ตอนที่ 7 นางจะทำเกินไปแล้ว
ลู่เกิงขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านอ๋องตรัสออกมาเลยแม้แต่คำเดียว ไม่ทราบว่าก่อนหน้านี้ท่านอ๋องกับหยวนหลิงเซียนคุยอะไรกันอยู่ในห้องกันแน่ เมื่อกลับมาถึงจวน ท่านอ๋องถึงมิได้มีท่าทีโกรธเหมือนดังเช่นทุกครั้งที่พบกับนาง
“เรื่องนี้.... กระหม่อมจะรีบไปสืบมาให้กระจ่างพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม เช่นนั้นก็ดี ข้าคิดว่านางคงจะโวยวายตามนิสัยของนาง แต่สีหน้าท่าทางของนางวันนี้ ดูเหมือนจะมิได้ไร้เหตุผลเฉกเช่นแต่ก่อน”
“แต่ก่อนที่จะสืบเรื่องยาพิษให้กระจ่าง พระองค์จะทำอย่างไรกับเรื่องนี้พ่ะย่ะค่ะ”
“เอาสัญญาของนางออกมาให้ข้าอ่านหน่อยสิ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อลี่อ๋องอ่านสัญญาที่เขียนได้กระชับ จับใจความง่ายและเรียบเรียงรายละเอียดที่ชัดเจน เขาถึงกับยิ้มออกมาทันที
“พระองค์ยิ้มเพราะเหตุใดพ่ะย่ะค่ะ”
“ช่างเป็นสัญญาที่รอบคอบ ชัดเจนและรัดกุมยิ่งนัก ดอกเบี้ยนี้ไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่หากข้าบิดพลิ้วไม่จ่ายตามเวลา จะถูกปรับสิบเท่าของหนี้สินเดิม”
“สิบเท่า! นี่นางจะทำเกินไปแล้ว สิบเท่าของหนึ่งล้านตำลึง… นางคิดจะไปสร้างแคว้นใหม่หรืออย่างไรพ่ะย่ะค่ะ"
“หึ! เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า ลืมไปแล้วหรือว่า นางเป็นบุตรสาวของพ่อค้านะ”
ลู่เกิงนิ่งไปและทำสีหน้าตกใจขึ้นทันที
“หรือนางคิดว่า พระองค์จะไม่มีเงินใช้หนี้ก้อนนี้เป็นแน่ สุดท้ายก็ต้องยอมกลับไปขอให้นางแต่งเข้ามาได้เช่นเดิม กระหม่อมคิดว่าครั้งนี้นางคงจะไม่พอใจมาก ที่ต้องแต่งเข้ามาเป็นชายารอง สิ่งที่นางต้องการ ก็คือตำแหน่งพระชายาเอก ซึ่งเป็นของคุณหนูฟาง ตามที่ฝ่าบาทเคยตรัสเอาไว้กับแม่ทัพฟาง”
ลี่อ๋องที่กำลังอ่านเนื้อหาในสัญญา ชะงักลงไปทันที เมื่อลู่เกิงพูดจบ เขาหันไปมองหน้าองครักษ์ ที่ทั้งโมโหและไม่พอใจ
“ที่เจ้าคิดก็ไม่ต่างกับที่ข้าคิดก่อนหน้านี้”
“ก่อนหน้านี้หรือพ่ะย่ะค่ะ เช่นนั้นตอนนี้เล่า”
“เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้ข้าต้องการเบิกเงิน เพื่อเอาไปคืนสกุลหยวน เรื่องที่เจ้าคิดจะได้ไม่ต้องเกิดขึ้นอีก”
“ท่านอ๋อง! แต่ว่าหากนำเงินทั้งหมดนี้ไปคืน นี่มิเท่ากับว่าคลังหลวงของเฉินซี…”
“เจ้าคงลืมไปแล้วกระมังว่า ครั้งนี้เราเป็นผู้ชนะศึก และได้รับค่าธรรมเนียมแพ้ศึกมาไม่น้อย ข้าต้องการนำเงินส่วนนั้นไปจ่าย เราก็ไม่ยุ่งกับเงินในคลังหลวงแล้ว”
ลู่เกิงเหมือนพึ่งจะนึกได้ว่า ครั้งนี้ท่านอ๋องได้รับเงินจากการชำระธรรมเนียมแพ้ศึกของข้าศึกมา มากกว่าเงินจำนวนนี้ถึงสามเท่า เขาถึงกับยิ้มออกมาด้วยความดีใจทันที
“ท่านอ๋องทรงปราดเปรื่องยิ่งนัก กระหม่อมจะเร่งจัดการเรื่องนี้โดยเร็วที่สุดพ่ะย่ะค่ะ”
ลี่อ๋องยิ้มพร้อมกับกดตราประทับลงบนสัญญาของหยวนหลิงเซียน และพับใส่ซองยื่นให้ลู่เกิง
“ที่เหลือก็ฝากเจ้าจัดการด้วย อย่าให้ขาดแม้แต่เหวินเดียว”
“รับทราบพ่ะย่ะค่ะ จากนี้ไปก็จะไม่ต้องวุ่นวายกับสกุลหยวนอีกต่อไปแล้ว ตำแหน่งพระชายาก็จะไม่มีผู้ใดแย่งไปจากคุณหนูฟางเช่นกัน”
เมื่อได้ยินองครักษ์คนสนิทพูดเช่นนั้น ท่านอ๋องจึงตรัสออกมาในทันที
“ลู่เกิง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“แม้ว่าการแต่งงานกับหยวนหลิงเซียน จะมิใช่ความต้องการของข้า แต่ก็มิได้หมายความว่า ข้าจะเลือกแต่งงานกับผู้อื่น ถึงเสด็จพ่อจะเคยรับปากแม่ทัพฟางเอาไว้ แต่ข้าก็ให้เกียรตินางเลือกคู่ครองได้เอง ต่อไปก็อย่าได้พูดถึงนางเช่นนี้อีก”
ลู่เกิงสลดลงไปทันที เพราะเขาคิดว่าทั่วทั้งเมืองเฉินซีแห่งนี้ ผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งพระชายา ไม่มีผู้ใดเหมาะไปกว่าฟางซูจิน บุตรีของแม่ทัพฟางเหยียนอีกแล้ว
“กระหม่อมผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ จากนี้ไปจะระวังคำพูดให้มากกว่านี้”
“รีบไปเถอะ จัดการธุระให้เสร็จ จะได้รีบพักผ่อน”
“รับทราบพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อลู่เกิงเดินออกไปแล้ว ลี่อ๋องก็ไม่สามารถตั้งสมาธิเพื่ออ่านรายงานชายแดนได้อีกเลย ในใจเขาพลันนึกไปถึงแต่ใบหน้าขึงขัง ดวงตากลมโตที่กล้าสบตาเขาตรง ๆ สีหน้าจริงจัง คำพูดดุดันแปลกหูของหยวนหลิงเซียน ก็อดยิ้มออกมามิได้
“ไม่คิดว่านางจะมีดวงตากลมโตถึงเพียงนั้น ไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยจริง ๆ”
สามวัดถัดมา / จวนสกุลหยวน
ลู่เกิงและเจ้าหน้าที่ดูแลคลังในจวน เดินทางมายังจวนสกุลหยวนตั้งแต่เช้า เพื่อมาพบกับคหบดีหยวน เมื่อหลิงเซียนทราบข่าว ก็รีบมาด้วยตัวเอง
“คุณหนูหยวน นี่คือใต้เท้ากงลี่คง ตำแหน่งเจ้ากรมคลัง และผู้ดูแลเงินในท้องพระคลังของเฉินซีขอรับ”
หลิงเซียนยิ้มทักทายให้ทั้งสองคน บิดาของนางออกมารับแขกก่อนนางได้พักหนึ่งแล้ว รอยยิ้มของนางทำเอาท่านเจ้ากรม ถึงกับตกตะลึงพูดไม่ออก แม้ว่าลู่เกิงจะกระแอมติดต่อกันไปถึงสองครั้งก็ตาม นางจึงเป็นฝ่ายชวนถามเสียเอง เพื่อมิให้ผู้มาเยือนประหม่า
“คารวะใต้เท้ากง เหตุใดวันนี้พวกท่านถึงมาเยือนแต่เช้า หรือว่าท่านอ๋องทรงอ่านสัญญาของข้า ไม่เข้าใจตรงไหนหรือไม่ จึงได้ส่งท่านมา”
“มิได้ขอรับคุณหนูหยวน ที่ท่านอ๋องส่งข้าน้อยมาในวันนี้ ก็เพื่อชำระหนี้สินที่ติดค้างกับสกุลหยวนทั้งหมดตามสัญญา”
“ว่าอย่างไรนะ! นะ นี่ท่านอ๋อง…หมายความว่าอย่างไร”
ลู่เกิงจงใจหันไปมองหน้าหยวนหลิงเซียน หวังเพียงจะเห็นสีหน้าตกใจและผิดหวังของนาง เมื่อทราบว่าท่านอ๋องไม่ยินยอมที่จะแต่งงานกับนาง แต่สิ่งที่เขาเห็น กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
“หนึ่งล้านตำลึงนั่น เขาจ่ายหมดเลยในคราวเดียว จริงหรือใต้เท้า”
“เอ่อ… เอ่อ…ขอรับ นะ นี่เป็นสัญญาที่ท่านอ๋องประทับตราแล้ว ส่วนตั๋วเงินทั้งหมด อยู่ที่ใต้เท้ากงแล้วขอรับ”
หลิงเซียนรีบรับสัญญาที่มีตราประทับส่วนพระองค์มาดู ก็ยิ้มออกมาทันที และหันไปมองท่านเจ้ากรมที่กำลังยกหีบซึ่งมีตั๋วเงินอยู่ในนั้นมาวางให้ตรงหน้าสองพ่อลูก
“นี่เป็นตั๋วเงินจำนวนห้าแสนตำลึง ท่านอ๋องประสงค์จ่ายเป็นตั๋วเงินครึ่งหนึ่ง และทองอีกครึ่งหนึ่ง เพื่อให้พวกท่านไม่เสียเวลานับมาก"
“จ่ายเป็นทองด้วยงั้นหรือ ยอดไปเลย หลี่ชิงเปิดดูสิ”
“เจ้าค่ะคุณหนู”
ลู่เกิงแทบจะไม่เชื่อสายตา เมื่อคุณหนูหยวนที่ไม่เคยสนใจเรื่องเงินทอง ในสายตามีเพียงท่านอ๋องของเขาเท่านั้นที่นางสนใจ แต่มาบัดนี้ นางถึงกับดึงหีบที่เต็มไปด้วยตั๋วเงินนั้นไปเก็บเอง
“โอ้โหทองจริง ๆ ด้วย ท่านพ่อทองนั่นท่านตรวจสอบ ส่วนตั๋วเงินนี้ข้าจะนำไปตรวจนับเอง วันนี้ขอบคุณท่านมาก เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน ไปกันเถอะหลี่ชิง ท่านพ่อที่เหลือฝากท่านจัดการด้วยนะเจ้าคะ”
“รอด้วยเจ้าค่ะคุณหนู”
“นะ… นี่เซียนเอ๋อร์ ใต้เท้ากงเชิญนั่งก่อน เชิญ ๆ”
จวนท่านอ๋อง
ลู่เกิงกลับมาจากจวนสกุลหยวนแล้ว ก็รีบมารายงานท่านอ๋อง ซึ่งกำลังนั่งตรวจงานอยู่ที่ห้องทรงงาน ใต้เท้ากงล่วงหน้ามาก่อนเพราะเขายังต้องกลับเข้าไปทำงานที่กรมคลัง ท่านอ๋องเมื่อเห็นว่าลู่เกิงเดินเข้ามา จึงรีบถามทันที
“เรียบร้อยแล้วงั้นหรือ”
“พ่ะย่ะค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดี จนน่าแปลกใจ”
ท่านอ๋องเงยหน้ามององครักษ์คนสนิท ที่เอ่ยปากออกมาก็อดถามออกมามิได้
“มีอะไรที่น่าแปลกใจงั้นหรือ”
“เดิมทีกระหม่อมคิดว่าคุณหนูหยวนผู้นั้นจะต้องตกใจเป็นแน่ ที่จู่ ๆ พระองค์ก็มีเงินนำไปใช้หนี้หมดในคราวเดียว กระหม่อมคิดว่านางเพียงแค่อยากข่มขู่ เพราะคิดว่าถึงอย่างไร พระองค์ก็ไม่มีทางหาเงินมากขนาดนั้นมาจ่ายหนี้คืน จะได้ไม่ต้องยกเลิกการแต่งงานพ่ะย่ะค่ะ"
ท่านอ๋องนึกสนพระทัยขึ้นมาในทันที ถึงกับวางพู่กันขนกระต่ายไว้ที่แท่นฝนหมึก และหันมาถามความเพิ่มเติมจากลู่เกิงอีกครั้ง
“นางทำสีหน้าเช่นไร ถึงได้ทำให้เจ้าถึงกับเดินเหม่อลอยเข้ามาในจวนถึงเพียงนี้”
“ทูลท่านอ๋อง นางมิเพียงแต่ไม่ตกใจ ไม่เกรี้ยวกราดเช่นเดิม แต่กลับดีใจและคว้ากล่องตั๋วเงินไปนับด้วยตัวเอง สีหน้าราวกับว่า… เงินทองเป็นสิ่งเดียวที่นางสนใจในตอนนี้พ่ะย่ะค่ะ”