บท
ตั้งค่า

แรกพบ

ห้องทรงงาน

ฮ่องเต้เฉินหรงกำลังนั่งอ่านฏีกาอยู่ ได้ยินเสียงเดินเข้ามาก็เงยพระพักตร์ขึ้นมาเห็นเหยียนฟู่ ขันทีคนสนิทเดินเข้ามาก็ก้มหน้าลงไปอ่านฏีกาในมือต่ออีกรอบ

“เหยียนฟู่ มีอะไร” เฉินหรงตรัสถามเสียงเรียบ

“พระสนมหนิงเหอมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

เฉินหรงวางและปิดฏีกาลง เขาลุกขึ้นทันที ตอนนี้เขาอยากเห็นหน้าพระสนมหนิงเหอที่ไปอยู่ตำหนักเย็นเกือบปีเหมือนกัน เขาลืมหน้าอีกฝ่ายไปแล้ว

“ไปกัน เหยียนฟู่”

“พ่ะย่ะค่ะ” เหยียนฟู่ก้มหัวลงแล้วเดินตามมังกรหนุ่มไป

ห้องโถงติดห้องทรงงาน

อันยาที่นั่งรอฮ่องเต้แก่ กวาดตามองไปรอบห้องก็อดยอมรับไม่ได้ว่ารสนิยมการแต่งห้องนี้เทสดีเลยทีเดียว สวยหรูเรียบ สามคำมาบรรยายห้องนี้ได้เลย จนกระทั่งเธอได้หันไปสบกับดวงตาคมของฮ่องเต้ที่กำลังเดินเข้ามาโดยมีเหยียนฟู่ตามไม่ห่าง เธอรู้สึกได้ว่าเหมือนถูกดวงตาคมคู่นั้นดึงดูดเข้าไปแบบไม่เคยเป็นมาก่อน อันยารีบเบือนหน้าหนีก่อนจะรีบลุกขึ้นมาย่อตัวทำความเคารพฮ่องเต้

“ถวายบังคมฝ่าบาท ขอทรงพระเจริญหมื่นๆปีเพคะ” อันยาย่อตัวรอให้ฮ่องเต้รีบมาประคองเธอขึ้น

ด้านฮ่องเต้ที่สบตากลมโตนั้น รู้สึกประหลาดใจไม่ได้นั้นไม่ใช่แววตาที่เขาเคยเห็นมาก่อน ในแววตานั้นแฝงความรู้สึกดื้อรั้นบางอย่างไว้ โดยที่เขาก็ไม่รู้ตัว จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างข้างหู

‘ฮ่องเต้แก่ รีบๆมาประคองฉันคนนี้ไวๆ ปวดเข่าหมดแล้ว’

เฉินหรงถึงกับเลิกคิ้วแล้วกวาดตามอง กำลังมองว่าใครบังอาจถึงกับเรียกเขาว่าฮ่องเต้แก่ เขาเพิ่งอายุ 35 ปีเอง

‘โอ้ย ทำอะไรอยู่ ฉันปวดเข่าจะย่อไม่ไหวแล้วนะ’

‘ฮ่องเต้แก่นี้จะว่าไปตัวโต ผิวคล้ำ กล้ามก็น่าจะโต ดูแล้วไม่ใช่สเปคฉัน ต้องแบบมหาขันทีเหยียนฟู่ซิ หล่อบอบบางถูกใจแม่มาก’

ฮ่องเต้เฉินหรงที่ได้ยินประโยคเหล่านี้ หันไปมองพระสนมหนิงเหอที่ย่อตัวอยู่แต่ก็แอบมองไปยังมหาขันทีเหยียนฟู่โดยไม่รู้ตัว ทำให้เฉินหรงหน้าคล้ำขึ้นมาทันที เมียเขายังไม่ทันหย่ากับเขาก็มองชายอื่นแล้ว แถมชายคนนั้นคือขันทีคนสนิทของเขา

มังกรหนุ่มเดินไปประคองเมีย(รัก)ที่จำหน้าไม่ได้ก่อนหน้านี้

“สนมรัก ลุกขึ้นเถอะ ข้าเห็นเจ้าย่อตัวนานๆแล้วรู้สึกปวดใจ”

อันยาที่ลุกขึ้นยืนตามการประคองของฮ่องเต้ รีบกวักผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตา(ปลอม)อีกรอบ

“ขอบพระทัยฝ่าบาท หม่อมฉันคิดถึงพระองค์มากเลยเพคะ” อันยาพูดไปก็รู้สึกเลี่ยนไป แต่ในความทรงจำร่างเดิมจะพูดกับฮ่องเต้แก่ประมาณนี้

“ถ้าคิดถึงข้า ทำไมจะหย่ากับข้าล่ะสนมรัก” เฉินหรงตรัสถามด้วยความสงสัย พอเห็นหน้าพระสนมหนิงเหอ ความทรงจำบางอย่างก็ผุดขึ้นมา เขาจำได้แล้ว พระสนมที่เขาโปรดปรานพลิกป้ายไปหาบ่อยที่สุดในช่วงที่อีกฝ่ายเข้าวังมาใหม่ๆ

‘ทำไมจะไม่หย่าล่ะ ฉันอยากได้อิสรภาพไปหาหนุ่มน้อยร่างบาง ดีกว่าอยู่กับฮ่องเต้แก่ที่ดูท่าอีกไม่นานจะถูกก่อกบฏ’

เฉินหรงที่ได้ยินถึงกับกัดฟัน อะไรคือการไปหาหนุ่มน้อยร่างบาง อะไรคือการก่อกบฏ มือที่ประคองร่างบางเผลอกุมไหล่นั้นแน่นขึ้น

‘เจ็บโว้ย ไม่มีความทะนุถนอมสตรีเลย ฮ่องเต้แก่นิ หย่าสักทีซิ ฉันจะกลับไปหาเสี่ยวหลง’

มังกรหนุ่มได้ยินประโยคนี้คลายมือที่ประคองไหล่ของร่างบางออก จากนั้นเขาก็สงสัยว่าเสี่ยวหลงคือใคร เขาจะต้องให้องครักษ์เงาไปสืบเรื่องนี้ให้ได้

อันยาใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเดิมเช็ดน้ำตาแล้วก็พูดด้วยเสียงเศร้า “ถึงหม่อมฉันจะรักฝ่าบาท แต่ก็รู้ดีว่าไม่คู่ควรที่จะอยู่รับใช้พระองค์ด้วยความผิดก่อนหน้านี้ โปรดให้หม่อมฉันได้รักพระองค์อยู่ที่ไกลๆแทนด้วยเถอะเพคะ”

‘ฉันต้องได้รางวัลตุ๊กตาทองคำแล้วไหม ตีบทแตกกระจุย พระสนมที่รักฮ่องเต้แก่ใจจะขาดเนี่ย’

‘รีบๆลงนามหย่าสักทีซิโว้ย ฉันจะได้รีบไปเก็บของ พาเสี่ยวหลงออกจากวังให้เร็วที่สุด เดี๋ยวไม่ได้ออก ถ้าฮ่องเต้แก่รู้ว่ามีลูกชาย’

ฮ่องเต้เฉินหรงที่มั่นใจแล้วว่าเสียงทั้งหมดที่ได้ยินมาจากความในใจของพระสนมหนิงเหอที่ขึ้นชื่อว่างามล่มเมือง มากความสามารถด้านกาพย์กลอน กริยาท่าทางเรียบร้อย เขาอดยิ้มเย็นไม่ได้

‘เขามีลูกชาย แต่สนมหนิงเอตั้งใจไม่บอกเขา แถมยังจะพาทายาทมังกรออกจากวังโดยที่เขาไม่รู้ตัวอีก’

‘พระสนมหนิงเหอไปเอาความกล้ามาจากไหน’

‘จะหย่าจากเขาหรอ ฝันไปได้เลย เขาไม่หย่าแล้ว’

มังกรหนุ่มเดินไปยังเก้าอี้แล้วนั่งลง จากนั้นดึงร่างบางให้มานั่งตักเขา ถึงแม้ร่างบางจะดิ้นแต่มีหรือจะสู้แรงเขาได้ จนกระทั่งอีกฝ่ายหยุดดิ้น เขาก็เอาคางวางบนไหล่บางแล้วพูดกระซิบข้างหู มือหนาก็โอบเอวบางนั้นไว้

“เจ้ารักข้าขนาดนี้ จะไปรักไกลๆข้าทำไมกัน มารักกันใกล้ๆดีกว่า”

“เรื่องหย่า ยกเลิกไปได้เลย ข้าเปลี่ยนใจ ไม่หย่าจากเจ้าแล้ว”

“สนมที่รักข้าขนาดนี้ ข้าจะตัดใจปล่อยให้สนมรักลำบากข้างนอกได้อย่างไง”

อันยาที่นึกไม่ถึงว่าฮ่องเต้แก่จะทำรุ่มร่ามกับเธอแถมมากระซิบข้างหู ตอนนี้เธอกำหมัดแน่นแล้วด้วยความโกรธ อยากเอาศอกกระทุ้งด้านหลังจริงๆ ได้แต่ท่อง อดทนไว้อันยา อดทนไว้ เจ้าของร่างเดิมเป็นเมียเขาอยู่ ยิ่งมาได้ยินว่า ไม่หย่าแล้ว ภาพในใจของเธอตอนนี้คืออยากปล่อยหมัดระรัวชกที่ฮ่องเต้แก่สักรอบ

‘ฉันอยากหย่า ไม่ได้อยากรักกับคนแก่กล้ามโตแบบนี้’

‘ไม่เป็นไร หย่าไม่ได้ ฉันก็หนีไปไกลจากที่นี้ก็พอ อีกฝ่ายก็หาไม่เจอแล้ว’

มังกรหนุ่มที่ได้ยินว่าคนแก่กล้ามโต เขาเข้าใจคำว่าคนแก่ แต่กล้ามโตหมายถึงอะไร?? ไม่เป็นไร เดี๋ยวคืนนี้เขาจะถามอีกฝ่ายอีกที ส่วนเรื่องคิดจะหนีไปจากเขา เจ้าอย่าหวังเลยหนิงเหอ จากนั้นก็กระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น

“เหยียนฟู่” ฮ่องเต้เฉินหรงเรียกขันทีคนสนิททันที

“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”

“ออกราชโองการอภัยโทษและคืนยศ พร้อมมอบข้าวของทุกอย่างให้พระสนมหนิงเหอดั่งเดิมและย้ายไปอยู่ตำหนักจันทราในทันที”

“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท” เหยียนฟู่รับคำสั่งฮ่องเต้เฉินหรงก็จะรีบไปร่างราชโองการและไปประกาศหน้าตำหนักเย็นให้เร็วที่สุด ในใจก็ได้แต่คิดว่าพระสนมหนิงเหอเก่งกาจมาก มาพบฮ่องเต้ไม่นานก็สามารถได้รับการอภัยโทษ ได้ทุกอย่างคืนกลับมาหมดและย้ายไปตำหนักจันทราที่ใกล้ตำหนักกลางที่สุดได้ ปกติตำหนักนี้ฮ่องเต้ตั้งใจจะเก็บไว้อย่างหวงแหน ไม่นึกว่าวันนี้จะมอบตำหนักนี้ให้พระสนมหนิงเหอ

“สนมรัก เจ้าพอใจราชโองการของข้าไหม” ฮ่องเต้เฉินหรงได้นำมือมาลูบไล้แก้มเนียนบางนั้นเบา

‘พอใจกับผีซิ’ เสียงที่เขาได้ยินข้างหู ทำให้ตอนนี้มังกรหนุ่มยิ้มอย่างอารมณ์ดีขึ้นมา มีความรู้สึกเหมือนได้ปราบพยศแมวป่าที่เขาเคยจับได้อย่างไงไม่รู้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel