ตอนที่ 5 นางตายด้วยเหตุใดกัน
ลี่อ๋องสะบัดข้อมือและเดินออกมาจากห้องโถงใหญ่ของจวนสกุลหยวนในทันที เมื่อเขาเดินออกไปแล้ว หลิงเซียนก็รีบควานหาเก้าอี้ และทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดเรี่ยวแรงทันที หลี่ชิงรีบเดินเข้ามา เมื่อเห็นว่าขบวนของท่านอ๋อง กลับออกไปจากจวนแล้ว
“คุณหนู! ท่านเป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ”
“นะ น้ำ รินน้ำมาให้ข้าหน่อย”
“เจ้าค่ะ”
หยวนหลิงเซียนรู้สึกราวกับหมดเรี่ยวแรง คิดไม่ถึงเลยว่าเพียงแค่คุยกันไม่กี่ประโยค จะทำให้นางรู้สึกหมดเรี่ยวแรงได้ถึงขนาดนี้
“เขาช่างเป็นคนที่น่าเกรงขามยิ่งนัก เพียงแค่เห็นสีหน้าและแววตานั่น หัวใจก็พร้อมที่จะหลอมละลายต่อหน้าเสียแล้ว”
“คุณหนูน้ำเจ้าค่ะ”
หลิงเซียนรีบดื่มน้ำจนหมด นางดื่มไปถึงสองถ้วยใหญ่ ๆ เพื่อคลายความตื่นเต้น ไม่รู้ว่าเป็นเจ้าของร่างที่มีปฏิกิริยากับลี่อ๋อง หรือเป็นเพราะหัวใจของนางกันแน่ ที่มันตื่นเต้นจนเกือบยืนไม่อยู่ถึงเพียงนี้
“คุณหนูนี่ท่านถูกท่านอ๋อง ตำหนิมาอีกแล้วหรือเจ้าคะ”
“อีกแล้วงั้นหรือ หมายความว่าอย่างไร ก่อนหน้านี้เขาก็มักจะทำแบบนี้งั้นหรือ”
“ท่านจำอะไรไม่ได้เลยหรือเจ้าคะ”
“ไม่ได้ จำอะไรไม่ได้เลย”
นางคิดว่าความทรงจำเหล่านี้ เจ้าของร่างเดิมคงไม่อยากจดจำเพราะมันมิใช่เรื่องดีที่น่าจดจำเท่าใดนัก
“ท่านอ๋องมักจะหลีกเลี่ยงท่าน จะคุยด้วยเฉพาะเวลาที่เลี่ยงมิได้ อย่างในงานที่เป็นทางการ หรือไม่ก็เวลาที่ต้องเจอกับท่านตรง ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นท่าน ที่หาเรื่องเข้าไปหาท่านอ๋องตลอดเวลาเจ้าค่ะ”
“เฮ้อ… ไม่ผิดไปอย่างที่คิด เขาถึงได้รู้สึกแปลกใจกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของข้า หวังว่าจะไม่สงสัยนะ”
“คุณหนูแล้วท่านไม่เสียใจแน่หรือเจ้าคะ ท่านโกรธท่านอ๋อง ถึงขนาดไม่ยอมแต่งงานเข้าจวนอ๋องเลยหรือเจ้าคะ”
“ก่อนหน้านี้ข้าอยากแต่งงานกับเขามากเลยงั้นหรือ…เฮ้อ แค่มองหน้าเจ้า ข้าก็รู้คำตอบแล้ว”
“เหตุใดท่านจึงพูดจาแปลกเช่นนี้ เมื่อเช้าตอนที่ตื่นขึ้นมาอาบน้ำลอยดอกไม้เพื่อเตรียมตัวจะเป็นเจ้าสาว ท่านยังบอกว่านี่เป็นวันที่รอคอยมาทั้งชีวิตเลยนะเจ้าคะ”
“จริงด้วย!”
เมื่อสาวใช้ของนางพูดเรื่องนี้ขึ้นมา หลิงเซียนถึงได้นึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ หากว่าเจ้าของร่างไม่ตายกะทันหันอย่างน่าประหลาด หลิงเซียนที่ภาวะหัวใจล้มเหลวกะทันหันในชาติก่อน จะมาเข้าร่างของหยวนหลิงเซียนในชาตินี้ได้อย่างไรกัน
‘หยวนหลิงเซียนตายด้วยเหตุใดกัน แล้วทำไมถึงได้ไม่มีผู้ใดสงสัยเรื่องการตายของนางเลยแม้แต่คนเดียว’
เมื่อคิดเรื่องนี้ได้ หลิงเซียนก็กำหมัดและลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที
“หลี่ชิง ข้ามีเรื่องอยากจะถามเจ้าสักหน่อย เรากลับไปที่ห้องกันก่อนเถอะ”
“เจ้าค่ะ”
เรือนตะวันออก
เมื่อนางกลับมายังเรือนพักของตัวเอง ก็พบว่าข้าวของทุกอย่างยังวางอยู่ที่เดิม เพราะหลังจากที่เปลี่ยนชุดสมรสพระราชทานออกไปแล้ว หลิงเซียนก็สั่งปิดเรือนนี้ทันที โดยไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าออก แต่พอไปคุยกับบิดาของนางเรื่องหนี้สิน ก็ลืมเรื่องนี้ไปชั่วขณะ
“คุณหนูเหตุใดท่านจึงได้มิให้บ่าวเก็บกวาดห้องนี้เจ้าคะ”
“เอาล่ะหลี่ชิง ทีนี้เจ้าลองเล่ามาให้ข้าฟังหน่อยสิว่า ตั้งแต่เมื่อเช้าตอนที่ข้าตื่นขึ้นมา เจ้าและข้าทำสิ่งใดบ้าง เล่าให้ละเอียดอย่าตกหล่นแม้แต่คำเดียว เจ้าจำได้หรือไม่”
“ข้าย่อมจำได้อยู่แล้วเจ้าค่ะ เพราะทุกเรื่องเป็นสิ่งที่ข้าล้วนต้องทำเป็นประจำทุกวัน เริ่มจากที่มาปลุกท่านตื่น เพื่อจะได้ไปแช่น้ำลอยดอกไม้….”
สาวใช้เริ่มเล่ารายละเอียดเหตุการณ์เมื่อเช้าให้นางฟัง เมื่อหลิงเซียนฟังจบ ก็ไม่พบสิ่งแปลกประหลาดอะไร
“จากนั้นท่านก็มาดื่มน้ำชาตรงนี้ แล้วก็เดินไปที่โต๊ะหน้าคันฉ่องเพื่อให้ข้ากับสาวใช้ทำผม และสวมมาลาเจ้าสาว”
“ดื่มชา ทำผมงั้นหรือ น้ำชาที่ข้าดื่มคือชาแบบใดกัน”
“ท่านดื่มแต่ชาต้นฤดู กับน้ำที่ต้มมาจากบ่อน้ำแร่บนเขาเท่านั้น เมื่อเช้านี้ก็เช่นกันเจ้าค่ะ กาน้ำชายังอยู่บนโต๊ะทางโน้น ยังไม่ถูกเก็บออกไปตามคำสั่งของท่านเจ้าค่ะ"
หลิงเซียนเดินมาที่กาน้ำชา และลองเทลงมาสูดดม พร้อมกับดึงปิ่นเงินที่ปักอยู่ที่ผมออกมา เมื่อจุ่มลงไปในน้ำ ก็พบว่ามัน…
“น้ำชานี้มีพิษหรือเจ้าคะคุณหนู”
“ไม่มี ปิ่นเงินนี้ไม่เปลี่ยนสี อีกทั้งกลิ่นชาก็ไม่มีสิ่งผิดปกติ ชานี้ซื้อมาจากที่ใดงั้นหรือ”
“เป็นชาที่ท่านสั่งมาจากหอจินหรู ซึ่งนำมาจากเมืองหลวง มีแค่ที่หอจินหรูที่เดียวที่นำมาขายเจ้าค่ะ”
“หอจินหรูงั้นหรือ”
“โรงน้ำชาที่ใหญ่ และหรูหราที่สุดในเมืองเฉินซี เป็นกิจการของนายท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ”
“ข้ารู้ ๆ ก็แค่ทบทวนชื่อเท่านั้น”
หลิงเซียนเปรยออกไปเช่นนั้น ด้วยเห็นว่าหลี่ชิงเริ่มทำสีหน้าสงสัยกับสิ่งที่นางถาม เมื่อเดินไปรอบ ๆ ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติอันใด เพราะหลี่ชิงบอกว่านอกจากชาเพียงจอกเดียว นางก็ไม่ได้แตะต้องอาหารอย่างอื่นอีกเลย
“ท่านตื่นเต้นมาก จนไม่นึกอยากอาหาร และเร่งให้แต่งหน้าทำผม เพื่อรอฤกษ์มงคลที่จะมาถึงอย่างใจจดใจจ่อ แต่ว่า…”
“ข้านั่งรออยู่ที่เตียง จนเจ้าเดินเข้ามาเรียกใช่หรือไม่”
“เจ้าค่ะ หลังจากที่แต่งหน้าเสร็จแล้ว ท่านก็ขอจิบชาอีกจอก และไปนั่งรอที่เตียง แม่สื่อนำผ้าแดงมาคลุมให้ หลังจากนั้นข้าก็ออกไปดูข้างนอก เพื่อไปถามว่า ขบวนเจ้าบ่าวจะมาถึงเมื่อใด”
หลิงเซียนเดินไปที่เตียง ซึ่งนางนั่งอยู่ในตอนเช้า และเป็นที่แรก ซึ่งทำให้นางรู้สึกว่า ตัวเองมิใช่หลิงเซียนในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ประธานบริษัทที่ยิ่งใหญ่อีกต่อไปแล้ว
“คุณหนูเหตุใดจู่ ๆ ท่านจึงถามเรื่องเมื่อเช้าขึ้นมาเจ้าคะ ท่านคงจะมิได้ป่วยหรอกนะเจ้าคะ”
“ข้าน่ะหรือป่วย เปล่าเสียหน่อย เหตุใดเจ้าถึงถามเช่นนั้นกันเล่า”
"ก็… ท่านดูไม่เหมือนเดิม ท่านประกาศยกเลิกงานแต่ง ไปหานายท่านและนั่งคิดบัญชีของท่านอ๋อง แล้วยังกล้าเถียงท่านอ๋องต่อหน้าเช่นนั้น ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลยเจ้าค่ะ"
“ก็…. ข้าโกรธมาก! หากเป็นเจ้าไม่โกรธหรือ วันแต่งงานแท้ ๆ แต่เขากลับไม่ให้ความสำคัญ เป็นเจ้าจะยอมแต่งให้กับคนเช่นนี้หรือ”
โชคดีที่หลี่ชิงคล้อยตามคำพูดของนาง เนื่องด้วยนิสัยเดิมของหยวนหลิงเซียน ก็เป็นคนเอาแต่ใจอยู่แล้ว เวลาโกรธก็มักจะทำเรื่องที่ไม่คาดคิด ทำให้ทั้งสาวใช้ บ่าวไพร่ในจวนรวมถึงบิดาของนาง มิได้สงสัยเรื่องนี้มากนัก แม้ว่าจะตกใจที่นางถึงกับกล้าประกาศ ยกเลิกงานแต่งนี้ด้วยตัวเองก็ตาม
“เจ้าค่ะ ข้ารู้ดีว่าคุณหนูคงโกรธมาก เพียงแต่ไม่คิดว่าจะถึงกับประกาศยกเลิกงานแต่งเช่นนี้ เอ๊ะ....เหตุใดแผ่นชาดนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้เล่า”
“แผ่นชาดงั้นหรือ”
หลี่ชิงหยิบแผ่นชาดที่ตกอยู่ที่พื้นขึ้นมาให้หลิงเซียน
“น่าจะเป็นเพราะท่านกลัวว่าดื่มชาไปแล้วชาดจะสีจางลง จึงแอบถือเอาไว้เป็นแน่ใช่หรือไม่เจ้าคะ แผ่นชาดนี้เป็นของที่ลี่อ๋อง เคยประทานให้ท่านเมื่อหนึ่งเดือนก่อน มาพร้อมกับชุดน้ำชาโบราณจากจิ่งหนานของนายท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ ท่านบอกว่าจะไม่ใช้แผ่นชาดนี้จนกว่าจะถึงเวลาสำคัญ ไม่คิดว่าวันนี้จะได้นำมาใช้เสียที”
“แผ่นชาดนี้ ลี่อ๋องเป็นผู้มอบให้ข้างั้นหรือ”
“เจ้าค่ะ กล่องชาดนี้ถูกวางมาในกล่องของขวัญวันปีใหม่ ที่ลี่อ๋องส่งมอบมาให้สกุลหยวนอย่างไรเล่าเจ้าคะ”
หลิงเซียนหยิบแผ่นชาดมาดู สลับกับมองไปรอบ ๆ ห้อง และรีบหันมาทันที
“ข้านึกออกแล้ว!”