4 ความลับ
4
ความลับ
แสงแดดยามสายเริ่มสาดแสงแรงกล้า ความร้อนระอุลงบนพื้นดินที่แตกระแหง เว่ยเสี่ยวเหอมองดูที่ดินสามหมู่ที่เป็นสินเดิมของนางด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง นางรู้ดีว่าอำนาจของมีดพร้าและกำลังอาจขับไล่คนโฉดได้ชั่วคราว แต่การจะยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในโลกโบราณใบนี้ต้องมีรากฐานที่แข็งแรงกว่านั้น รากฐานที่ว่าก็คือความมั่งคั่งและเสบียงอาหาร
"ท่านแม่ขอรับ เราจะปลูกผักลงบนดินแข็งๆ นี่จริงหรือขอรับ"
“ใช่จ๊ะ เราจะปลูกผักตรงที่ดินผืนนี้”
“แต่ท่านย่า เอ่อ...”
อาเป่าอึกอัก ขณะพยายามช่วยหิ้วถังไม้เก่าๆ ที่รั่วซึมเด็กน้อยมองผืนดินสีซีดที่มีคราบเกลือขาวเกาะกินด้วยความกังวล
"ท่านย่าเคยบอกว่าดินตรงนี้ถูกสาป ปลูกอะไรก็แห้งตายหมดแม้แต่หญ้ายังไม่อยากจะขึ้นเลย"
เว่ยเสี่ยวเหอย่อตัวลง ลูบหัวลูกชายด้วยความเอ็นดู
"อาเป่า ดินจะดีหรือร้ายไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำสาปแต่มันขึ้นอยู่กับว่าเรารู้วิธีเยียวยามันหรือไม่ แม่จะแสดงให้เจ้าเห็นว่าดินที่ถูกทอดทิ้งนี่แหละจะกลายเป็นขุมทรัพย์ที่ใครก็ต้องอิจฉา"
นางยิ้มอบอุ่น ขั้นแรกนางไม่ได้ลงมือปลูกทันทีแต่เริ่มจากการวางระบบน้ำขนาดย่อม เว่ยเสี่ยวเหอใช้จอบขุดร่องน้ำขนาดเล็กให้น้ำจากลำธารหลังเขาไหลเข้ามาวนรอบพื้นที่ปลูกเพื่อชะล้างความเค็มของหน้าดิน
"อาเป่า เจ้าช่วยแม่นำน้ำในถังนี้ไปพรมที่หลุมผักที่เราจะขุด"
“ขอรับท่านแม่”
นางส่งถังน้ำที่ผสมน้ำทิพย์จิตวิญญาณจากมิติลับลงไปในสัดส่วนที่เข้มข้นให้เด็กน้อย เด็กน้อยรับคำอย่างแข็งขัน เขาแบกถังน้ำตัวโยนพลางก้าวเดินไปตามหลุมที่เว่ยเสี่ยวเหอขุดเตรียมไว้
การทำงานภายใต้แสงแดดจ้าเป็นงานที่หนักหนาสำหรับสตรีที่ร่างกายผอมโซและเด็กชายตัวเล็กๆ ทว่าทั้งคู่กลับไม่ย่อท้อ เว่ยเสี่ยวเหอใช้จอบสับลงบนดินแข็งแรงๆ ทักษะของทหารหญิงทำให้ทุกท่วงท่าของนางแม่นยำและประหยัดพลังงาน นางขุดหลุมเป็นแถวตอนเรียงรายอย่างเป็นระเบียบราวกับจัดแถวทหาร
"ท่านแม่ดูนี่ขอรับ" อาเป่าตะโกนเรียกด้วยความตื่นเต้น "น้ำที่ท่านแม่ให้ข้าพรมลงไป พอดินได้รับน้ำแล้วมันดูนุ่มขึ้นมาทันตาเลยขอรับ"
เว่ยเสี่ยวเหอยิ้มรับ เป็นเพราะฤทธิ์ของน้ำทิพย์จิตวิญญาณที่ช่วยปรับสภาพโครงสร้างของดินในพริบตา นางหยิบห่อผ้าที่บรรจุเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมและหัวไชเท้าที่นำออกมาจากมิติลับ เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ถูกคัดสรรมาอย่างดี เมื่อได้รับพลังจากน้ำทิพย์พวกมันย่อมเติบโตอย่างรวดเร็วและมีรสชาติเลิศล้ำ
"มาเถิดอาเป่ามาวางเมล็ดพันธุ์ลงไป แม่จะสอนเจ้าว่าต้องวางอย่างไรเพื่อให้พวกมันเติบโตขึ้นมาแข็งแรงที่สุด"
"ขอรับท่านแม่ ถ้าท่านพ่อเห็นว่าเราเก่งขนาดนี้ เขาจะกลับมาหาเราหรือไม่ขอรับ"
อาเป่าเอ่ยพลางใช้มือน้อยๆ บรรจงวางเมล็ดผักลงในดินอย่างทะนุถนอม คำถามนั้นทำให้มือของเว่ยเสี่ยวเหอชะงักไปครู่หนึ่ง นางมองเข้าไปในดวงตาใสซื่อของลูกชายแล้วเอ่ยเสียงเรียบ
"คนที่ทิ้งเราไปยามลำบากไม่ใช่คนที่คู่ควรให้เราเฝ้ารอ เมื่อเราเติบใหญ่และรุ่งโรจน์ด้วยลำแข้งของตนเอง วันนั้นเจ้าจะรู้ว่าการมีคนเช่นนั้นอยู่ในชีวิตมีแต่จะทำให้เราตกต่ำลง อย่าให้ค่ากับคนที่ไม่เคยเห็นค่าในตัวเจ้า เข้าใจหรือไม่”
"เข้าใจแล้วขอรับท่านแม่ ต่อไปข้าจะไม่ถามถึงท่านพ่ออีก ข้าจะมีแค่ท่านแม่คนเดียวก็เพียงพอแล้วขอรับ"
“อาเป่าของแม่เป็นเด็กดี”
เด็กน้อยประกาศกร้าวพร้อมกับตักน้ำพรมลงบนเมล็ดผักด้วยความตั้งใจ สองแม่ลูกช่วยกันทำงานจนเหงื่อท่วมกาย เว่ยเสี่ยวเหอมองดูผลงานในวันแรกด้วยความพึงพอใจ แถวผักยาวเหยียดถูกจัดวางอย่างเป็นระบบระเบียบ ร่องน้ำที่ขุดไว้เริ่มทำหน้าที่ของมันได้ดี นางแอบใช้จังหวะที่อาเป่าไม่ได้มองเรียกน้ำทิพย์ปริมาณเข้มข้นออกมาพรมไปทั่วแปลงผักอีกครั้ง ไอระเหยจางๆ ที่แผ่ออกมาจากดินทำให้พืชพรรณในมโนภาพของนางเด่นชัดขึ้น
"พักเสียหน่อยเถิดอาเป่า" นางจูงมือลูกชายไปนั่งพักใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ "ดื่มน้ำก่อน"
นางส่งกระบอกน้ำที่ใส่น้ำทิพย์เย็นฉ่ำให้เด็กน้อย อาเป่าดื่มเข้าไปอึกใหญ่แล้วดวงตาพลันเบิกกว้าง
"สดชื่นเหลือเกินขอรับท่านแม่ ร่างกายข้าคล้ายมีพลังมหาศาล ความเหนื่อยเมื่อครู่หายไปหมดสิ้นเลยขอรับ"
"น้ำนี้คือน้ำวิเศษที่จะช่วยให้เราแข็งแรง แต่นี่เป็นความลับระหว่างเราแม่ลูกนะอาเป่า เจ้าห้ามบอกใครเด็ดขาด แม้แต่เพื่อนเล่นในหมู่บ้านก็ห้ามเอ่ยถึง" เว่ยเสี่ยวเหอกระซิบ
"ข้าจะรักษาความลับด้วยชีวิต”
เด็กน้อยทำท่าฮึกเหิมเหมือนอย่างที่เคยเห็นนางทำก่อนหน้านี้ ทำให้เว่ยเสี่ยวเหอหลุดขำออกมาด้วยความเอ็นดู
เวลาผ่านไปจนตะวันเริ่มคล้อยต่ำ บัดนี้รอยหลุมแต่ละหลุมถูกกลบฝัง เว่ยเสี่ยวเหอพาอาเป่าเดินกลับเข้ากระท่อมเพื่อเตรียมมื้อค่ำจากเสบียงที่เหลืออยู่ในมิติลับ คืนนั้นนางเฝ้าดูบุตรชายที่หลับปุ๋ยไปด้วยความอ่อนเพลียแต่มีรอยยิ้มประดับใบหน้า
สายหมอกยามเช้าที่ปกคลุมหมู่บ้านชิงสุ่ย หน้าดินชื้นและความเย็นสดชื่นแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณกระท่อมหลังน้อย ทว่าเพียงชั่วข้ามคืนสลับกับเวลาเพียงไม่กี่วัน ปาฏิหาริย์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็ปรากฏ พืชผักที่เว่ยเสี่ยวเหอและอาเป่าช่วยกันปลูกไว้บัดนี้เติบโตจนเขียวขจีผิดหูผิดตา ผักกาดหอมใบหยิกดูอวบอิ่มน้ำ หัวไชเท้าที่ปลายยอดชูใบสีเขียวเข้มแข็งแรงเหมือนกองทหารยืนเข้าแถว
เว่ยเสี่ยวเหอกอดอกมองดูแปลงผักด้วยความพึงพอใจ นี่คือผลลัพธ์ของน้ำทิพย์จิตวิญญาณ พืชพรรณเหล่านี้ไม่เพียงแต่เติบโตเร็วมันยังมีชีวิตชีวาแต่แมลงศัตรูพืชก็ไม่กล้ากล้ำกราย
"ดูนั่นสิขอรับ"
อาเป่าวิ่งออกมาจากกระท่อมด้วยท่าทางตื่นเต้น เด็กน้อยหยุดชะงักอยู่ที่ริมแปลงผัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างพลางใช้มือน้อย ๆ ลูบไปที่ใบผักกาดหอมอย่างเบามือ
"ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหมขอรับท่านแม่ เมื่อวานพวกมันยังเป็นเพียงต้นกล้าเล็ก ๆ อยู่เลย ทำไมเช้านี้ถึงดูน่ากินขนาดนี้ล่ะขอรับ"
"น้ำและดินที่นี่ดีกว่าที่เจ้าคิดอย่างไรล่ะอาเป่า และที่สำคัญเป็นเพราะเจ้าช่วยแม่ดูแลพวกมันอย่างดี พวกมันจึงตอบแทนเจ้าด้วยความงดงามเช่นนี้"
เว่ยเสี่ยวเหอยิ้มพลางย่อตัวลงตรวจดูความสมบูรณ์ของหัวไชเท้า
"ข้าดีใจเหลือเกินขอรับท่านแม่ ต่อไปเราจะมีผักกินกันจนอิ่มท้อง ไม่ต้องทนหิวอีกแล้วนะขอรับ" อาเป่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ทว่า ในขณะที่สองแม่ลูกกำลังชื่นชมผลงานอยู่นั้น เสียงซุบซิบจากรั้วไม้ผุ ๆ ด้านนอกก็ดังแว่วมา ชาวบ้านหลายคนที่เดิมทีแสร้งทำเป็นเดินผ่านกลับต้องยืนตกตะลึงจนตาค้าง บางคนถึงกับขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"นั่นมันผักจริง ๆ หรือ ที่ดินตรงนั้นปลูกอะไรก็ตายไม่ใช่รึ" หญิงชาวนาคนหนึ่งเอ่ยพลางป้องปากกระซิบกับสหาย
"นั่นน่ะสิ ข้าเห็นนางเพิ่งลงเมล็ดไปไม่กี่วันก่อนเอง ทำไมมันถึงโตเร็วนัก หรือว่านางจะใช้มนต์ดำอย่างที่นางจางว่าจริงๆ"
อีกคนเสริมด้วยน้ำเสียงหวาดระแวงปนอิจฉา เว่ยเสี่ยวเหอได้ยินทุกคำพูด นางไม่ได้หันไปโต้ตอบแต่กลับนิ่งเฉยไม่รับรู้
"อาเป่าเตรียมตะกร้าให้แม่ วันนี้เราจะคัดผักที่อวบอิ่มที่สุด แม่จะพาเจ้าไปตลาด"
"เราจะไปตลาดหรือขอรับท่านแม่" อาเป่าถามด้วยความตื่นเต้นระคนกังวล "ที่นั่นมีแต่คนมีเงิน เราไม่มีเงินแล้วข้าก็อายที่ชุดข้ามันเก่าและขาดเช่นนี้ขอรับ"
