเต้น ขาของเธอราวกับเหยียบอยู่บนปุยสำลี เดินไม่กี่ก้าวก็โซเซ แต่เธอก็ยังเกาะราวบันไดและวิ่งลงไปข้างล่างอย่างไม่คิดชีวิต

อย่าให้เป็นความฝันเลย ขอร้องล่ะ อย่าให้เป็นแค่ความฝัน!

เหอเยว่วิ่งไปข้างหน้าตามความทรงจำ และตรงทางสามแพร่งนั้นเอง เธอก็เหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นตาของคนสองคนกำลังวิ่งตรงมาทางเธอพร้อมกัน

“เสี่ยวเยว่!”

“เสี่ยวเหอ!”

ณ ใจกลางทางสามแพร่ง ทุกคนต่างหยุดฝีเท้าลงตรงนั้น

พวกเธอวิ่งจนหอบแฮก มองหน้ากันไปมาแต่กลับพูดอะไรไม่ออกสักคำด้วยความรีบร้อน

จนกระทั่งลั่วอี้หลานตั้งสติได้ก่อน เธอคว้ามือเหอเยว่ไปกุมไว้

“เสี่ยวเหอ ฉันได้ยินมาว่าทางฝั่งเธอมีคนไข้ก่อเรื่อง เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?”

หลินเซี่ยหนิงเป็นพวกสายลงมือทำ เธอตรงเข้ามาจับเหอเยว่หมุนซ้ายหมุนขวาเพื่อตรวจเช็กทั่วร่างทันที

“คอของเธอเป็นอะไร...”

ยังไม่ทันขาดคำ เหอเยว่ก็โผเข้ากอดพวกเธอทั้งสองคนเต็มแรง

10 ปี...

สำหรับหลินเซี่ยหนิงและลั่วอี้หลานในวัย 18 ปี พวกเธอทั้งสามคนแทบจะตัวติดกันอยู่ทุกวัน แต่สำหรับเหอเยว่แล้ว พวกเธอไม่ได้เจอกันมานานถึง 10 ปี

“เสี่ยวเหอ เธอเป็นอะไรไป?” ลั่วอี้หลานตบหลังเธอเบา ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล “ตกใจกลัวเหรอ?”

น้ำตาของเหอเยว่ไหลรินลงมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เธอกระซิบกระซาบพร้อมเสียงสะอื้น “ฉันนึกว่า...ฉันจะไม่ได้เจอพวกเธออีกแล้ว”

เมื่อได้ยินเหอเยว่พูดแบบนั้น หลินเซี่ยหนิงก็ก้าวมาข้างหน้าโอบกอดพวกเธอเอาไว้ แล้วปลอบเหอเยว่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“เสี่ยวเยว่ มีฉันอยู่ทั้งคน ต่อไปนี้จะไม่มีใครหน้าไหนมารังแกเธอได้อีก!”

หลินเซี่ยหนิงทำสีหน้าจริงจังอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก จนโดนลั่วอี้หลานบิดหูเข้าให้

“เธอคิดว่าตัวเองเป็นจอมยุทธ์หญิงหรือไง! นอกจากอ่านนิยายของกิมย้งแล้ว ช่วยหันไปอ่านหนังสือคณิตศาสตร์บ้างได้ไหม?”

“เธอเคยเห็นตัวละครไหนของกิมย้งแก้สมการกำลังสองเป็นบ้างล่ะ!” หลินเซี่ยหนิงเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้

เหอเยว่รู้ว่าพวกเธอตั้งใจจะทำให้เธอหัวเราะ จึงยอมร่วมมือด้วยการส่งยิ้มสดใสกลับไป

เธอมองข้ามไหล่ของทั้งสองคนขึ้นไปบนท้องฟ้าสีครามสดใสพลางคิดในใจ

นี่อาจจะเป็น ‘คำตอบ’ ที่ตัวฉันในวัย 38 ปีบอกไว้ ทางตันย่อมมีทางแก้ และนั่นก็คือการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ฉันจะไม่ยอมให้โศกนาฏกรรมของพวกเราทั้งสามคนเกิดขึ้นซ้ำสอง ถ้านึกย้อนไปว่าต้องมีใครสักคนฆ่าเฉินซง งั้นก็ให้เป็นฉันเถอะ!

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ดูเหมือนจะไม่มีปิดเทอมฤดูร้อน ปิดเทอมช้าแต่เปิดเทอมไวเหลือเกิน

ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว ทุกคนนั่งสัปหงกอยู่ในห้องเรียน หลินเซี่ยหนิงเท้าคางเข้าสู่ห้วงนิทราไปนานแล้ว แต่ยังอุตส่าห์ยืดหลังตรงแกล้งทำเป็นตั้งใจฟังบทเรียน

ส่วนลั่วอี้หลานไม่ได้นอน เธอตั้งหน้าตั้งตาทำโจทย์อย่างขะมักเขม้นเหมือนเคย เพียงแต่เธอกำลังทำข้อสอบคณิตศาสตร์ในคาบเรียนวิชาประวัติศาสตร์

อาจารย์ประวัติศาสตร์ ‘หลี่ลี่’ ขยับแว่นตา พลางบ่นพึมพำเสียงเบา “ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าเอาคาบแรกของช่วงบ่ายมาให้ฉัน”

ถึงปากจะบ่นแบบนั้น แต่ในฐานะอาจารย์ เขาก็ยังต้องรักษาความน่าเกรงขามเอาไว้!

หลี่ลี่ม้วนข้อสอบในมือ กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง แล้วพบว่านอกจากลั่วอี้หลานแล้ว แทบไม่มีใครตื่นเต็มตาเลยสักคน

แต่ละคนเท้าคางพยักหน้าหงึก ๆ ราวกับไก่จิกข้าว บางคนใจกล้าหน่อยก็นอนฟุบลงกับโต๊ะเลย แถมยังเอาหนังสือมาบังแดดบนหัวอีกต่างหาก

และนั่นไม่ใช่หนังสือประวัติศาสตร์ด้วย!

เรื่องนี้เกินจะทนไหวแล้ว!

หลี่ลี่กำลังจะระเบิดอารมณ์ แต่พอเหลือบสายตาไป ทันใดนั้นเขากลับเห็นใครบางคนในกลุ่มนักเรียนหลังห้องที่เป็นเด็กท้ายแถวกำลังตวัดปากกาเขียนอย่างขะมักเขม้น

หาได้ยากยิ่ง! ดูถูกนักเรียนคนไหนไม่ได้จริง ๆ ความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ย่อมสำคัญกว่าผลการเรียนเสมอ!

เหอเยว่ที่นั่งอยู่ในกลุ่มเด็กหลังห้องไม่ได้ล่วงรู้ถึงความคิดในหัวของอาจารย์หลี่ลี่เลย

เธอกำลังตั้งหน้าตั้งตาเขียนข้อสงสัยทีละข้อลงบนกระดาษอย่างจริงจัง

ทำไมเหอเยว่ในวัย 38 ปีถึงต้องฆ่าตัวเอง?

ทำไมฉันถึงได้ย้อนกลับมาในช่วงเวลาเมื่อ 10 ปีก่อน?

นี่เป็นสิ่งที่เหอเยว่ตอนโตวางแผนไว้หรือเปล่า?

แต่ชาติก่อนฉันไม่เคยเจอหวังซิ่วหย่าเลย แล้วทำไมรอบนี้คนแรกที่ฉันเจอถึงเป็นเธอ? หวังซิ่วหย่ามีความเกี่ยวข้องอะไรกับฉันกันแน่?

เธอกระจายปัญหาออกมาทีละข้อ แล้วพยายามหาเหตุผลที่สมเหตุสมผลให้กับคำถามเหล่านั้น

ปากกาในมือของเหอเยว่ขีด ๆ เขียน ๆ บนกระดาษ

เหอเยว่ในวัย 38 ปีตั้งใจเดินทางมาจากอนาคต บาดแผลตามตัวพวกนั้นดูไม่เหมือนของปลอมเลย

และน้ำเสียงสะอื้นกับหยาดน้ำตาตอนที่เธอคุยกับฉันก็ดูจริงใจมาก คิดว่าเหอเยว่ตอนโตคงอยากจะช่วยให้ฉันหลุดพ้นจากเจียงเส้าหมิงจริง ๆ

เธอยังใช้เรื่องงานแต่งของลั่วอี้หลานมาล่อลวงให้ฉันกลับไปที่ฉวีเฉิง แถมคืนนั้นยังมีพระจันทร์สีเลือดที่ดูแปลกประหลาด รู้สึกเหมือนเหอเยว่ตอนโตจงใจกำหนดเวลาและสถานที่ เพื่อเปิดลูปเวลาและส่งฉันกลับมา

เหอเยว่เขียนถึงตรงนี้ก็คิดว่า บางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสในการเริ่มต้นใหม่เพื่อเปลี่ยนโชคชะตาจริง ๆ

ถ้าเป็นอย่างนั้น คำถามข้อที่สองก็อธิบายได้แล้ว เหอเยว่ หลินเซี่ยหนิง และลั่วอี้หลาน อนาคตของพวกเธอทั้งสามคนเปลี่ยนไปเพราะคนคนเดียว นั่นก็คือเฉินซง

เหอเยว่เหลือบมองปฏิทินที่แขวนอยู่บนผนัง วันที่ 26 สิงหาคม

ครึ่งหลังของปีนี้ ลั่วอี้หลานจะได้เจอกับเฉินซง ถูกเขาตามตื๊ออย่างบ้าคลั่ง และยังถูกเขาทำร้ายจนตาบอดไปข้างหนึ่ง

เมื่อคิดถึงตรงนี้ เหอเยว่ก็เผลอกำปากกาในมือแน่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว จะไม่ยอมให้เฉินซงได้เจอกับลั่วลั่วเด็ดขาด

ถ้าฉันสามารถเปลี่ยนเรื่องนี้ได้ บางทีโชคชะตาอาจจะถูกเขียนขึ้นมาใหม่

ท้ายที่สุด ปากกาในมือก็หยุดลงตรงชื่อของ ‘หวังซิ่วหย่า’ เหอเยว่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกจริง ๆ

ชาติก่อนฉันไม่เคยได้ยินชื่อคนคนนี้เลยด้วยซ้ำ แล้วเรื่องของพวกเราสามคนไปเกี่ยวอะไรกับหวังซิ่วหย่าล่ะ?

การได้เจอกับหวังซิ่วหย่าเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นในชาติก่อน เธอยังคิดว่าตอนนั้นตัวเองกำลังรีบ เลยไม่ได้สนใจเสียงเพลงอะไรนั่นเลย

แต่ว่า... มันคือเรื่องบังเอิญจริง ๆ เหรอ? หรือเป็นความตั้งใจของโชคชะตากันแน่?

ในขณะที่คิ้วของเหอเยว่ขมวดมุ่นขึ้นเรื่อย ๆ เสียงที่เต็มไปด้วยความผิดหวังระคนโมโหก็ดังขึ้นจากเหนือหัว

“เหอเยว่ เธอทำอะไรกับข้อสอบประวัติศาสตร์ของฉันน่ะ?”

เหอเยว่สะดุ้งสุดตัวพลางเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับแว่นตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดใจของอาจารย์หลี่ลี่ แต่ที่เขาเจ็บปวดใจน่ะ คือกระดาษข้อสอบที่ถูกเหอเยว่ขีดเขียนจนเลอะเทอะไปหมดต่างหาก

เขาหลงคิดว่านักเรียนของเขา ในที่สุดก็มีความสนใจในวิชาประวัติศาสตร์ขึ้นมาบ้างภายใต้การพร่ำสอนอย่างไม่ย่อท้อของตน

นึกไม่ถึงเลย... นึกไม่ถึงจริง ๆ เขาไม่ควรประเมินตัวเองสูงเกินไป!

เมื่อเห็นปฏิกิริยาใหญ่โตของอาจารย์หลี่ลี่ เหอเยว่ถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่ากระดาษที่เธอหยิบมาเขียนมั่ว ๆ เมื่อกี้ ที่แท้คือข้อสอบมิดเทอม

สมองของเธอช็อตไปชั่วขณะ ทำได้เพียงส่งยิ้มแห้ง ๆ กลับไป

“อาจารย์คะ...”

“เธอเขียนอะไรเลอะเทอะพวกนี้ลงไปฮะ!”

หลี่ลี่ยื่นมือจะมาคว้ากระดาษข้อสอบคืน “นี่มันเป็นข้อสอบที่ฉันตั้งใจออกทีละข้อ ๆ เพื่อเก็งข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยเลยนะ!”

หลี่ลี่เจ็บปวดใจที่สุด แต่เหอเยว่ที่มองข้อสอบที่เต็มไปด้วยความลับของตัวเองกลับใจหายวาบไปถึงตาตุ่ม

เมื่อเห็นมือของอาจารย์ประวัติศาสตร์ยื่นเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ทันใดนั้นเธอก็ลุกพรวดพราดขึ้นมา

“อาจารย์หลี่คะ หนูขอโทษค่ะ!”

ในจังหวะที่หลี่ลี่กำลังตกใจกับท่าทีของเธอ เหอเยว่ก็ขยำข้อสอบจนเป็นก้อนกลม แล้วยัดมันเข้าปากตัวเองทันที แทบจะไม่ได้เคี้ยวเลยด้วยซ้ำ เธอกลืนมันลงคอไปทั้งอย่างนั้น

ห้องเรียนเงียบกริบไปหนึ่งวินาที ก่อนจะระเบิดเสียงฮือฮาดังลั่น

“เหอเยว่ เจ๋งว่ะ!”

ความรู้มันช่างฝืดคอเสียจริง...

รสชาติของน้ำหมึกบวกกับผิวสัมผัสที่หยาบกร้านของกระดาษข้อสอบ ทำให้เหอเยว่อยากจะอาเจียนมันออกมาตามสัญชาตญาณ แต่เธอก็ยังพยายามอดทนและปิดปากแน่น สายตาที่มองหลี่ลี่ดูห้าวหาญเป็นอย่างยิ่ง

“เหอเยว่ เมื่อก่อนเธอไม่ได้เป็นแบบนี้นี่นา” หลี่ลี่โดนเหอเยว่ทำให้ขวัญเสียจนพูดติดอ่าง

พอตั้งสติได้ เขาก็รีบถอยหลังไปก้าวหนึ่ง พลางโบกมือปฏิเสธความรับผิดชอบกับทุกคน “นี่เธอตะกละกลืนมันลงไปเองนะ”

เสียงกริ่งหมดคาบเรียนดังขึ้นได้จังหวะพอดี ทุกคนลุกพรวดพราดขึ้นมาแล้วรุมล้อมเหอเยว่ นึกไม่ถึงว่าประตูหลังห้องจะถูกเปิดออกเสียงดังปัง ขัดจังหวะความวุ่นวายของฝูงชน

ทุกคนต่างหันไปมองโดยพร้อมเพรียงกัน แล้วพากันปิดปากเงียบกริบทันที รีบนั่งลงที่ตำแหน่งของตัวเองอย่างรวดเร็ว

แม้แต่ลั่วอี้หลานและหลินเซี่ยหนิงที่ตั้งใจจะส่งน้ำให้ ก็ต้องกลับไปนั่งในท่าทางที่ดูแปลกประหลาดอย่างยิ่ง

อันที่จริงไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร คนที่สามารถทำให้ทุกคนสงบเสงี่ยมเจียมตัวได้ขนาดนี้ มีแค่ครูประจำชั้น ‘โจวเหวินเหอ’ เท่านั้น
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel