บท
ตั้งค่า

บทที่ 1: เชลยศึก... หรือหมอนข้าง?

บทที่ 1: เชลยศึก... หรือหมอนข้าง?

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมสมรภูมิรบชายแดนเหนือ ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพผู้เกรียงไกรล้มครืนลงไปกองกับพื้นฝุ่น ทหารนับหมื่นชีวิตต่างกลั้นหายใจ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด

ไม่มีใครขยับ... ไม่มีใครกล้าส่งเสียง ราวกับว่าหากขยับเพียงนิดเดียว โลกทั้งใบจะถล่มลงมา

"ท่านแม่ทัพ!"

เสียงตะโกนก้องของ 'อาเฟย' รองแม่ทัพขวา เป็นเหมือนระฆังช่วยเรียกสติ ทหารองครักษ์นับสิบนายได้สติ พากันชักดาบและหอกพุ่งตรงเข้ามาล้อมวงตรงเนินดินนั้นทันที ปลายหอกนับสิบเล่มชี้เป้าไปยังร่างเล็กๆ ที่กำลังดิ้นขลุกขลักอยู่ใต้ร่างอันหนักอึ้งของท่านแม่ทัพ

ซูเมิ่งเจี๋ย รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกรถสิบล้อทับ ไม่สิ... มันหนักกว่ารถสิบล้อเสียอีก!

"โอ๊ย... จุก... นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?" หญิงสาวพยายามดันแผงอกแกร่งที่ทับอยู่บนตัวออก แต่ดูเหมือนเรี่ยวแรงของเธอจะหดหายไปจนน่าใจหาย มือที่เคยจับปากกาเซ็นสัญญาธุรกิจมูลค่าพันล้าน บัดนี้กลับดูบอบบาง ขาวซีด และไร้เรี่ยวแรง ราวกับมือกุ้งแห้ง

เธอกระพริบตาถี่ๆ ปรับโฟกัสภาพตรงหน้า ท้องฟ้าสีแดงฉาน ฝุ่นควันคลุ้ง และ... ผู้ชายหน้าโหดถือหอกแหลมเปี๊ยบจ่อมาที่หน้าเธอระยะเผาขน!

เดี๋ยวนะ... นี่มันกองถ่ายหนังเหรอ? สมจริงไปไหม?

ซูเมิ่งเจี๋ยสูดหายใจเข้าลึก แต่แทนที่จะได้กลิ่นกาแฟในออฟฟิศ เธอกลับได้กลิ่นสนิมคาวเลือดและกลิ่นไหม้เกรียมที่สมจริงจนอยากจะอาเจียน

สัญชาตญาณนักเจรจาต่อรอง ทำงานทันที สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว

นี่ไม่ใช่ความฝัน ความเจ็บที่หลังยืนยันได้

ชายที่ทับเธออยู่ ใส่ชุดเกราะโลหะของจริง ไม่ใช่พลาสติกพร็อพ

คนพวกนี้ดูพร้อมจะฆ่าเธอได้ทุกเมื่อ

"นางปีศาจ!" อาเฟยตะคอกเสียงดังจนซูเมิ่งเจี๋ยสะดุ้ง "เจ้าใช้วิชามารใดทำร้ายท่านแม่ทัพ! ปล่อยท่านแม่ทัพเดี๋ยวนี้ หาไม่แล้วดาบของข้าจะบั่นคอเจ้าให้ขาดกระเด็น!"

"เดี๋ยวก่อนพ่อหนุ่ม!" ซูเมิ่งเจี๋ยยกมือทั้งสองข้างขึ้นระดับหูท่ามกลางวงล้อม พยายามปั้นหน้ายิ้มการค้า "ใจเย็นๆ นะ คุยกันดีๆ ก่อน... ข้อแรก ฉันไม่ได้ทำอะไรเขานะ เขาเป็นลมทับฉันเอง! ข้อสอง ช่วยเอาไอ้ท่อนซุงนี่ออกไปจากตัวฉันก่อนได้ไหม หนักจะตายอยู่แล้วเนี่ย!"

"บังอาจ! กล้าเรียกท่านแม่ทัพเยี่ยว่าท่อนซุงรึ!" ทหารนายหนึ่งเงื้อดาบขึ้น

"หยุด!" อาเฟยยกมือห้ามลูกน้อง สายตาจับจ้องไปที่ร่างของเจ้านาย "ตรวจสอบชีพจรท่านแม่ทัพก่อน"

หมอทหารรีบวิ่งเข้าฝ่าวงล้อมเข้ามา คุกเข่าลงข้างร่างเยี่ยหลวนเฉินด้วยมือสั่นเทา เขาเอื้อมมือไปจับชีพจรที่ข้อมือหนา ท่ามกลางสายตาลุ้นระทึกของทุกคน

หนึ่งอึดใจ... สองอึดใจ... สีหน้าของหมอทหารเปลี่ยนจากซีดเผือก เป็นงุนงง และกลายเป็นตกตะลึง

"วะ... ว่าอย่างไรท่านหมอ? ท่านแม่ทัพโดนพิษหรือไม่?" อาเฟยเร่งเร้า

หมอทหารกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ เงยหน้ามองอาเฟยด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ "เรียนท่านรองแม่ทัพ... ท่านแม่ทัพ... เอ่อ..." "เอ่อ อะไรเล่า! รีบพูดมา!" "ท่านแม่ทัพ... แค่หลับไปขอรับ"

ความเงียบเข้าปกคลุมสมรภูมิอีกครั้ง เงียบกว่าตอนแรกเสียอีก "เจ้าว่ากระไรนะ?" อาเฟยถามย้ำเหมือนคนหูฝาด "หลับ?"

"ขอรับ หลับ... หลับลึกมากด้วยชีพจรเต้นสม่ำเสมอ ลมหายใจเข้าออกยาวนาน เหมือนคน... เอ่อ... เหมือนคนที่กำลังฝันดีน่ะขอรับ"

อาเฟยอ้าปากค้าง สมองมึนงงไปหมด แม่ทัพเยี่ยเนี่ยนะหลับ? คนทั้งกองทัพรู้ดีว่า เยี่ยหลวนเฉิน เป็นโรคนอนไม่หลับขั้นรุนแรงมาสิบปี บางคืนนั่งขัดดาบยันเช้า บางคืนเดินตรวจเวรจนทหารยามหลอน แต่นี่... ล้มลงไปนอนหลับกลางสนามรบ ท่ามกลางซากศพเนี่ยนะ?

"เป็นไปไม่ได้! ต้องเป็นมนต์ดำของนางแน่ๆ!" อาเฟยตวาด ชี้หน้าซูเมิ่งเจี๋ย "ทหาร! แยกตัวท่านแม่ทัพออกมา แล้วจับนังแพศยานี่ไปขัง!"

"เฮ้ย! เดี๋ยวสิ ฉันผู้บริสุทธิ์นะ!" ซูเมิ่งเจี๋ยโวยวาย แต่ไม่มีใครฟัง

ทหารสองนายรีบเข้ามา พยายามจะดึงแขนท่านแม่ทัพให้ลุกขึ้นจากตัวนางเอก ทว่า... ทันทีที่มีมือมาสัมผัสตัว คิ้วเข้มของเยี่ยหลวนเฉินก็ขมวดมุ่นทั้งที่ตายังหลับ

"อื้มมม..." เสียงครางต่ำในลำคอดังขึ้น ฟังดูหงุดหงิดเหมือนราชสีห์ถูกรบกวนเวลานอน

แทนที่จะปล่อยมือ ร่างสูงใหญ่กลับทำในสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึง วงแขนแกร่งตวัดรวบเอวบางของซูเมิ่งเจี๋ยเข้าหาตัวแน่นขึ้น จนหน้าของเธอจมหายเข้าไปในแผงอกเหล็ก ใบหน้าหล่อเหลาที่ปกติเย็นชาดุจน้ำแข็ง ซุกไซ้ลงที่ซอกคอขาวเนียนของเธอ สูดดมกลิ่นหอมนั้นเฮือกใหญ่ ราวกับคนขาดอากาศหายใจ

"เฮ้ย! คุณ! ปล่อยนะว้อย!" ซูเมิ่งเจี๋ยดิ้นพล่าน ขนลุกซู่ไปทั้งตัว "นี่มันลวนลามกันซึ่งๆ หน้าเลยนี่หว่า!"

"ท่านแม่ทัพ! ปล่อยนางเถิดขอรับ นางเป็นคนร้าย!" ทหารพยายามจะแกะมือเขาออก

"ไสหัวไป..." เสียงละเมอทุ้มต่ำดังลอดไรฟัน พร้อมกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมากดดันจนทหารสองนายนั้นกระเด็นถอยหลังไป "ของข้า... กลิ่นนี้... ของข้า..."

อาเฟยยืนตะลึงตาค้าง ตั้งแต่เกิดมา เขาไม่เคยเห็นท่านแม่ทัพหวงของสิ่งใดขนาดนี้มาก่อน ยิ่งกับสตรี ท่านแม่ทัพรังเกียจการถูกเนื้อต้องตัวยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือน แต่นี่... กอดแน่นราวกับกลัวนางจะหายไป!

ซูเมิ่งเจี๋ยที่ตอนนี้หน้าแนบอยู่กับอกแกร่ง ได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้น... ตึกตัก... ตึกตัก... จังหวะสม่ำเสมอ แต่มันหนักแน่นและทรงพลังเหลือเกิน กลิ่น... เธอได้กลิ่นจากตัวเขา กลิ่นเหงื่อ กลิ่นเลือด จางๆ แต่ที่ชัดกว่าคือกลิ่นอายความโดดเดี่ยวที่น่าประหลาด 'ผู้ชายคนนี้... เป็นใครกันแน่?'

"ท่านรอง... จะเอาอย่างไรดีขอรับ?" ทหารหันมาถามอาเฟยหน้าเลิ่กลั่ก "ดึงไม่ออกขอรับ ยิ่งดึงท่านแม่ทัพยิ่งรัดแน่น ถ้ารุนแรงกว่านี้เกรงว่ากระดูกแม่นางผู้นี้จะหักเสียก่อน"

อาเฟยกุมขมับ มองดูภาพเจ้านายผู้ยิ่งใหญ่ นอนกอดสตรีแปลกหน้าชุดสีประหลาด (ชุดสีเหลืองลายเป็ดน้อยที่นางเอกใส่มาตอนข้ามภพ) กลางดงซากศพ เขารู้ดีว่าถ้าปลุกท่านแม่ทัพตอนนี้ อาจจะเกิดหายนะ ท่านแม่ทัพเวลาโมโหเพราะถูกปลุก น่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจ แต่จะให้ปล่อยไว้อย่างนี้ก็ไม่ได้

"เฮ้อ..." อาเฟยถอนหายใจยาว ตัดสินใจในที่สุด "หามกลับค่าย..."

"หามใครขอรับ?"

"ก็หามไปทั้งคู่นั่นแหละโว้ย!" อาเฟยตวาด "เตรียมเกี้ยวใหญ่! ยกท่านแม่ทัพกลับไปทั้งท่านอนกอดแบบนั้นแหละ ห้ามแยก ห้ามดึง ห้ามทำท่านตื่นเด็ดขาด! ส่วนแม่นางคนนี้..." เขาหรี่ตามองซูเมิ่งเจี๋ยอย่างจับผิด "ถือซะว่าเป็น 'หมอนข้างจำเป็น' ไปก่อน ถึงค่ายเมื่อไหร่ ค่อยชำระความ!"

ซูเมิ่งเจี๋ยอ้าปากค้าง "เดี๋ยว! ถามความสมัครใจฉันหรือยัง? ฉันไม่ใช่หมอนข้างนะ! ฉันเป็นคน! ฉันมีสิทธิมนุษยชนนะโว้ยยย!"

ไม่มีใครสนใจเสียงประท้วงของเชลยสาว ทหารจัดการยกแคร่ไม้ขนาดใหญ่ขึ้นมา แล้วช่วยกันยก "ก้อน" มนุษย์สองคนที่ติดกันเป็นตังเมขึ้นแคร่ โดยมีแม่ทัพเยี่ยหลวนเฉินนอนกอดก่ายซูเมิ่งเจี๋ยไว้อย่างมีความสุข ใบหน้าคมคายซบอยู่ที่ไหล่เล็ก มุมปากยกยิ้มน้อยๆ อย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมานับสิบปี

ขบวนทัพเคลื่อนตัวกลับค่าย ทิ้งไว้เพียงตำนานบทใหม่ที่ทหารจะเล่าขานไปอีกนาน... ตำนานที่ว่า "ท่านแม่ทัพผู้พิชิตแคว้น พ่ายแพ้ให้กับหมอนข้างกลิ่นหอมตกลงมาจากฟ้า"

และสำหรับซูเมิ่งเจี๋ย... การเดินทางในโลกใบใหม่ ที่ไม่มีกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และไม่มีอินเทอร์เน็ต ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ในฐานะ 'ยาระงับประสาทเคลื่อนที่' ของแม่ทัพปีศาจ!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel