บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 9 ได้เวลาสั่งสอนดอกบัวขาว

“คุณหนูท่านไม่กลัวพวกนางแล้วหรือเจ้าคะ”

“กลัวหรือ เจ้าหมายความว่าอย่างไรหลี่ชิง”

เมื่อเห็นสีหน้าของสาวใช้ นางก็พอจะเดาออกได้ทันทีว่า เจ้าของร่างเดิม แม้จะดูเป็นตัวร้ายที่ใคร ๆ ต่างก็เกลียดชัง แต่ที่จริงแล้วนางก็แค่ใช้ความร้ายกาจ เพื่อหลบซ่อนความกลัวของตัวเองเท่านั้น

ยิ่งได้ฟังเรื่องราวที่สาวใช้เล่ามา ก็ได้รู้ว่าก่อนหน้านั้น บางเรื่องหยวนหลิงเซียนก็ถูกใส่ความโดยไร้เหตุผล เพียงเพราะว่าเป็นนาง คนอื่นก็พร้อมจะเชื่อว่าทุกเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้น ล้วนมีนางเป็นต้นเหตุอยู่เสมอ

“ที่แท้การพูดเอาดีเข้าตัว โยนความชั่วใส่ผู้อื่นเช่นนี้ ก็มีอยู่จริง ๆ ทุกยุคเลยสินะ เช่นนั้นก็… ได้เวลาสั่งสอนดอกบัวขาวพวกนี้แล้วล่ะ”

แม้นว่าหลี่ชิงจะฟังที่คุณหนูของนางพูดไม่ทัน แต่ก็มิได้สงสัยสิ่งใดมาก เพราะก่อนหน้านี้หยวนหลิงเซียน ล้วนกระทำการทุกอย่างที่อยู่เหนือเหตุผล เพราะนางใช้แต่อารมณ์ในการดำเนินชีวิต

งานเลี้ยงในวังหลวงเฉินซี

หยวนหลิงเซียนเดินเข้ามาในงานเลี้ยง ท่ามกลางสายตาของผู้คนในงาน แต่สิ่งที่หยวนหลิงเซียนสังเกตเห็นอยู่อย่างหนึ่งก็คือ แม้นว่าหลายคนจะอยากพูดจาส่อเสียดนินทานางมากเพียงใด แต่ดูเหมือนว่าเหล่าขุนนางรวมไปถึงฮูหยินทั้งหลาย ต่างก็รีบเข้ามาทักทายบิดาของนาง ด้วยความกระตือรือร้น ราวกับเห็นบิดาของนาง เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ก็มิปาน

“นี่หลี่ชิง เหตุใดขุนนางพวกนี้ถึงได้เหมือนจะกลัวท่านพ่อนักเล่า”

“เรื่องนี้เป็นเพราะว่าพวกขุนนางเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นลูกหนี้ของสกุลหยวนเจ้าค่ะ อย่างใต้เท้าเจินผู้นั้น เคยมาหยิบยืมนายท่านก่อนที่บุตรชายของเขาจะสอบเข้าราชการ และนั่นเสนาบดีหร่วน ก็เคยนำจวนพระราชทานมาจำนองกับนายท่าน จนถึงบัดนี้ก็มีแรงจ่ายเพียงแค่ดอกเบี้ยให้เท่านั้น”

‘แม่เจ้า นับว่าฉันข้ามมิติมาถูกบ้าน มีพ่อรวยและเป็นเศรษฐี แบบนี้จะทำอะไรก็ไม่ยากแล้ว’

หลิงเซียนเดินตามบิดาเข้าไปในงาน เขายังถูกรายล้อมไปด้วยเหล่าขุนนาง หลิงเซียนจึงเดินแยกออกมา และให้หลี่ชิงเล่าเรื่องราวของแต่ละคนให้ฟัง เมื่อถึงสะพานข้ามฝั่งไปยังสวนดอกไม้ ก็พบกับบรรดาดรุณีน้อย ที่อยู่ในวัยใกล้เคียงกับนาง

“เช่นนี้ท่านพ่อ ก็มิใช่เจ้าหนี้ของขุนนางเกือบครึ่งราชสำนักหรอกหรือ”

“เป็นเช่นนั้นจริงเจ้าค่ะ”

“ตายจริงนั่นมิใช่คุณหนูหยวนผู้โด่งดังหรอกหรือ”

หลิงเซียนเห็นเหล่าบรรดาสตรี ที่กำลังเดินมาไม่ต่ำกว่าห้าคน หนึ่งในนั้นเหมือนจะสูงวัยกว่าผู้ที่เอ่ยทักทายนาง เพราะท่วงท่าการเดิน และวิธีการวางตัว ราวกับนกหงส์หยกที่คิดว่าตัวเองสูงส่งกว่าผู้ใด

“พี่หญิงฟางเจ้าคะ วันก่อนข้าได้ยินมาว่าท่านได้รับพิษ ลี่อ๋องเพียงทราบข่าว ก็รีบไปหาท่านถึงจวน ทั้ง ๆ ที่เป็นวันอภิเษกสมรสพระราชทาน เป็นเรื่องจริงหรือไม่เจ้าคะ”

“ฟางซูจิน” ที่เอียงใบหน้าเล็กน้อย มือหนึ่งถือผ้าเช็ดหน้าบดบังรอยยิ้มของตนเอง ใบหน้างดงามกระจ่างราวกับดอกเหมยแรกยามต้นฤดู สีหน้าเปล่งปลั่งอิ่มเอิบ ท่าทางเอียงอายด้วยจริตของสตรีที่งดงาม เพียงผู้ใดผ่านมาเห็น ก็ล้วนแต่ตกตะลึงจนต้องหยุดมอง

“น้องหญิงเจิ้งอย่าพูดมากเกินไป นั่นเป็นเพราะว่าท่านอ๋องผ่านมาทางนั้นพอดีกระมัง ก็เลย…”

“ที่ใดกันเล่าพี่หญิงฟาง ท่านอย่าได้ถ่อมตนมากเกินไป ข้ารู้ว่าเส้นทางไปจวนแม่ทัพ กับเส้นทางออกไปสู่ตลาดหน้าเมือง มิใช่เส้นทางเดียวกัน อุ๊ย! คุณหนูหยวน วันนี้ท่านก็มาร่วมงานเลี้ยงด้วยงั้นหรือ ข้าคิดว่า…”

“คิดว่าอย่างไรหรือ”

หลิงเซียนนึกสนุก หลังจากที่ฟังเรื่องราวของผู้คนในงานเลี้ยง จนมาพบกับพวกนาง ที่กำลังเดินชมดอกไม้ในสวนอยู่ และแน่นอนว่าพวกนางมิได้บังเอิญเดินผ่านมา เพื่อทักทายหยวนหลิงเซียนเป็นแน่

“ท่านก็ช่างปะไร อย่าไปพูดเช่นนั้น เดี๋ยวคุณหนูหยวนก็ร้องไห้โวยวายจนทำร้ายผู้อื่นอีกจนได้”

“ร้องไห้โวยวาย ทำร้ายผู้อื่นงั้นหรือ เหตุใดข้าต้องทำเช่นนั้นด้วย”

“ช่างเถิด ๆ พวกเจ้าอย่าได้เอาเรื่องเก่ามาพูดถึงอีกเลย น้องหญิงก็อย่าไปใส่ใจพวกนางเลยนะ วันนี้เจอเจ้าก็ดีแล้ว ข้าอยากจะขอโทษ ที่วันก่อนเกิดเรื่องที่จวน จนทำให้ท่านอ๋อง…”

หลิงเซียนเดินถอยออกมา เพื่อมิให้ฟางซูจินที่เอื้อมมือจะมาจับ แตะต้องตัวนาง พลันยกพัดลายหางนกยูงขึ้นมาบดบัง เป็นมารยาทที่บอกว่า อยากเว้นระยะห่างจากคู่สนทนาอย่างสุภาพ เพียงเห็นท่าทางเช่นนั้น สตรีอื่นก็เริ่มไม่พอใจในทันที

“พี่หญิงฟางเหตุใดต้องขอโทษนางด้วยเล่า เผลอ ๆ ผู้ที่ส่งยาพิษไปให้ท่าน ก็อาจจะเป็นนางก็ได้ใครจะไปรู้”

ฟางซูจินเดินมาจับมือและยิ้มให้ด้วยไมตรี จนหยวนหลิงเซียนเกือบจะเชื่อ แต่เมื่อคุณหนูเจิ้งและสตรีที่เหลือพูดขึ้นมา นางก็ทันเห็นแววตาเจ้าเล่ห์เล็กน้อย ในสายตาของฟางซูจิน ซึ่งเรื่องจับผิดภาษากาย หลิงเซียนถือว่าเก่งระดับเซียนเลยทีเดียว

“หยุดนะ! พวกเจ้าอย่าพูดจาเหลวไหล เรื่องเช่นนี้พูดไปหากมีผู้ใดได้ยิน จะเข้าใจผิดและร่ำลือกันไป ทำให้น้องหญิงหยวนไม่สบายใจเสียเปล่า ๆ เจ้าก็อย่าถือสาพวกนางเลยนะ”

“หึ! ถือสาพวกนางงั้นหรือ งาช้างไม่มีวันงอกออกมาจากปากสุนัข เหตุใดข้าจะต้องถือสาพวกนางด้วย”

“นี่เจ้า! อย่าถือว่าบิดาเป็นคนใหญ่โตมีเงิน แล้วจะมาดูถูกผู้อื่นเช่นนี้ได้ ก็เพราะนิสัยเช่นนี้อย่างไร ท่านอ๋องถึงได้ยกเลิกงานแต่ง”

“เย่อิง! พอได้แล้ว”

“พี่หญิงฟาง! ข้าพูดความจริง ทั้งเมืองเฉินซีไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่า ผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาลี่อ๋องก็คือท่าน นางควรจะยอมรับความจริง ไม่ควรทำตัวเป็น มือที่สาม ใช้อำนาจของบิดาบีบบังคับท่านอ๋องให้อภิเษกกับนางเช่นนี้”

คำกล่าวหานั้นดูรุนแรง จนสามารถทำให้หยวนหลิงเซียนโมโหจนใช้กำลังตบตีผู้ที่พูดออกมาได้เลย ซึ่งฟางซูจินเองก็หวังจะให้เป็นเช่นนั้น จึงได้พาเหล่าสตรีเดินมาที่สะพาน เพียงเพื่อหลอกล่อให้หยวนหลิงเซียน ตบตีคนปากมากอย่างเย่อิงตกลงไปในน้ำ และนางก็จะรับบทพี่สาวแสนดี เข้ามาไกล่เกลี่ยปัญหานี้ แต่ทว่า…

“พวกเจ้าพูดจบแล้วหรือยัง”

ฟางซูจินถึงกับนิ่งอึ้งไป เมื่อเห็นว่าหลิงเซียนไม่เพียงแค่ไม่โกรธ แต่นางกลับมองมาที่เย่อิง ด้วยสีหน้าและรอยยิ้มท้าทาย

“น้องหญิงหยวน นี่เจ้า…มิได้โกรธเย่อิงใช่หรือไม่ อย่าโกรธเลยนะ”

“ข้ายังพูดไม่จบ นี่เจ้ายังไม่รู้ตัวอีกหรือว่า เหตุใดวันนั้นท่านอ๋องจึงเลือกไปช่วยพี่หญิงฟางที่สกุลฟาง แทนที่จะไปรับเจ้าสาวเช่นเจ้า ก็เพราะว่าท่านอ๋องมิได้มีใจรักเจ้า และหาเหตุผลที่จะยกเลิกงานแต่ง เพื่อจะได้แต่งกับพี่หญิงฟางอย่างไรเล่า”

“เย่อิง พอได้แล้ว! หยุดพูดเรื่องนี้เถิด ต่อให้งานแต่งนั้นถูกยกเลิกไปแล้ว แต่พวกเจ้าก็ไม่ควรพูดกับคุณหนูหยวนเช่นนี้ ข้าต้องขอโทษด้วย เรื่องในวันนั้น เป็นข้าที่ผิดเอง หากเจ้าอยากจะต่อว่าใครสักคน ก็ด่าข้าคนเดียวเถอะ”

ฟางซูจินยืนก้มหน้าบีบน้ำตาราวกับสั่งได้ ทำให้สตรีคนอื่น ๆ เริ่มเห็นใจนาง และหันมามองหยวนหลิงเซียนด้วยความไม่ชอบใจ แต่กลับทำให้หลิงเซียนรู้สึกทึ่ง ที่นางสามารถเปลี่ยนสีหน้าได้ฉับพลันเช่นนี้

“พี่หญิงเหตุใดท่านจะต้องพูดว่าตัวเองผิดอยู่เรื่อยเลย ทั้ง ๆ ที่เรื่องทั้งหมดนี้ ใคร ๆ ต่างก็รู้ดีว่าท่านอ๋องทำไป เพื่อพระประสงค์ใดกันแน่”

“นั่นสินะ เรื่องนี้ข้าเองเห็นด้วยกับพวกเจ้า”

ทุกคนต่างเริ่มตกใจ เมื่อหลิงเซียนพูดขึ้นมาเช่นนี้ เย่อิงอดไม่ได้ที่จะถามออกไป

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร ที่บอกว่าเห็นด้วย คงมิใช่เห็นด้วยว่าพี่หญิงฟางเป็นคนผิดหรอกนะ เจ้านี่มัน…”

“ข้าเห็นด้วยกับคำที่เจ้าพูดว่า เหตุใดคุณหนูฟางจะต้องยืดอกออกมารับผิดในทุก ๆ เพราะเท่าที่ข้าฟังมา คุณหนูฟางเอาแต่พูดว่าตัวเองผิดเองอยู่บ่อย ๆ จนรู้สึกสงสัยว่า จริง ๆ แล้วเจ้ารู้สึกเช่นนั้นจริง หรือพูดเพียงเพื่อให้คนอื่นไม่กล้าต่อว่าเจ้า จะได้รับบทผู้ถูกกระทำต่อไปได้ล่ะ”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel