บทที่ 2: เตียงอุ่น... หรือกรงขังมัจจุราช?
บทที่ 2: เตียงอุ่น... หรือกรงขังมัจจุราช?
ณ กระโจมแม่ทัพ ค่ายทหารชายแดนเหนือ
แสงเทียนในตะเกียงน้ำมันวูบไหว ส่งเงาทาบทามลงบนผนังกระโจมที่เงียบสงัด ความรู้สึกแรกที่ เยี่ยหลวนเฉิน รับรู้คือความ 'เบาสบาย' มันเป็นความรู้สึกที่เขาหลงลืมไปนานนับสิบปี... ร่างกายที่เคยหนักอึ้งเหมือนถูกถ่วงด้วยหินผา บัดนี้กลับเบาหวิว สมองที่เคยปวดร้าวเหมือนมีมดนับพันไต่ตอม กลับโล่งโปร่งอย่างน่าประหลาด
เขาขยับตัวเล็กน้อย รู้สึกถึงความนุ่มนิ่มที่อยู่ในอ้อมแขน... มันนุ่มหยุ่น อุ่นสบาย และมีกลิ่นหอมหวานจางๆ เหมือนดอกมู่หลานแรกแย้ม หมอนใบนี้... ช่างดีเหลือเกิน
แม่ทัพหนุ่มผู้ยังกึ่งหลับกึ่งตื่น เผลอไผลทำตามสัญชาตญาณดิบ ใบหน้าคมคายซุกไซ้ลงไปหาความนุ่มนิ่มนั้นอีกครั้ง สูดดมความหอมเข้าปอดเฮือกใหญ่ วงแขนแกร่งกระชับกอดแน่นขึ้น... แน่นขึ้น... จนกระทั่งมือหนาเผลอไปขย้ำลงบนก้อนเนื้อนุ่มๆ บางอย่างที่หน้าอก
"อื้มม..." เขาครางในลำคออย่างพึงพอใจ
"โอ๊ย! ไอ้โรคจิต! จับตรงไหนของนายห้ะ!"
เสียงแหลมปรี๊ดดังกระแทกเข้าโสตประสาท เหมือนใครเอาน้ำเย็นจัดสาดใส่หน้า เยี่ยหลวนเฉินเบิกตาโพลง สติสัมปชัญญะกลับคืนมาครบถ้วนภายในเสี้ยววินาที
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่หมอนขนนก... แต่เป็นใบหน้าของสตรีผู้หนึ่งที่อยู่ห่างจากหน้าเขาเพียงคืบ! ดวงตากลมโตของนางกำลังจ้องเขาด้วยความโกรธจัด แก้มสองข้างแดงปลั่ง (ไม่รู้ว่าโกรธหรืออาย) และที่สำคัญ... มือของเขากำลังวางแหมะอยู่บนหน้าอกของนางเต็มๆ!
พรึ่บ!
ปฏิกิริยาตอบโต้ของแม่ทัพปีศาจรวดเร็วยิ่งกว่าความคิด เขาผลักร่างเล็กนั้นกระเด็นออกไปสุดแรงเกิดราวกับต้องของร้อน พร้อมกับดีดตัวลุกขึ้นยืน คว้าดาบที่หัวเตียงมาชักออกจากฝัก
เคร้ง!
ปลายดาบสีเงินวาววับจ่อเข้าที่ลำคอระหงของหญิงสาวที่เพิ่งจะกลิ้งตกเตียงไปนอนแอ้งแม้งกับพื้น
"เจ้าเป็นใคร! เข้ามาในเตียงข้าได้อย่างไร!" เยี่ยหลวนเฉินตะคอกเสียงกร้าว นัยน์ตาฉายแววอำมหิต รังสีสังหารแผ่พุ่งจนอากาศในกระโจมเย็นยะเยือก
ซูเมิ่งเจี๋ย ลูบก้นปอยๆ ด้วยความเจ็บปวด เธอมองดาบที่จ่อคอหอย แล้วเงยหน้ามองผู้ชายที่เมื่อกี้ยังนอนกอดเธอเป็นตุ๊กตาหมี "ถามจริง? นี่คือคำทักทายของคนที่เพิ่งจะ 'ลวนลาม' ชาวบ้านเหรอ?" เธอสวนกลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้ในใจจะสั่นเป็นเจ้าเข้า "นายเป็นคนลากฉันมากอดเอง ลืมหรือไง!"
"เหลวไหล!" เยี่ยหลวนเฉินคำราม หน้าเริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยความอับอายและโทสะ "ข้าเยี่ยหลวนเฉิน ผู้บัญชาการทหารนับแสน เกลียดสตรีเยี่ยงสุนัขขี้เรื้อน ข้าเนี่ยนะจะกอดเจ้า? ฝันกลางวันอยู่รึ!"
"อ้าว! พูดงี้ก็สวยสิ" ซูเมิ่งเจี๋ยลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นออกจากชุดนอนเป็ดเหลือง "งั้นไปถามลูกน้องนายดูไหม ว่าใครกันแน่ที่ไม่ยอมปล่อยใคร!"
ยังไม่ทันขาดคำ ผ้าใบหน้ากระโจมก็ถูกเลิกขึ้น อาเฟย รองแม่ทัพคู่ใจเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหาร หน้าตาตื่นตระหนกเมื่อเห็นเจ้านายเงื้อดาบจะฟันหญิงสาว
"ท่านแม่ทัพ! ใจเย็นก่อนขอรับ!" อาเฟยรีบวางถาด วิ่งเข้ามาขวาง
"อาเฟย! บอกนังแพศยานี่ไป ว่าข้าไม่มีวันทำเรื่องบัดสีเช่นนั้น!" เยี่ยหลวนเฉินหันไปหาพยานปากเอก "นางวางยาข้าใช่หรือไม่? หรือนางลอบเข้ามาตอนข้าหลับ?"
อาเฟยกลืนน้ำลาย สีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก "เอ่อ... ท่านแม่ทัพ... เรื่องนั้น..." "พูดมา!" "คือว่า... นางพูดความจริงขอรับ" อาเฟยตอบเสียงอ่อย ก้มหน้าหลบสายตา "ท่านแม่ทัพหลับกลางสนามรบ... แล้วก็... กอดนางไว้แน่น... แกะเท่าไหร่ก็ไม่ออก ข้าน้อยเลยต้องหามกลับมาทั้งคู่นั่นแหละขอรับ"
กริบ...
ความเงียบอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมกระโจมอีกครั้ง เยี่ยหลวนเฉินยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหิน ใบหน้าหล่อเหลาเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด ความทรงจำเลือนรางเริ่มไหลย้อนกลับมา... กลิ่นหอม... ความอบอุ่น... และเสียงของนางที่เขาได้ยินก่อนสติจะดับวูบ
เขาค่อยๆ ลดดาบลง แต่สายตายังคงจ้องจับผิดร่างเล็กตรงหน้า "เจ้า..." เขาหรี่ตามองชุดสีเหลืองประหลาดที่นางสวมใส่ แขนสั้น ขาสั้น ลวดลายสัตว์หน้าตาประหลาด (เป็ด) "เจ้าเป็นใครกันแน่? ไม่ใช่คนแคว้นต้าหยาง... ไม่ใช่คนแคว้นศัตรู..."
ซูเมิ่งเจี๋ยเห็นช่องว่างแห่งการเจรจา สมองระดับหัวกะทิเริ่มทำงาน เธอรู้ว่าชีวิตตอนนี้แขวนอยู่บนเส้นด้าย ผู้ชายคนนี้ฆ่าคนได้ง่ายเหมือนบี้มด ถ้าเธอตอบผิด ชีวิตจบเห่แน่ เธอต้องสร้างมูลค่า ให้ตัวเองเดี๋ยวนี้
"ฉันชื่อ ซูเมิ่งเจี๋ย" เธอตอบฉะฉาน สายตาประสานกับเขาอย่างมั่นคง "ฉันจะเป็นใครไม่สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญคือ... ฉันทำให้ท่านหลับได้ ใช่ไหม?"
คำถามนั้นแทงใจดำเยี่ยหลวนเฉินเข้าอย่างจัง เขานิ่งไป... ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นี่เป็นการนอนหลับที่ 'เต็มอิ่ม' ที่สุดในรอบสิบปี ไม่มีฝันร้าย ไม่มีอาการปวดหัวตื่นมาแล้วสดชื่นเหมือนเกิดใหม่
"แล้วอย่างไร?" เขาถามเสียงเย็น "แค่บังเอิญเท่านั้น"
"บังเอิญเหรอ?" ซูเมิ่งเจี๋ยยิ้มมุมปาก เดินเข้าไปใกล้คมดาบอย่างกล้าหาญ เธอถลกแขนเสื้อขึ้น ยื่นข้อมือขาวเนียนไปตรงหน้าเขา "งั้นลองพิสูจน์ไหมล่ะ? ดมสิ"
เยี่ยหลวนเฉินผงะถอยหลัง "เจ้าจะทำอะไร! ไร้ยางอาย!"
"ดม!" เธอสั่งเสียงเข้ม "ถ้าท่านอยากหายจากอาการปวดหัวที่เหมือนหัวจะระเบิดนั่น ถ้าท่านอยากนอนหลับโดยไม่ต้องระแวง... แค่ดมดู แล้วท่านจะรู้ว่าฉันพูดจริง"
ท่าทางมั่นใจของนางทำให้แม่ทัพหนุ่มชะงัก กลิ่นหอมจางๆ จากตัวนางยังคงลอยแตะจมูก และทุกครั้งที่ได้กลิ่น ความเครียดเกร็งในกล้ามเนื้อของเขาก็คลายลงอย่างน่าประหลาด มันคือ 'ยา' จริงๆ หรือ?
เยี่ยหลวนเฉินเม้มปากแน่น ตัดสินใจเก็บดาบเข้าฝัก "อาเฟย จับนางไปขังที่คอกม้า!"
"ห้ะ?" ซูเมิ่งเจี๋ยร้องเสียงหลง "เดี๋ยวสิ! ตรรกะวิบัติแล้ว! ฉันเป็นยานอนหลับเกรดพรีเมียมนะ จะเอาไปขังคอกม้าได้ไง!"
"จนกว่าข้าจะพิสูจน์ได้ว่าเจ้าไม่ใช่สายลับ และกลิ่นของเจ้าเป็นของจริงไม่ใช่ยาเสน่ห์... เจ้าก็เป็นได้แค่เชลย!" เยี่ยหลวนเฉินสั่งเสียงเฉียบขาด หันหลังหนีเพื่อซ่อนแววตาสับสน "ขังไว้ อย่าให้หนี... และอย่าให้ใครเข้าใกล้นาง" ประโยคหลังเขาพูดเบาลงเล็กน้อย "โดยเฉพาะพวกทหารชายฉกรรจ์... ห้ามแตะต้องนางเด็ดขาด"
"รับทราบขอรับ!" อาเฟยรับคำสั่ง ก่อนจะหันมาทำท่าเชิญซูเมิ่งเจี๋ย "เชิญทางนี้แม่นาง... คอกม้าของเราสะอาดมากนะขอรับ ท่านม้าอาบน้ำทุกวัน"
ซูเมิ่งเจี๋ยกัดฟันกรอด มองแผ่นหลังกว้างของท่านแม่ทัพด้วยความแค้นเคือง ฝากไว้ก่อนเถอะอีตาท่อนซุง! คืนนี้แกนอนไม่หลับเมื่อไหร่ อย่ามาง้อให้ฉันไปเป็นหมอนข้างก็แล้วกัน!
"ไปก็ไป!" เธอกระแทกเสียง เดินสะบัดก้นตามอาเฟยออกไป แต่ก่อนจะพ้นประตู เธอหันกลับมาตะโกนทิ้งท้าย "อ้อ ท่านแม่ทัพ! ชุดเกราะท่านน่ะซักบ้างนะ กลิ่นเหงื่อเปรี้ยวจนฉันแสบจมูกไปหมดแล้ว!"
ปัง!
เยี่ยหลวนเฉินยืนนิ่งอยู่กลางกระโจม หลังจากนางออกไปแล้ว... ความเงียบก็กลับมา และพร้อมกับความเงียบ... อาการปวดตุบๆ ที่ขมับก็เริ่มกลับมาเยือนอีกครั้ง เขายกมือขึ้นลูบอกเสื้อ บริเวณที่นางเคยนอนซบ... กลิ่นหอมนั้นเริ่มจางลงแล้ว
"ซูเมิ่งเจี๋ย..." เขาพึมพำชื่อนาง แววตาคมกริบไหวระริก "เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่..."
