บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย

“คุณหนูท่านนึกอะไรออกหรือเจ้าคะ”

หลิงเซียนหันไปมองหน้าสาวใช้ ที่ตกใจและแปลกใจเมื่อนางพูดออกมา พร้อมกับถือแผ่นชาดในมือแน่น

“ไม่มีอะไร ๆ เอาล่ะนี่ก็ดึกแล้ว เจ้ารีบไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวข้าก็จะเข้านอนแล้ว”

“แต่ว่า…”

“รีบไปเถอะ พรุ่งนี้เช้ายังมีเรื่องอื่นที่ต้องทำอีกนะ รีบไปเถอะ”

“เช่นนั้นข้าจะให้คนมาทำความสะอาดห้องนี้พรุ่งนี้นะเจ้าคะ”

“ได้ ๆ วันนี้เจ้าไปพักผ่อนได้แล้ว รีบไปเถอะ”

“เจ้าค่ะ”

เมื่อสาวใช้เดินออกไปแล้ว หลิงเซียนจึงเดินถือแผ่นชาดในมือ มาวางที่โต๊ะ

“หยวนหลิงเซียน ข้ารู้แล้วว่าสิ่งใดที่กระชากวิญญาณของเจ้าออกไปโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายของเจ้ากันแน่”

นางรำพึงขึ้นมา เพราะเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ หากเป็นเจ้าของร่างเดิม อาจจะยอมนั่งรอลี่อ๋องมารับเพื่อกลับไปทำพิธี และเป็นชายารองของเขาตามเดิม ทั้ง ๆ ที่ในใจนางรู้ดีอยู่แล้วว่า ถึงอย่างไรลี่อ๋องผู้นี้ก็ไม่มีทางมอบหัวใจของเขาให้กับนาง

“บางทีการที่เจ้าจากไปอย่างมีความสุข ที่รู้ว่าจะได้แต่งงาน นั่นอาจจะเป็นเรื่องดีที่สุด ที่สวรรค์จะมอบให้เจ้าในวาระสุดท้ายได้กระมัง”

นางใช้มือเกลี่ยสีชาดที่ยังเหลือบนกระดาษ และหยิบขึ้นมาดม

“กลิ่นของเกสรดอกลำโพงตากแห้งจริง ๆ ด้วย ไม่ผิดแน่ หากดื่มชาเข้าไประหว่างทาชาดนี้ จะทำให้เกิดภาพหลอน ง่วงนอนและหัวใจล้มเหลวช้า ๆ จนไม่มีคนสังเกต ต้องมีคนรู้ว่าหยวนหลิงเซียนใช้เครื่องประทินโฉมของที่ใด และนำมาใส่เอาไว้เป็นแน่ แล้วเหตุใดนางจึงเลือกทาแผ่นชาดนี้ ลับหลังสาวใช้ข้างกาย หรือว่ามีคนอื่นที่แฝงตัวมาพร้อมกับขบวนรับเจ้าสาว!”

เป็นอันว่าแน่นอนแล้วว่า เจ้าของร่างเดิมถูกพิษคร่าชีวิตนางจากไปกะทันหัน โดยที่ไม่มีใครในจวนสกุลหยวนทราบเลยแม้แต่คนเดียว

“พิษนี้ใช้เวลาออกฤทธิ์ หากดื่มชาตามไปด้วยก็จะชะลอการกระจายของพิษ จงใจถ่วงเวลาเพื่อมิให้มีคนมาช่วย และปล่อยให้นางตายอย่างโดดเดี่ยวในชุดเจ้าสาว ไร้หลักฐานก็จับตัวฆาตกรไม่ได้ ในยุคสมัยนี้สตรีอยู่ยากจริง ๆ แต่ไม่ใช่ข้าแน่นอน”

หยวนหลิงเซียนถือเป็นอัจฉริยะตั้งแต่วัยเด็ก ทั้งเรื่องการเรียน กีฬาและการบริหารธุรกิจในมือ ก็สามารถจัดการได้อย่างดีเยี่ยม ขึ้นเป็นประธานบริษัทตั้งแต่อายุยังน้อย เพียงเพราะสามารถวิเคราะห์วิกฤติเศรษฐกิจในยุคหลังสงคราม และพลิกเปลี่ยนบริษัทส่งออก ให้กลับมาทำกำไรได้เพียงไม่กี่เดือนหลังจากเกิดสงครามโรคระบาด

“ไม่มีเรื่องใดยากหากถึงมือข้า หยวนหลิงเซียนเจ้ารอก่อนนะ ตอนนี้ข้าคงต้องใช้เวลาสืบเรื่องของเจ้าไปอีกสักหน่อย แต่เชื่อเถิดว่าผู้ที่ทำผิด ไม่มีทางอยู่เฉย ๆ ได้ หากรู้ว่าข้า… ยังไม่ตาย”

จวนลี่อ๋อง / ห้องทรงงาน

เมื่อลี่อ๋องกลับมา ก็นำรายการและบัญชีทั้งหมดที่ราชสำนักเป็นหนี้สกุลหยวนมาตรวจดู ก็ถึงกับตกใจเพราะเขาไม่คิดว่ามันจะมากเกินกว่าที่คิดเอาไว้ถึงสามเท่า

“นี่มันจะมากเกินไปแล้ว เหตุใดจู่ ๆ นางถึงได้พลิกลิ้นกลับไปกลับมาเช่นนี้ ช่างเป็นสตรีที่น่าชังเหลือทน ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมคิดว่าครั้งนี้นางคงโกรธจริง ๆ ถึงได้ยกเรื่องนี้ขึ้นมาทวงบุญคุณกับพระองค์”

“ทวงบุญคุณงั้นหรือ เจ้าพูดเช่นนั้นผิดแล้ว ก่อนหน้านี้ยามที่เฉินซีมีศึกสงคราม เมื่อราชสำนักต้องการความช่วยเหลือด้านเสบียงและอาวุธ เหล่าบรรดาพ่อค้าในเฉินซี แทบจะไม่มีผู้ใดเลยที่ออกปากช่วย ยิ่งพวกขุนนางยิ่งแล้วใหญ่ พวกเขาสนแต่จะเอาตัวรอดไปวัน ๆ เท่านั้น เจ้าเห็นมีผู้ใดทำเหมือนกับคหบดีหยวนผู้นี้บ้างหรือไม่”

ลู่เกิงถึงกับสำนึกขึ้นมาได้ในทันที ในเวลาที่กองทัพเดือดร้อน ก็เป็นเช่นที่ท่านอ๋องตรัสจริง ๆ เขาอยู่ในทุกเหตุการณ์ ทุกสมรภูมิย่อมทราบดีที่สุด

“แต่ว่าเหตุใด คุณหนูหยวนผู้นั้น จู่ ๆ ก็ลุกขึ้นมาประกาศยกเลิกงานสมรสพระราชทาน แล้วยังทวงหนี้เก่าเช่นนี้ด้วยเล่าพ่ะย่ะค่ะ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเมืองเฉินซีพึ่งจะจบศึกได้ไม่นาน”

“ลู่เกิงข้าขอถามเจ้า หากวันนี้เป็นวันแต่งงานของเจ้า ถึงเวลาที่ต้องไปรับเจ้าสาว แต่เจ้ากลับไปไม่ทัน เป็นเจ้าจะทำเช่นไร”

“กระหม่อม! เอ่อ… ท่านอ๋องแต่ที่พระองค์เร่งรีบไปที่จวนท่านแม่ทัพฟาง เพราะมีเหตุผลนะพ่ะย่ะค่ะ”

“ข้าถามว่าหากเจ้าเป็นเจ้าสาว พ่อของเจ้าสาว เจ้าจะทำอย่างที่นางทำหรือไม่”

“กระหม่อม…”

“เจ้าตอบไม่ได้ก็ไม่แปลก เพราะเจ้ารับรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง แต่ที่สกุลหยวนไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นข้างนอก นางจะเกรี้ยวกราดเช่นนั้น ก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้”

“ท่านอ๋อง พระองค์ออกรับแทนคุณหนูหยวนผู้นั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ข้า! ไม่ใช่นะ ก็แค่พูดไปตามเหตุการณ์ หากข้าเป็นฝั่งคหบดี ก็คงจะไม่ยอมให้บุตรสาวแต่งออกมา ซึ่งนั่นก็สมใจของข้าเช่นกันมิใช่หรือ”

ลู่เกิงยิ้มออกมาในทันที เมื่อเห็นสีพักตร์ของท่านอ๋องดูผ่อนคลายขึ้น แม้จะยังมิได้ถอดชุดมงคลออก

“ท่านอ๋องทรงปรีชายิ่งแล้ว ใช้แผนซ้อนแผนเพื่อยกเลิกราชโองการได้อย่างแยบยลนัก ได้ข่าวว่าบัดนี้คนที่ถูกพิษก็ปลอดภัยแล้วเช่นกัน โชคดีที่ท่านหมอช่วยเอาไว้ได้ทันเวลาพ่ะย่ะค่ะ”

“เช่นนั้นก็ดีแล้ว ทราบหรือยังว่า เป็นพิษชนิดใด”

“ทราบแล้วขอรับ เป็นพิษจากแคว้นซื่อ ตอนนี้ท่านหมอรู้วิธีการรักษาแล้ว ดังนั้นพระองค์ทรงคลายกังวลได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“ครั้งนี้มันต้องการจะคร่าทหารรักษาการณ์นอกเมือง อย่างไรก็ยังประมาทไม่ได้อยู่ดี เอาเป็นว่าช่วงนี้ สั่งการให้คนของเรา ปะปนกับชาวบ้านและสืบข่าวมาให้ได้มากที่สุด จะได้จับคนร้ายได้โดยเร็ว”

“รับทราบพ่ะย่ะค่ะ ว่าแต่ท่านอ๋อง อีกสองวันจะมีงานเลี้ยง เพื่อฉลองที่เฉินซีชนะศึกกลับมา เรื่องงานอภิเษกในวันนี้ คงจะถูกพูดถึงอย่างแน่นอน”

“เรื่องนั้นข้าหาได้สนใจไม่ ข้าเองก็อยากรู้เช่นกันว่า หยวนหลิงเซียนผู้นั้น จะตอบผู้คนที่มาร่วมงานเลี้ยงว่าอย่างไรบ้าง”

ลี่อ๋องตรัสจบก็พลันหยักยิ้มมุมปากออกมา ลู่เกิงเองก็เริ่มคิดตาม

“ครั้งนี้นางคงจะรู้สึกเสียหน้ามาก แม้ว่าสุดท้ายจะเป็นผู้ประกาศยกเลิกงานแต่งเสียเอง แต่ก็ไม่พ้นที่จะอับอาย อย่างไรนางก็เป็นถึงบุตรีคหบดีมีชื่อในเมือง กระหม่อมคิดว่าสตรีในเมือง คงไม่พลาดที่จะคอยเหยียบย่ำซ้ำเติมนาง จนคุณหนูผู้นั้นทนอยู่ในงานเลี้ยงไม่ไหวเสียมากกว่าพ่ะย่ะค่ะ คิดไปแล้วถึงจะเคยไม่ชอบนาง แต่หากต้องเจอเหตุการณ์นั้นจริง ๆ ก็น่าเห็นใจอยู่ไม่น้อยนะพ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้าคิดเช่นนั้นหรือ”

“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมคิดเช่นนั้น แต่ทั้งเมืองเฉินซีแห่งนี้ มีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าพระองค์กับคุณหนู “ฟางซูจิน” เป็นคู่สวรรค์สร้าง หากไม่มีเรื่องที่ต้องชำระหนี้สินเก่าให้กับสกุลหยวน มีหรือที่นางจะมีวาสนาได้อภิเษกกับพระองค์"

เมื่อหันไปมองพักตร์ที่นิ่ง ราวกับกำลังพินิจบางสิ่งอยู่ในพระทัย ลู่เกิงก็อดแปลกใจไม่ได้ แต่ไม่ทันที่จะถาม ท่านอ๋องก็เป็นฝ่ายตรัสขึ้นมาเสียก่อน

“แต่ข้ากลับเห็นต่างกับเจ้าเล็กน้อย ดูจากท่าทางของนางที่แสดงออกในวันนี้ ข้าคิดว่านางจะไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้ใดอีกต่อไปแล้ว แต่วันนี้นางพูดว่า ข้ามิได้ไปรับเจ้าสาว เป็นเพราะฟางซูจิน ทำให้ข้านึกสงสัยยิ่งนักว่า เหตุใดนางจึงพูดออกมาเช่นนั้น”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel