บท
ตั้งค่า

8 กาลกิณีหมายความว่าอย่างไร

8

กาลกิณีหมายความว่าอย่างไร

เสียงตวาดนั้นทำให้นางจางและลูกสาวสะดุ้งสุดตัว นางจางรีบปั้นหน้านอบน้อมยิ้มประจบประแจงและพยายามจะก้าวเท้าเข้าไปในเขตจวน

"ท่านพ่อบ้าน ข้าคือมารดาของท่านขุนนางจางเหวินไฉ ส่วนนี่คือน้องสาวของเขา พวกเรามีธุระด่วนจะพบเขารบกวนท่านช่วยไปแจ้งหน่อยได้ไหม"

พ่อบ้านขมวดคิ้ว มองสำรวจการแต่งกายและกิริยาที่ดูเหมือนบ้านนอกเข้าเมืองของคนทั้งสองด้วยสายตาเหยียดหยาม

"ท่านเขยกำลังปรนนิบัติคุณหนูอยู่ในสวนและสั่งห้ามไม่ให้ใครรบกวนเด็ดขาด โดยเฉพาะขอทานที่ชอบมาขอเงิน"

คำพูดของพ่อบ้านเหมือนตบหน้าสองแม่ลูกตระกูลจางอย่างแรง จางเม่ยเอ๋อร์หน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ส่วนนางจางยังคงดันทุรัง

"ไม่ใช่ขอเงินนะ เรื่องนี้สำคัญถึงชีวิต ข้าต้องเตือนเขาเรื่องนางตัวกาลกิณีที่กำลังจะมาทำลายวาสนาของเขา"

จางเหม่ยเอ๋อร์รีบตีแขนมารดาไว้ กลัวว่านางจางจะหลุดปากเรื่องเว่ยเสี่ยวเหอ ในขณะนั้นเองเสียงใสทว่าแฝงไปด้วยความร้ายกาจก็ดังมาจากด้านหลังกำแพงจวน

"ใครกันบังอาจมาเอะอะโวยวายหน้าจวน แล้วที่ว่ากาลกิณีหมายความว่าอย่างไร"

ร่างระหงในชุดผ้าไหมสีแดงเพลิงเดินออกมาพร้อมกับหญิงรับใช้หลายคน นางคือตู้จือหลานภรรยาใหม่ของจางเหวินไฉที่ได้ชื่อว่าหึงหวงที่สุดในเมืองหลวง แววตาของนางจ้องมองนางจางและจางเม่ยเอ๋อร์เหมือนมองสิ่งปฏิกูล

“พวกบ้านนอกนี่เป็นใคร”

ตู้จือหลานปรายตามองหญิงบ้านนอกสองคนที่แต่งตัวสีฉูดฉาดราวกับนกแก้ว นางสะบัดพัดจีบในมือเบาๆ ด้วยท่าทางสูงส่งพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“เมื่อครู่พวกเจ้าบอกว่าชื่ออะไรนะ เป็นมารดากับน้องสาวของจางเหวินไฉงั้นรึ”

นางจางรีบเงยหน้าที่พอกแป้งจนหนาเตอะแต่บัดนี้เริ่มไหลเยิ้มเพราะเหงื่อขึ้นมาฉีกยิ้มประจบ

“ใช่แล้วลูกสะใภ้ข้านี่แหละมารดาบังเกิดเกล้าของเหวินไฉ ส่วนนี่คือน้องสาวของเขา แหม...ลูกสะใภ้ช่างงดงามประดุจเทพธิดาลงมาจุติจริงๆ ผิวกายช่างขาวผ่องเหมือนหัวไชเท้าที่นังเว่ยเสี่ยวเหอปลูก เอ๊ย! ขาวเหมือนหยกแกะสลัก”

ตู้จือหลานขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกอยากตบตีคนพุ่งขึ้นมาจุกที่อก

“หัวไชเท้างั้นหรือ! เจ้ากล้าเปรียบเปรยข้ากับหัวไชเท้ารึ แล้วอีกอย่างจางเหวินไฉบอกข้าตั้งแต่วันแรกที่หมั้นหมายว่าพ่อแม่ของเขาโดนโจรป่าฆ่าตายไปหมดแล้ว! บ้านช่องถูกเผาวอดวาย! ตัวเขาเป็นเด็กกำพร้าไร้ญาติขาดมิตรต้องกระเสือกกระสนมาสอบจอหงวนเพียงลำพัง!”

นางจางและจางเม่ยเอ๋อร์ถึงกับตาเหลือก อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปวางไข่

“อะ...อะไรนะ โดนโจรฆ่าตาย! เมื่อเช้านี้ข้ายังนั่งกินข้าวต้มปลาอยู่หมู่บ้านชิงสุ่ยอยู่เลย ไอ้ลูกเวรนั่นมันกล้าแช่งแม่ตัวเองให้โดนโจรฆ่าเพื่อจะได้แต่งงานกับคนรวยรึนี่”

จางเม่ยเอ๋อร์รีบช่วยเสริม “ท่านพี่เหวินไฉคงจะ เอ่อ...คงจะจำผิดมั้งเจ้าคะพี่สะใภ้ ข้านี่ไงเม่ยเอ๋อร์ตัวเป็นๆ ไม่ใช่ผี พี่สะใภ้ลองหยิกดูได้เจ้าค่ะ”

“หุบปาก! ลูกสะใภ้พี่สะใภ้อะไรกัน! ใครอนุญาตให้นับญาติกับข้า”

“เอ้า!” นางจางกับบุตรสาวอุทานพร้อมกัน

“หึ...จำผิด?” ตู้จือหลานหัวเราะเยาะในลำคอ “คนเราจะจำผิดได้ถึงขั้นว่าพ่อแม่ตายไปแล้วเชียวรึ พ่อบ้านไปตามตัวท่านเขยออกมาเดี๋ยวนี้ ข้าอยากจะรู้นักว่าศพที่ฟื้นคืนชีพมาทวงสิทธิ์กลางแดดเปรี้ยงๆ แบบนี้เขาจะจัดการอย่างไร”

ไม่นานนัก จางเหวินไฉที่อยู่ในชุดขุนนางผ้าไหมเนื้อดีดูสง่าผ่าเผยกว่าแต่ก่อนก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากด้านใน ทันทีที่เขาสบตากับหญิงสองคนที่หมอบอยู่หน้าประตู ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเขียว แล้วเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเทาเหมือนขี้เถ้า

“เหวินไฉลูกแม่” นางจางพุ่งตัวเข้ากอดบุตรชายหนึบแน่นราวปลิงดูดเลือด “เจ้าบอกคุณหนูตู้ไปซิว่าข้ายังไม่ตาย โจรป่าที่ไหนจะมาฆ่าข้าได้ ข้านี่แหละโจรยังต้องวิ่งหนี”

จางเหวินไฉใจหายวูบ เขาพยายามสะบัดขาออกพลางส่งสายตาส่งสัญญาณให้มารดาหยุดเสียที เท่านี้เขาก็อับอายบ่าวในเรือนจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว

“พวกเจ้าเป็นใคร! บังอาจนักมาแอบอ้างว่าเป็นญาติข้า ข้าบอกแล้วไงว่าญาติข้าตายไปหมดแล้ว หากยังแอบอ้างไม่รู้ผิดชอบชั่วดีระวังจะถูกลงโทษ ในตอนที่ข้ายังให้โอกาสกลับใจไปซะ รีบไป!” จางเหวินไฉกดเสียงต่ำลงแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ แต่นางจางก็ยังไม่รู้ตัวอีก “ไป รีบไปซะ”

“พี่ชายข้าเองนะเม่ยเอ๋อร์ ที่ตอนเด็กๆ ท่านเคยแอบขโมยไข่ไก่ของข้าไปกินไงเจ้าคะ ท่านจำไม่ได้รึ”

จางเหม่ยเอ๋อร์ใช้มือทาบอกร้องไห้โฮ ฝ่ายตู้จือหลานยืนกอดอกมองละครงิ้วฉากเด็ดด้วยสายตาจับผิด

“ท่านพี่สตรีคนนี้บอกว่าท่านขโมยไข่ไก่นางกิน แถมป้าแก่หนังเหี่ยวนั่นยังบอกว่าเป็นแม่ท่าน ท่านจะบอกข้าว่าพวกนางเป็นวิญญาณตามมาทวงไข่ไก่คืนหรืออย่างไร!”

จางเหวินไฉเหงื่อตก เขาหันไปหาตู้จือหลานแล้วปั้นหน้าเศร้า

“จือหลานเจ้าอย่าไปฟังพวกนางเลย เมืองหลวงมีพวกต้มตุ๋นเยอะนัก พวกนางคงเห็นว่าข้าได้ดีเลยไปสืบประวัติข้าแล้วมาแอบอ้างเพื่อหวังเงินทอง”

นางจางได้ยินดังนั้นก็นึกแค้นที่ลูกชายอกตัญญู นางเลยตัดสินใจงัดไม้ตาย

“ได้! ถ้าข้าไม่ใช่แม่เจ้างั้นแผลเป็นที่ก้นซ้ายของเจ้าที่เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวเพราะโดนหมาในหมู่บ้านกัดตอนห้าขวบนั่นล่ะ ใครจะรู้ว่ามีเรื่องแบบนั้นถ้าไม่ใช่แม่เจ้า!”

ผู้คนที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์พลันเงียบกริบ พ่อบ้านตระกูลตู้ถึงกับสำลักน้ำลาย ส่วนเหล่าข้ารับใช้ต่างพากันก้มหน้ากลั้นหัวเราะจนตัวสั่น

ตู้จือหลานตาโตเท่ากำปั้น นางหันไปมองจางเหวินไฉด้วยสายตาที่พร้อมจะเฉือนเนื้อ “แผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ก้นซ้ายรึ ข้าอยู่กับท่านมาสามเดือนทำไมข้าไม่เคยเห็น”

จางเหวินไฉหน้าแดงถึงใบหู “จือหลานพวกนางพูดมั่ว พวกนางเดาสุ่มสี่สุ่มห้า”

“ถอดกางเกงออกเดี๋ยวนี้!”

สิ้นเสียงตวาดลั่น เสียงหัวเราะของผู้คนที่มามุงดูดังกระหึ่ม จางเหวินไฉขาอ่อนทรุดลงไปกับพื้น เขาเพิ่งได้รับตำแหน่งขุนนางจะให้มาถอดกางเกงต่อหน้าผู้คนได้อย่างไร

“จือหลานฟังข้าก่อน ข้า...ข้า...”

นางจางเห็นท่าไม่ดีกลัวว่าลูกชายจะถูกตู้จือหลานฆ่าตาย อีกอย่างหากจางเหวินไฉต้องทำแบบนั้นจริงๆ จะต้องถูกคนหัวเราะเยาะทั้งเหมืองหลวงแน่ หน้าที่การงานก็จะไม่ราบรื่น นางก็เลยรีบเปลี่ยนแผนใหม่

“คุณหนูตู้เจ้าคะ อย่าเพิ่งโกรธเลยเจ้าค่ะ ที่จริงพวกข้าเป็นฝ่ายจำคนผิดไปเอง”

“ท่านแม่เหตุใดกล่าววาจาเช่นนั้น!” จางเหม่ยเอ๋อร์ท้วง

ตู้จือหลานนิ่งไปชั่วครู่ ความโกรธเปลี่ยนเป็นความแค้นฝังลึก นางมองดูนางจางและลูกสาวอย่างเหยียดหยามอีกครั้ง

“เป็นฝ่ายจำผิดงั้นหรือ หึ! พวกบ้านนอกที่บังอาจทำให้ชื่อเสียงตระกูลตู้เสียหายจะต้องถูกลงโทษ พ่อบ้านจางลากสองแม่ลูกคู่นี้เข้าไปโบยยี่สิบไม้ หากพวกนางไม่ยินยอมก็ส่งตัวให้ทางการข้อหาหลอกลวงต้มตุ๋น!”

“หา!” ทั้งนางจางและบุตรทั้งสองอุทานพร้อมกัน

อยู่ดีไม่ว่าดันหาเรื่องพาตัวเองมาเจ็บตัวถึงที่ จางเม่ยเอ๋อร์ถูกหามเข้าจวนไปอย่างทุลักทุเล นางจางเหงื่อแตกพลั่กเหมือนจะเป็นลม ส่วนจางเหวินไฉได้แต่ทำหน้าเหมือนคนกำลังจะถูกส่งไปลานประหาร

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel