บท
ตั้งค่า

อิสรภาพอยู่ไม่ไกลแล้ว

พระอาทิตย์ขึ้นมาพร้อมสาดแสงพาดผ่านตำหนักไม้โบราณเก่าแก่และทรุดโทรมของตำหนักเย็น สะท้อนเป็นเงาลงบนพื้นดิน ให้ความรู้สึกเหมือนความสงบก่อนเกิดพายุใหญ่

อันยาตื่นเช้าขึ้นมา นั่งบนเตียงพร้อมกับชูแขนสองข้างเหยียดไปเต็มที่ ใบหน้าสวยหวานกำลังยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี พร้อมความคิดในใจ

‘ในที่สุด ฉัน อันยา ทหารรับจ้างคนนี้กำลังจะมีอิสระแล้วโว้ย ฮ่าฮ่าฮ่า’

‘หนุ่มน้อยจ้า รอแม่ก่อนนะ แม่จะเปย์พวกหนูๆให้สุด สมัยยุคอวกาศไม่มีผู้ชายบอบบางแบบที่ใฝ่ฝันสักคน มีแต่พวกกล้ามโตทั้งนั้น ดูจนเบื่อแล้ว’

จากนั้นก็มีเสียงเดินข้างนอกประตูและประตูเปิดออก พร้อมกับซิงเซียวเดินเข้ามากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่อันยายกนิ้วชี้ขึ้นมาที่ปากให้เงียบไว้ก่อน

“ซิงเซียว ช่วยเก็บของให้หน่อย เราจะเตรียมตัวออกจากวังแล้ว” อันยาพูดพร้อมกับขยิบตาเป็นสัญญาณให้ซิงเซียวออกไปก่อน ช่วยดูแลเสี่ยวหลง อย่าเพิ่งพาเข้ามาหาเธอ

นางกำนัลซิงเซียวเห็นพระสนมส่งสัญญาณแบบนั้นก็เข้าใจทันที ย่อตัวทำความเคารพแล้วเดินออกจากห้องพร้อมปิดประตูให้อีกฝ่าย

อันยาที่เห็นซิงเซียวออกไปแล้วก็โล่งอก เธอกลัวสาวน้อยคนนั้นจะเผลอพูดถึงเสี่ยวหลง ทำให้องครักษ์เงาได้ยินแล้วไปรายงานฮ่องเต้แก่ เดี๋ยวไม่ได้ออกจากวังกันพอดี

“สมชาย พวกเขายังอยู่ที่เดิมไหม องครักษ์เงาสองคนนั้น” อันยาถาม AI สมชาย

“ยังอยู่ครับเจ้านาย”

“ยิ่งเกิดเรื่องลอบสังหาร ฮ่องเต้แก่ต้องให้เฝ้าจนกว่าจะหย่าซินะ”

“จากการวิเคราะห์ใช่ครับ เจ้านาย”

“แต่จะว่าไปนะสมชาย ระบบ AI กาลเวลานี้ช่วยอะไรได้อีกบ้างไหม นอกจากพา AI สมชายมาด้วยและย้อนเวลาแบบนี้” อันยาถามด้วยความสงสัย

“ไม่ทราบครับเจ้านาย ข้อมูลส่วนนี้ไม่สามารถเข้าถึงได้”สมชายบอกเสียงเรียบ

“ช่างเถอะ แต่จะว่าไปจัดคอร์สฝึกร่างกายนี้ยัง”

“เรียบร้อยแล้วครับ” หลังจากนั้นก็ปรากฏตารางฝึกร่างกายสุดโหดขึ้นมา พออันยาได้เห็นก็ตาเป็นประกาย ลุกขึ้นจากเตียงไปฝึกตามตารางทันที

ด้านองครักษ์เงาสองคนกำลังมองพระสนมของฝ่าบาทกำลังวิ่งราวกับคนบ้าด้วยความสงสัย

“สิบห้า พระสนมทรงทำอะไร” องครักษ์เงา สิบหก ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

“ไม่รู้เหมือนกัน สงสัยจะเสียใจที่หย่ากับฝ่าบาทไหม?” องค์รักษ์เงา สิบห้า ตอบ สิบหก ด้วยความไม่มั่นใจ พวกเขาสองคนมักจะได้รับหน้าที่มาจับตาความเคลื่อนไหวของพระสนมที่ทำเรื่องขอหย่ากับฝ่าบาททุกคน แต่ไม่เคยเห็นพฤติกรรมอะไรแบบนี้มาก่อน

“แล้วที่พระสนมกำลังทำท่าย่อและลุกนั้นคืออะไร?” สิบหกถามสิบห้า

“ถามข้าแล้วข้าจะไปถามใคร ช่างเถอะๆ เรามีหน้าที่จับตาดูพระสนมก็พอที่เหลือไม่ใช่หน้าที่ของเรา” สิบห้าบอกสิบหก

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง อันยาได้ฝึกร่างกายตามตารางโหดของเอไอสมชาย แต่ช่วงแรกของตารางให้ฝึกได้แค่วันละหนึ่งชั่วโมงก่อน จากนั้นค่อยปรับเพิ่มเวลาอีกที

หลังฝึกเสร็จ อันยารู้สึกสดชื่นและร่างกายเบาขึ้นกว่าแต่ก่อน จากนั้นก็อาบน้ำแต่งตัวด้วยตัวเอง เพราะตอนนี้ในตำหนักเย็นมีนางกำนัลซิงเซียวเพียงคนเดียวที่เธอให้ไปดูแลเสี่ยวหลง อีกทั้งเธอเองก็ชอบทำอะไรด้วยตนเองทั้งหมด ถ้าจะมาให้คนอื่นอาบน้ำแต่งตัวให้ก็ไม่ชิน

อาบน้ำแต่งตัวเสร็จไม่นาน สำหรับทรงผมเธอเกล้าผมไม่เป็น ตัดสินใจหาเชือกมามัดผมให้ดูทะมัดทะแม่งขึ้นเพียงเท่านั้น จากนั้นก็มีขันทีสองคนเข้ามาเชิญเธอไปยังตำหนักกลางบอกว่าฮ่องเต้ต้องการพบ

“พระสนมหนิงเหอ ฮ่องเต้เชิญท่านไปพบที่ตำหนักกลางพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีพูดอยู่นอกประตูห้องนอนเธอ จริงๆก่อนหน้านี้พวกเขาก็มองหานางกำนัลสักคนให้ไปเรียนเชิญพระสนมแล้ว แต่ตำหนักเย็นวังเวงมากแทบไม่มีใครอยู่เลย พวกเขาเลยต้องมาเรียนเชิญพระสนมเอง แต่รออยู่หน้าประตูห้องนอน ไม่ไปใกล้กว่านี้

“ได้ ไปกันเลย” อันยาตื่นเต้น เธอกำลังจะหย่าแล้วใช่ไหม รีบเดินไปผลักประตูอย่างแรง ทำให้ขันทีสองคนตกใจสะดุ้งขึ้นมา หันไปมองพระสนมตาค้าง เพราะอีกฝ่ายแต่งตัวธรรมดาและไม่มีเครื่องประดับอะไรเลย แตกต่างจะพระสนมหนิงเหอก่อนหน้านี้ที่มักแต่งตัวสวยงามใส่เครื่องประดับตลอดเวลา หรือว่าพระสนมหนิงเหอเสียใจที่จะหย่ากับฝ่าบาทจนเริ่มเสียสติ??? ขันทีได้แต่คิดในใจ

“เชิญทางนี้พ่ะย่ะค่ะ” ขันทีผายมือเชิญอีกฝ่ายให้ตามพวกตนเองไป

อันยาเอามืิอไพล่หลังอย่างอารมณ์ดี ขันทีหันมามองก็ได้แต่ส่ายหัว สงสัยพระสนมหนิงจะเสียใจจนเสียสติแล้วจริงๆ น่าสงสาร น่าสงสาร

“เจ้านายครับ ทำท่าแบบนี้ไม่ได้ ไม่สุภาพ ท่าที่เจ้านายทำมีแต่บุรุษเท่านั้นที่ทำได้ครับ” AI สมชายเตือนอันยา

“อ่อ ลืมตัวๆ เอาใหม่ๆ” อันยารีบปรับท่าทางให้ดูอ่อนหวาน เรียบร้อยขึ้น

“เจ้านายครับ” AI สมชายเรียกอีกครั้ง

“ทำไมอีกล่ะสมชาย” อันยาเริ่มขุ่นเคืองแล้ว ทำไมเจ้าสมชายเรียกเธอบ่อยจัง

“ยิ้มอารมณ์ดีไม่ได้ครับ เจ้านายกำลังไปหย่า ซึ่งที่นี้การหย่าไม่ควรจะอารมณ์ดี ควรจะโศกเศร้าเสียใจครับ” สมชายเตือนอันยาอีกรอบ

“ลืมตัว เอาใหม่” อันยาก็ปรับอารมณ์ให้เศร้าโศก มีน้ำตาคลอเบ้า พร้อมกับควักผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดขอบตาให้เหมือนกำลังร้องไห้ (แต่ไม่มีน้ำตาออกมาซักหยด)

ระหว่างทางที่เดินจากตำหนักเย็นไปยังตำหนักกลางมีขันทีและนางกำนัลมามุงดูตามทางเดินเงียบๆ แต่ไม่มีใครกล้าขัดจังหวะ เพราะพระสนมหนิงเหอเดินตามหลังขันทีตำหนักกลาง ซึ่งทั้งสองคนเป็นขันทีคนสนิทของมหาขันทีเหยียนฟู่

อันยาเองตอนนี้ก็ไม่ได้สนใจใครจะมามุงดู เธอกำลังเล่นละครทำหน้าตาให้เศร้า เอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดขอบตาตลอดเวลาและพยายามเลียนแบบท่าทางของเจ้าของร่างเดิม ซึ่งบอกเลยว่าอันยากำลังรู้สึกฝืนใจเป็นที่สุด เพราะเธอที่เป็นทหารรับจ้างยุคอวกาศมีนิสัย ห่าม ป่าเถื่อนและโหดมาก ไม่คิดว่าวันหนึ่งต้องมาทำท่าทางแบบนี้

ในที่สุดก็มาถึง ตำหนักกลาง อันยากวาดตามองแล้วก็รู้สึกว่าตำหนักฮ่องเต้ดูใหญ่โตและมั่งคั่ง ประดับไปด้วยของมีค่าเต็มไปหมด มีทั้งหยกประดับ ต้นไม้เงินต้นไม้ทอง รูปวาดโบราณที่มีกลอนอยู่ด้วย ในใจอันยาถูมือเลย เธออยากจิกออกจากวังไปสักสองสามชิ้นรับประกันรวยแน่ แต่ก็ได้แต่คิดแหละ

“พระสนม เชิญทางนี้พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทรออยู่” เหยียนฟู่รออยู่หน้าห้องทรงงาน โบกมือให้ขันทีสองคนออกไป จากนั้นเขาจะรับช่วงต่อเอง พาพระสนมเข้าไปห้องทรงงาน

อันยาที่กำลังคิดอะไรเพลินก็หันไปตามเสียงก็เห็นมหาขันทีเหยียนฟู่ เธอก็เบิกตากว้างทันที นี้สเปคเธอเลยนะ บัณฑิตร่างบาง เสียแต่ว่าอีกฝ่ายสูงไปหน่อย ไม่เป็นไรอย่างน้อยก็ได้ดูเป็นอาหารตาที่ถูกใจเธอหนึ่งคน

“พระสนม เชิญพ่ะย่ะค่ะ” เหยียนฟู่เรียกพระสนมที่กำลังมองเขาไม่วางตา

อันยารีบเรียกสติอีกครั้ง บ้าเอ่ย ทำไมเธอต้องสติหลุดตอนนี้ เห็นผู้ชายในสเปคเธอหน่อยไม่ได้

“เชิญท่านขันทีนำทางได้เลย” จากนั้นอันยาก็ทำท่าเศร้าโศกและเดินตามเหยียนฟู่จนไปถึงห้องโถงแห่งหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของห้องทรงงานที่แบ่งไว้คุยกับขุนนาง

“พระสนม โปรดรออยู่ตรงนี้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไปรายงานฝ่าบาท”

“ไปเถอะ ข้าอยู่ได้” อันยานั่งลงรอฮ่องเต้แก่ทันที ในใจก็อดเต้นระรัวไม่ได้ ใกล้ล่ะ อีกนิดเดียวเท่านั้น ความคิดในใจตอนนี้

‘อิสรภาพอยู่ไม่ไกลแล้ว’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel