3 ตัวถ่วงสามี
3
ตัวถ่วงสามี
“ออกมา! ออกมาเดี๋ยวนี้นะหญิงแพศยา”
เสียงเอ็ดตะโลด้านนอกในช่วงเช้าตรู่ทำให้เว่ยเสี่ยวเหอลืมตาขึ้น นางรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของฝีเท้าคนกลุ่มใหญ่ที่มุ่งตรงมายังกระท่อมไม้ผุพังแห่งนี้ ร่างกายที่เพิ่งได้รับน้ำทิพย์จิตวิญญาณไปเมื่อวานดูมีพละกำลังขึ้นผิดตา อาการปวดเมื่อยล้าตามกล้ามเนื้อเลือนหายไปจนเกือบหมดสิ้น
"นังปีศาจเว่ยเสี่ยวเหอ! ออกมารับโทษเดี๋ยวนี้!"
เสียงตะโกนด่าทอที่คุ้นเคยดังลั่น เว่ยเสี่ยวเหอขยับกายลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ หันไปมองอาเป่าที่ยังคงหลับสนิทอยู่บนแคร่ไม้ ใบหน้าเล็กๆ นั้นดูอิ่มเอิบขึ้นหลังจากได้กินข้าวและไข่นึ่ง นางดึงผ้าห่มผืนบางคลุมกายให้ลูกชายอย่างแผ่วเบาก่อนจะเดินไปหยิบมีดพร้าเล่มเดิมที่ลับจนคมกริบพิงไว้ข้างฝา แล้วก้าวออกไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนด้านนอก
เบื้องหน้าของนางคือกลุ่มชาวบ้านเกือบยี่สิบคน นำโดยผู้ใหญ่บ้านเฉา ชายชราหน้าตาเคร่งขรึมในชุดผ้าป่านเนื้อดี และที่ยืนอยู่ข้างกายเขาด้วยท่าทางหยิ่งยโสคือนางจาง ข้อมือของนางถูกพันด้วยผ้าขาวใบหน้าบวมช้ำนั้นบิดเบี้ยวจนดูตลก
"ผู้ใหญ่บ้านเฉา ท่านดูเอาเถิด นังม่ายใจอำมหิตนี่มันทำร้ายข้าจนกระดูกหัก ทั้งยังเสียสติทำร้ายญาติพี่น้องข้าบาดเจ็บสาหัส มันต้องถูกผีสิงร่างแน่ๆ คนเยี่ยงนี้หากปล่อยไว้ในหมู่บ้านชิงสุ่ยจะนำพาแต่ความวิบัติมาให้พวกเรา"
หึ ปากของหญิงแก่นี่สมควรถูกเลาะฟันออกให้หมด
ทางด้านผู้ใหญ่บ้านเฉาลูบเคราตัวเองพลางมองเว่ยเสี่ยวเหอด้วยสายตาดูแคลน เขาถือไม้เท้าเคาะพื้นดินเสียงดังปึก!
"เว่ยเสี่ยวเหอ ในฐานะที่เจ้าเป็นเพียงสตรีม่ายที่ถูกตระกูลจางหย่าขาด เจ้ายังจะไม่มีสิทธิ์อะไรครอบครองที่ดินผืนนี้อีก ตามกฎของหมู่บ้านชิงสุ่ย สตรีที่ถูกขับออกจากตระกูลเพราะลักลอบมีชู้ต้องไสหัวออกไปจากเขตหมู่บ้านภายในสามวัน แต่นี่เจ้ากลับก่อเรื่องป่าเถื่อนทำร้ายผู้อาวุโส ข้าในฐานะผู้นำหมู่บ้านขอประกาศให้เจ้าพาลูกของเจ้าไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นข้าจะสั่งให้ชาวบ้านรุมสั่งสอนเจ้าแล้วส่งตัวให้ทางการโบยให้ตาย!"
“ใช่ๆ ลักลอบเล่นชู้จนสามีขอหย่าต้องถูกตีให้ตาย!”
“ถูกต้องแล้ว หญิงแพศยา ดาวไม้กวาด ตัวถ่วงสามี”
“เราต้องจัดการคนผิด เพื่อไม่ให้ลูกบ้านคนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง”
“ใช่ๆ”
ชาวบ้านหลายคนเริ่มส่งเสียงข่มขู่ บ้างถือจอบถือเสียมก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดัน เว่ยเสี่ยวเหอกลับยืนนิ่ง นางไม่ได้แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อยแต่กลับเหยียดยิ้มเย็นที่มุมปาก แววตาคมกริบกวาดมองไปที่ผู้ใหญ่บ้านเฉา
"กฎหมู่บ้านข้อใดที่บอกว่าหญิงม่ายไม่อาจครอบครองสินเดิมของตน"
น้ำเสียงของนางราบเรียบทว่าทรงพลังจนเสียงเอะอะโวยวายของชาวบ้านสงบลง
"ที่ดินสามหมู่และกระท่อมหลังนี้ท่านพ่อของข้ามอบให้ข้าเป็นสินเจ้าสาวก่อนจะสิ้นใจ มีหนังสือสัญญาตราประทับจากที่ว่าการอำเภอแจ้งชัด แม้ข้าจะแต่งเข้าตระกูลจางแต่นี่คือสินส่วนตัวที่สามีไม่อาจแตะต้องตามกฎหมายแคว้นต้าฉิน ข้าถามท่านผู้ใหญ่บ้านเฉา ท่านเป็นผู้นำหมู่บ้านแต่กลับไม่รู้กฎหมายบ้านเมือง หรือว่าท่านได้รับเงินปิดปากจากนางจางจนหน้ามือตาบอดไปเสียแล้ว"
"เจ้า! สตรีไม่รู้ความเจ้าบังอาจเถียงข้า! ข้าคือผู้ออกกฎในหมู่บ้านนี้ กฎหมายทางการจะไปสู้กฎหมู่บ้านได้อย่างไร พวกเจ้ามัวยืนบื้ออยู่ทำไมไปลากตัวนางออกมา โยนข้าวของนางกับลูกชายทิ้งไปให้หมด!"
ผู้ใหญ่บ้านเฉาหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธจัด หันไปสั่งชายฉกรรจ์สามคน ชายเหล่านั้นพุ่งตัวเข้าหาเว่ยเสี่ยวเหอตามคำสั่ง ทว่าครั้งนี้นางไม่ได้ตั้งรับอย่างเดียว ทักษะการต่อสู้ถูกงัดออกมาใช้ทันที
นางเบี่ยงตัวหลบหมัดแรกอย่างพริ้วไหว ใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าที่ยอดอกของชายคนแรกจนมันกระเด็นไปชนกับคนที่สอง อีกคนพยายามจะเข้ามารวบเอวนางจากด้านหลัง เว่ยเสี่ยวเหอถอยเท้าออกมาหนึ่งก้าวแล้วใช้ศอกกระทุ้งเข้าที่ชายโครงมันอย่างแรงจนได้ยินเสียงซี่โครงลั่น
เพียงไม่ถึงครึ่งเค่อ ชายร่างยักษ์ทั้งสามลงไปนอนเกลือกกลิ้งร้องโหยหวนอยู่บนพื้นดินที่แห้งกร้าน ชาวบ้านคนอื่นๆ ที่เหลือต่างชะงักฝีเท้าด้วยความหวาดกลัว พละกำลังและท่วงท่าของแม่ม่ายที่เคยอ่อนแอนั้นดูราวกับนักสู้ฝีมือดี
"ใครจะเข้ามาอีก"
เว่ยเสี่ยวเหอเอ่ยเสียงเย็น นางก้าวเดินเข้าไปหาผู้ใหญ่บ้านเฉาช้าๆ แต่ละก้าวของนางกดดันให้ชายชราต้องก้าวถอยหลังจนสะดุดไม้เท้าตนเอง
"ผู้ใหญ่บ้านเฉาท่านฟังข้าให้ดี หากท่านยังกล้าใช้อำนาจมืดรังแกแม่ม่ายและลูกกำพร้า ข้าจะไม่เพียงไม่ไปแต่ข้าจะเดินเข้าที่ว่าการอำเภอในเมือง ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อท่านนายอำเภอว่าท่านใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ และนางจางผู้นี้พยายามจะขายบุตรชายของข้าไปเป็นทาส"
นางจ่อปลายมีดพร้าไปที่หน้าอกของชายชรา แววตาของนางนิ่งสงบจนน่าขนลุก จากนั้นหันไปมองนางจางที่ตอนนี้หน้าซีดเผือด
"ลูกชายเจ้าเป็นขุนนางใหม่ในเมืองหลวงใช่ไหม อยากลองดูไหมว่าหากเรื่องที่เขาใส่ร้ายภรรยาเดิมและพยายามฆ่าลูกแท้ๆ ของตนเองโดยปล่อยให้อดตาย ถ้าได้ยินไปถึงหูพ่อตาขุนนางใหญ่ตำแหน่งของเขาจะยังรักษาไว้ได้หรือไม่”
นางจางถึงกับทรุดลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว รู้ดีว่าจางเหวินไฉรักชื่อเสียงยิ่งกว่าชีวิต หากเรื่องนี้แดงขึ้นมา อนาคตของลูกชายนางย่อมดับวูบ
"ไปให้พ้นหน้าข้า! ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทนแล้วใช้มีดเล่มนี้สะสางบัญชีแค้นที่ตระกูลจางทำไว้กับข้ามาตลอดหลายปี"
ผู้ใหญ่บ้านเฉาที่บัดนี้ขาสั่นพั่บๆ ไม่กล้าเอ่ยแม้แต่คำเดียว เขาพยุงร่างอันสั่นเทาลุกขึ้นแล้วรีบเดินหนีไปโดยไม่เหลียวหลัง ชาวบ้านคนอื่นๆ เมื่อเห็นผู้นำหนีตายก็ต่างพากันสลายตัววิ่งหนีหัวซุกหัวซุนตามกันไปราวกับเห็นปีศาจ ทิ้งไว้เพียงฝุ่นตลบและความเงียบงัน
เว่ยเสี่ยวเหอลดมีดลง นางถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ร่างกายนี้ยังอ่อนแอเกินไปเพียงแค่ขยับตัวไม่กี่ท่าเหงื่อก็ท่วมกายเสียแล้ว นางหันกลับไปมองที่กระท่อม เห็นอาเป่ายืนแอบอยู่หลังประตูด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
"ท่านแม่ ท่านแม่เก่งที่สุดเลยขอรับ"
เว่ยเสี่ยวเหอเดินเข้าไปอุ้มลูกชายขึ้นมา
"อาเป่า ต่อไปนี้แม่จะสร้างรั้วบ้านที่แข็งแรงที่สุด จะไม่มีใครก้าวข้ามมาทำร้ายเจ้าได้อีก"
นางมองออกไปยังที่ดินสามหมู่ที่ว่างเปล่า แม้ดินจะเค็มและแห้งกร้านแต่ด้วยน้ำทิพย์จิตวิญญาณในมิติลับและความรู้เรื่องการเกษตรที่พอมีอยู่บ้าง นางจะเปลี่ยนนรกบนดินแห่งนี้ให้กลายเป็นทองคำ
"มาเถิดลูกรัก วันนี้แม่จะเริ่มปลูกผักชุดแรก"
“ขอรับท่านแม่”
