10 มีกับดัก
10
มีกับดัก
"กับดัก! มีกับดัก!"
นักเลงอีกคนตะโกนด้วยความตกใจ มันรีบถอยหลังหนีด้วยสัญชาตญาณ ทว่าพอก้าวถอยไปได้เพียงสองก้าวเท้าของมันก็พลาดท่าเหยียบเข้ากับหลุมพรางที่ขุดไว้ลึก ด้านล่างปูด้วยตะปูที่ทำจากไม้ไผ่เหลาจนแหลมคม
อึ๊ก! อ๊ากกก!
นักเลงคนที่สองล้มลงไปในหลุม เสียงไม้แหลมแทงทะลุเนื้อดังน่าสยดสยอง มันไม่ได้ร้องเสียงดังเหมือนคนแรก แต่มันนอนดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสเกินบรรยาย
"นังปีศาจแอบวางกับดักงั้นรึ!"
นักเลงคนที่สามที่ยังรอดอยู่โกรธจัด มันคว้าถังน้ำมันเตรียมจะขว้างใส่กระท่อมเพื่อเผาให้วอด ทว่าเว่ยเสี่ยวเหอที่ซุ่มอยู่บนคานหลังคาไม่ปล่อยให้มันทำสำเร็จ นางดึงเชือกกลไกที่ทำไว้เป็นสายระโยงระยางทันที
เคร้ง!
ถังไม้ขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนยอดไม้พลันคว่ำตกลงมา มันไม่ได้บรรจุน้ำหรือหิน แต่มันคือสิ่งปฏิกูลของหมูป่าที่นางรวบรวมมาจากคอกสัตว์ในมิติลับ ขี้หมูป่าที่หมักไว้มีกลิ่นฉุนรุนแรงหล่นลงมาเหมือนพายุสีน้ำตาลเข้ม
ผลัวะ!
"อ๊วกกกก! นี่มันอะไรกันเนี่ย!"
นักเลงคนที่สามถูกพายุขี้หมูถล่มใส่ทั้งตัว กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงทำให้อาเจียนจนหมดไส้หมดพุงล้มลงไปคลุกกับพื้น กลิ่นนั้นช่างตราตรึงจนมันแทบจะอยากควักปอดออกมาล้าง
นางจางและจางเม่ยเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลต่างถูกละอองพายุขี้หมูสาดใส่จนหน้าตากลายเป็นลายพร้อย สิ่งปฏิกูลไหลเข้าปากเข้าจมูกจนพวกนางอาเจียนออกมา
"โอ๊ย! เหม็น เหม็นเหลือเกิน"
นางจางร้องโวยวายพยายามเช็ดหน้าแต่ยิ่งเช็ดก็ยิ่งเปื้อน เว่ยเสี่ยวเหอรีบกระโดดลงมาจากหลังคาอย่างสง่างามในมือถือไม้พลองยาว นางก้าวเดินผ่านกองเลือดและกองขี้หมูมุ่งตรงไปยังสองแม่ลูกตระกูลจางที่บัดนี้สภาพดูไม่ได้ยิ่งกว่ายาจกข้างถนน
"เป็นอย่างไรบ้างอดีตแม่สามี ของขวัญต้อนรับจากข้าถูกใจพวกท่านบ้างไหม"
"นัง! นังตัวแสบ! เจ้ากล้าทำกับพวกข้าขนาดนี้เชียวรึ" จางเม่ยเอ๋อร์พยายามจะด่าแต่ก็ต้องอุดจมูกไปด้วย
"ข้ายังทำได้มากกว่านี้อีก" เว่ยเสี่ยวเหอควงไม้พลองชี้ไปที่เหล่านักเลงที่นอนโอดครวญ "ถ้าพวกเจ้ายังไม่ไสหัวไปภายในสามอึดใจ ข้าจะปล่อยเจ้าของขี้พวกนี้ออกมาทักทายพวกเจ้าจริงๆ หมูป่าของข้ามันชอบกินเนื้อคนสดๆ เสียด้วยสิ"
พูดจบนางก็ผิวปากเบาๆ เสียงขู่คำรามที่ดุดันของหมูป่าตัวเขื่องแสนจะดุร้ายดังแว่วออกมาจากในมิติ ทำเอาเหล่านักเลงที่บาดเจ็บถึงกับฮึดสู้พยายามลากสังขารหนีตายกันสุดชีวิต
"หนี! หนีเร็ว! เจ้ามันแม่มดชัดๆ"
หัวโจกนักเลงที่ขาเลือดโชกพยายามคลานหนีไปบนทางที่เต็มไปด้วยขี้หมู นางจางและจางเม่ยเอ๋อร์เมื่อเห็นลูกน้องหนีไปหมดแล้วก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องแบกสังขารอันเน่าเหม็นและก้นที่ยังไม่หายระบมวิ่งหนีฝ่าความมืดออกไปพลางร้องไห้ประหนึ่งเห็นผีร้าย
เว่ยเสี่ยวเหอมองตามแผ่นหลังที่โซซัดโซเซของพวกนางด้วยสายตาเรียบเฉย นางไม่ได้ตามไปซ้ำเติม เพราะรู้ดีว่าเพียงเท่านี้ชื่อเสียงของนางก็กะฉ่อนไปทั่วหมู่บ้าน จนไม่มีใครกล้ามาย่างกรายที่นี่อีกนานแสนนาน
"พรุ่งนี้ต้องล้างพื้นยกใหญ่เลยนะเนี่ย ขอบใจนะเจ้าพวกหมูป่า ผลงานพวกเจ้าช่างยอดเยี่ยมจริงๆ" นางบ่นพึมพำพลางยิ้มขำ
เช้าวันรุ่งขึ้น ที่ลานหน้ากระท่อมที่บัดนี้สะอาดสะอ้านไร้ร่องรอยของพายุสิ่งปฏิกูลเมื่อคืนก่อน เว่ยเสี่ยวเหอยืนมองสำรวจพื้นที่รอบบ้านด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป นางตัดสินใจก้าวเข้าสู่มิติลับเพื่อสำรวจทรัพยากรณที่ขยายจำนวนอย่างรวดเร็ว
ภายในมิติ บรรดาแพะภูเขาขนปุยที่นางนำมาปล่อยไว้ไม่กี่วันก่อนบัดนี้แพร่พันธุ์และเติบโตจนล้นคอก พลังจากน้ำทิพย์จิตวิญญาณทำให้พวกมันมีร่างกายที่กำยำ เนื้อแน่น และที่สำคัญคือไม่มีกลิ่นสาบเหมือนสัตว์ทั่วไป เสียงร้องแบะๆ ดังระงมไปทั่วทุ่งหญ้าในมิติจนเว่ยเสี่ยวเหอรู้ดีว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้คอกคงจะแตกเป็นแน่
นางจึงเลือกแพะตัวผู้ที่สมบูรณ์ที่สุดตัวหนึ่ง ก่อนจะใช้วิชาชีพทหารจัดการให้มันสลบแล้วแบกออกจากมิติมาวางที่ลานหน้าบ้าน
"โอ้โห! ท่านแม่ขอรับแพะตัวนี้ใหญ่โตเหลือเกินขอรับ"
“ใช่แล้ว”
“ท่านแม่จะจัดการมันหรือขอรับ”
อาเป่าที่เพิ่งล้างหน้าตาเสร็จวิ่งออกมาดูด้วยตาที่เป็นประกาย เขาเอานิ้วจิ้มไปที่กล้ามเนื้อขาของแพะ ขนมันนุ่มและดูสะอาดสะอ้านมาก
"วันนี้แม่จะชำแหละเนื้อแพะทำอาหารดีๆ ให้เจ้ากินนะอาเป่า"
เว่ยเสี่ยวเหอเอ่ยพลางหยิบมีดชำแหละที่ลับจนคมกริบขึ้นมาสะท้อนแสงแดด นางเตรียมจะลงมือจัดการด้วยความชำนาญตามแบบฉบับทหารที่ต้องยังชีพในป่า
“วิ่งเข้าบ้านไปซะ เจ้ายังเด็กอยู่เดี๋ยวคืนนี้จะนอนไม่หลับ”
“ขอรับท่านแม่”
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม เนื้อแพะเกือบจะชำแหละเรียบร้อยแล้วอาเป่าจึงวิ่งออกมาใหม่
"ท่านแม่ขอรับแพะตัวใหญ่ขนาดนี้ข้ากับท่านแม่สองคนกินทั้งเดือนก็ไม่หมด ข้าว่าถ้าเราเอาเนื้อพวกนี้ไปขายที่ตลาดเหมือนผักกาดหอม เราน่าจะได้เงินมาซื้อรองเท้าสวยๆ คู่ใหม่ให้ท่านแม่ได้หลายคู่เลยนะขอรับ"
“ใครอยากได้รองเท้าสวยๆ กัน แม่ของเจ้าน่ะไม่ชอบของแบบนั้นหรอก แม่ชอบรองเท้าที่ใส่แล้วสบายเท้ามากกว่า เพราะรองเท้าที่ใส่แล้วสบายมันจะพาเราไปได้ทุกที่”
คำพูดของลูกชายทำให้มือที่กำลังจะลงมีดชะงักไปครู่หนึ่ง เว่ยเสี่ยวเหอนิ่งคิดตาม
นั่นสินะ เงินที่เก็บหอมรอมริบจากการขายผักก็มีอยู่ไม่น้อย หากเอาแต่ขายวัตถุดิบคนอื่นก็ได้กำไรไปมากกว่า แต่ถ้าข้าแปรรูปมันล่ะ น้ำแกงแพะคืออาหารที่บำรุงกำลังได้ดีที่สุด โดยเฉพาะหากใช้น้ำทิพย์จิตวิญญาณผสมเป็นน้ำแกงและสมุนไพรจากมิติลับเป็นเครื่องยา
"อาเป่าความคิดดี เจ้าพูดถูกเราไม่ควรแค่ขายเนื้อ แต่เราจะเปิดร้านขายน้ำแกงแพะบำรุงกำลังในเมืองหลวงเพื่อกอบโกยเงินให้ได้เป็นกอบเป็นกำ"
"เปิดร้านหรือขอรับ เราจะมีร้านเป็นของตัวเองจริงๆ หรือขอรับท่านแม่" อาเป่ากระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ
"ใช่แล้วลูก ร้านที่มีป้ายชื่อชัดเจน ร้านที่ไม่มีใครกล้ามาไล่เราเหมือนหมาข้างถนน แม่จะปรุงน้ำแกงที่ใครได้ชิมเพียงคำเดียวก็ต้องลืมรสชาติอาหารทุกอย่างในชีวิตไปเลย"
แววตาของเว่ยเสี่ยวเหอฉายชัดถึงความมุ่งมั่น นางเริ่มวางแผนทันที นำเงินตำลึงที่ฝังไว้ใต้ดินออกมานับดูแล้วพอจะเช่าแผงค้าในตลาดย่านที่ผู้คนพลุกพล่านได้ นางเริ่มทำความสะอาดเนื้อแพะอย่างพิถีพิถัน เลาะกระดูกออกมาเคี่ยวเป็นน้ำซุปโดยใช้น้ำทิพย์ผสมลงไป ใส่เครื่องยาจีนที่นางคัดสรรจากมิติทั้งโสมคนและเห็ดหลินจือฝานบางๆ
กลิ่นหอมของน้ำแกงแพะเริ่มอบอวลออกจากกระท่อม มันไม่ใช่กลิ่นสาบหืนแบบที่คนทั่วไปขยาด แต่มันคือกลิ่นหอมที่สดชื่นเย้ายวนและชวนให้กระปรี้กระเปร่าอย่างประหลาด ชาวบ้านหมู่บ้านชิงสุ่ยที่เดินผ่านต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
"กลิ่นอะไรน่ะ หอมจนข้าแทบจะเดินต่อไม่ไหว"
ชาวนาคนหนึ่งรำพึงพลางมองไปทางกระท่อมเว่ยเสี่ยวเหอ ในขณะที่น้ำแกงกำลังเคี่ยวจนได้ที่เว่ยเสี่ยวเหอก็หาผ้าสะอาดมาห่อเนื้อแพะส่วนที่ปรุงสุกแล้วอย่างดี นางเตรียมตัวที่จะเข้าเมืองไปหาทำเลร้านในวันนี้ทันที โดยมีอาเป่าคอยช่วยเช็ดล้างถ้วยชามและจัดแจงข้าวของด้วยท่าทางกระตือรือร้น
"อาเป่าวันนี้เราจะไปแจ้งเกิดที่ในเมืองกัน!"
เว่ยเสี่ยวเหอเอ่ยขณะแบกหาบน้ำแกงร้อนๆ ที่เก็บความร้อนได้ดีด้วยบุผ้าหนาๆ
"ใครที่เคยดูถูกเรา วันนี้พวกเขาจะได้รู้ว่าน้ำแกงของม่ายสาวที่เขารังเกียจคือยาทิพย์ที่แม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องใฝ่หา"
"ขอรับท่านแม่ ข้าพร้อมแล้วขอรับ"
สองแม่ลูกมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้นางไม่ได้ไปเพื่อขายผักเป็นชิ้นๆ แต่ไปเพื่อวางรากฐานกิจการที่จะสั่นสะเทือนไปถึงหูของเหล่าขุนนางและเศรษฐี และอาจจะรวมไปถึงจวนตระกูลตู้ที่กำลังวุ่นวายอยู่กับแผลเป็นที่ก้นของจางเหวินไฉด้วย
