บทที่ 4
ณ วันแต่งงาน
วันที่ภามไม่อยากให้ถึงก็มาถึงจนได้ วันที่เขาต้องแต่งงานไปเป็นเมียคนอื่น แทนที่เขาจะได้เป็นผัวแต่งงานกับเมียสวย ๆ และมีลูกสักสามคนกำลังดี แต่วันนี้ทุกอย่างมันกลับตาลปัตรไปหมด ถึงแม้จะแต่งกันแค่ในนามแต่ก็ต้องอยู่ร่วมห้องกันฉันสามีภรรยาถึง 1 ปี คิดแล้วก็อยากปลุกปู่ทวดขึ้นมาบ่นสักหน่อย ทำไมถึงได้สัญญาอะไรแปลก ๆ แบบนี้
ถึงประเทศไทยจะเสรีเรื่องแต่งงานเพศเดียวกัน ภามเองก็ไม่ได้เหยียดเพศแต่ในสามเดือนที่ผ่านมาในกองปราบของเขาทั้งเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมรุ่นต่างก็พูดถึงเรื่องการแต่งงานของเขาไปทั่ว บางคนก็ร่วมยินดีด้วยใจจริง บางคนก็แซวเป็นเรื่องสนุก บางคนก็นินทาและเหยียดเพศไปต่างๆ นานา จนตอนนี้ภามก็เริ่มปลงแล้ว ดีหน่อยที่ทุกคนในหน่วยลูกน้องของภามให้กำลังและเข้าอกเข้าใจเป็นอย่างดี
"เอาว่ะในเมื่อมาถึงวันนี้แล้วแต่งไปให้มันจบ ๆ เวลาปีเดียวเอง อีกอย่างเราขอพ่อให้ย้ายไอ้โชคไปด้วยอย่างน้อยก็มีคนค่อยช่วยอยู่ว่ะ แต่ถ้าไม่นับที่เราต้องอยู่กรุงเทพเคลียร์สามเดือนค่อยย้ายไปสกลนคร มันก็ไม่ถึงปีนิ ประมาณ 9 เดือนเอง งั้นก็สู้โว้ยไอ้ภาม ต้องผ่านไปให้ได้" ภาม
ภามบ่นกับตัวเองในห้องแต่งตัวพร้อมให้กำลังตัวเองไปด้วย วันนี้ภามอยู่ในชุดแต่งงานแบบชุดพื้นเมืองของจังหวัดสกลนครในชุดผ้าไหมย้อมครามหรือผ้าครามเป็นผ้าขึ้นชื่อประจำจังหวัดสกลนคร เสื้อแขนผ้าไหมสีขาวปักลายพื้นเมืองด้วยเส้นด้ายสีคราม กางเกงเป็นผ้าครามปักลายสีขาว ที่เอวผูกรอบด้วยผ้าครามผืนเล็ก พร้อมเข็มขัดเงินแท้รัดรอบเอวทับบนผ้าไว้อีกที เมื่อถูกสวมใส่บนตัวภามที่หล่ออยู่ยิ่งทำให้ดูดีขึ้นไปอีก
ภามถึงแม้ไม่ค่อยอยากแต่งงานเท่าไหร่แต่เขาก็เตรียมความพร้อมหาข้อมูลเกี่ยวกับสกลนครไว้พอสมควรตามนิสัยของตำรวจ โดยเฉพาะพื้นที่เขตรับผิดที่ภามคาดว่าตัวเองอาจได้ย้ายไปประจำการ จึงทำให้รู้ว่าบ้านเกิดของว่าที่สามีก็มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลอยู่มากไม่ใช่น้อย และโชคดีไปกว่านั้นสกลนครยังเป็นบ้านเกิดของลูกน้องคนสนิทในทีมอย่างหมวดโชคอีกด้วย เขาจึงขอพ่อให้ย้ายตัวหมวดโชคไปจำการที่สกลนครด้วย
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูทำให้ภามตื่นจากภวังค์ทันที คนที่เคาะไม่ใช่ใครแต่เป็นแม่กับป้านภาที่เป็นพี่สาวแท้ ๆ ของแม่ภาม ทั้งยังเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านผู้บัญชาการตำรวจหรือลุงกันพี่ชายพ่อของภาม ทั้งแม่และบ้านแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้บ้านหทัยกุลทั้งคู่ คุณหญิงรำภากับคุณหญิงนภาที่เข้ามาดูความเรียบร้อยว่าภามแต่งตัวเสร็จยัง
"ภามเสร็จยังลูกขบวนขันหมากใกล้ถึงแล้ว ว้าวลูกแม่แต่งชุดผ้าย้อมครามแล้วหล่อมากเลยลูก" คุณหญิงรำภา
"จริงด้วย ภามของป้าหล่อมากวันนี้ ชุดผ้าย้อมครามนี้สวยจริง ๆ " คุณหญิงนภา
"ทำไมขบวนขันหมากมาถึงไวจังครับ" ภาม
"อ้อ! พอดีว่าพ่อครูเพลิงมีพักที่กรุงเทพนะ พวกท่านเลยมาเตรียมขบวนขันหมากที่กรุงเทพตั้งแต่ 2 อาทิตย์ ก่อนแล้วจ้ะ"
"เอ้า! ทำไมภามไม่รู้เรื่องเลย" ภาม
"ก็ลูกชายแม่ยุ่งแต่กับงานนิค่ะ ชุดแต่งงานก็ไม่เตรียมแม่เองก็มัวแต่เตรียมสถานที่ กว่าจะรู้ว่าชุดยังไม่สั่งตัดก็เหลือเวลาแค่ 2 อาทิตย์แล้ว ดีนะที่ทางแม่แก้วแม่ของพ่อครูเพลิงเขานำชุดมาให้ บอกว่าอยากให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวใส่ชุดเหมือนกัน" คุณหญิงรำภา
"เรานี่มันจริง ๆ เลยนะภาม จะมีคู่ชีวิตมีครอบครัวอยู่แล้วแต่กลับไม่สนใจ ชุดแต่งงานตัวเองก็ไม่ใส่ใจมัวแต่ทำงาน เรื่องแต่งงานมันสำคัญมากนะลูกมันแสดงให้เห็นว่าตัวเราเหมาะสมที่จะเป็นสะใภ้บ้านเขาหรือเปล่า ยิ่งกับแม่ผัวเราต้องสร้างความประทับใจแรกให้เขาเห็น ไม่งั้นเขาจะมาว่าเราได้นะ" คุณหญิงนภา
"แต่งแค่ในนามเฉย ๆ ทำไมต้องยุ่งยากด้วย" ภาม
"นี่! ฟังแม่นะภาม ถึงแม่จะแต่งแค่ในนามแต่เราก็ต้องให้เกียรติทางฝ่ายเจ้าบ่าวด้วย ถ้าคนนอกรู้เขาจะเอาไปนินทาได้นะลูก" คุณหญิงรำภา
"ครับ ๆ เข้าใจแล้วครับ" ภาม
"งั้นเดียวแม่กับป้าข้างนอกก่อนนะ พอถึงตอนเชิญเจ้าสาวเดี๋ยวพ่อมารับ" คุณหญิงรำภา
"ครับ" ภาม
พอทั้งแม่กับป้าออกไปจากห้องภามก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเซ็ง
ขบวนขันหมากจากจังหวัดสกลนครก็ได้มาถึงหน้าท่านรองสายัน งานนี้แม่แก้วว่าที่แม่ผัวของภามดีใจมากที่ได้มาแต่งลูกสะใภ้ถึงขั้นจ้างรถแห่มาจากสกลนครเดินมาด้วย งานนี้แม่แก้วบอกต้องจัดเต็มลูกสะใภ้ต้องประทับใจ
"อ้ายสิงห์ คนหลายคักเพลงกะม่วน" น้องเสือ (พี่สิงห์ คนเยอะจังเพลงก็เพราะ)
"เพลงเต้นคักอิหลี" พี่สิงห์ (เพลงเต้นสนุกจริง ๆ)
"เมิ่ง ๆ อ้ายจ่อยอ้ายโต้งเต้นกวนคัก" น้องเสือ (ดู ๆ พี่จ่อยพี่โต้งเต้นกวนมาก)
