ตอนที่ 4 แน่ใจแล้วใช่หรือไม่
“เจ้า!”
หลี่ชิงไม่เคยเห็นคุณหนูของนาง ยืนถกเถียงกับท่านอ๋องเช่นนี้มาก่อน แม้แต่คหบดีหยวนและคนที่เหลือ ก็ยืนตกตะลึงพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว เขาคิดว่าครั้งนี้ หลิงเซียนคงรู้สึกเสียใจ และโกรธมากที่ท่านอ๋องผิดคำสัญญา จึงทำให้นางตัดขาดเขาได้อย่างง่ายดาย
“เจ้าแน่ใจแล้วงั้นหรือ ที่จะทำเช่นนี้”
“ข้าพูดออกมาแล้ว ล้วนมั่นใจทุกคำ”
ลี่อ๋องพยักหน้าและเม้มปาก เขากำหมัดแน่นเพราะอดกลั้นความโกรธเอาไว้ ก่อนหน้านั้นเขารังเกียจสตรีเช่นนางที่สุด ทั้งไร้มารยาท เอาแต่ใจตัวเอง วัน ๆ เอาแต่หาเรื่องสตรีในเมือง ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายราวเบี้ยหอย ไม่สนใจความทุกข์ยากของผู้คน ไร้น้ำใจและชอบดูถูกผู้อื่น เพราะเห็นว่าตนเองเป็นคนร่ำรวย แต่บัดนี้เขาโกรธที่คนเช่นนาง กล้ายืนเผชิญหน้ากับเขา และต่อว่าเขาตรง ๆ เช่นนี้
“ดี! เช่นนั้นก็ให้เป็นไปตามนั้น”
จ้าวตงหมิงหันหลังจะเดินกลับ เพียงแค่สองก้าวหยวนหลิงเซียนก็เรียกเขาทันที
“ช้าก่อนเพคะท่านอ๋อง”
เสียงของนางเปลี่ยนไป ไม่แข็งกร้าวเช่นเดิม ลี่อ๋องหวังเพียงให้นางยอมตกลง เพื่อที่เขาจะได้ไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์กว่าการแต่งงานนี้ ขอเพียงรับนางเข้าไปในจวนที่เขาไม่คิดจะอยู่ ก็น่าจะพอแล้ว เขาจะได้เอาเวลาที่เหลือไปจัดการเรื่องวางแผนกองทัพต่อ
“เจ้ายังมีสิ่งใดอีก คงจะไม่คิดเปลี่ยนใจหรอกนะ…. นี่คือสิ่งใด”
หยวนหลิงเซียนยื่นกล่องขนาดย่อมให้เขา พร้อมกับสายตากลมโตที่มองมาอย่างมีชัย
“นี่เป็นบัญชีหนี้สินของกองทัพเฉินซีของพวกท่าน รวมถึงราชสำนักเฉินซีในสองปีที่ผ่านมา ข้าจัดรวบรวมเอาไว้แล้ว ในเมื่องานแต่งถูกยกเลิกไปแล้วเช่นนั้นก็ได้เวลาที่ท่านอ๋อง จะต้องวางแผนการจ่ายคืนหนี้ก้อนนี้คืนให้สกุลหยวนเสียที”
“นี่เจ้าว่าอย่างไรนะ”
“คุณหนูหยวน แต่ว่านี่เป็นข้อสัญญาที่ท่านเป็นผู้เสนอมาเองว่า ใช้การแต่งงานแลกกับหนี้สิน เหตุใด…”
“เจ้าเป็นผู้ใดกัน”
“ข้าน้อย!”
ท่านอ๋องเริ่มแปลกใจ เมื่อเห็นหยวนหลิงเซียนเอ่ยปากถาม และมองใบหน้าขององครักษ์ข้างกายเขาด้วยสายตาไม่พอใจ นางพึ่งเคยทำแบบนี้เป็นครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้สตรีตรงหน้าเขา พยายามจะหลอกล่อให้ “ลู่เกิง” องครักษ์ของเขาไปเป็นพวก แต่เพราะจริตที่น่ารำคาญของหยวนหลิงเซียน ทำให้ลู่เกิงเกลียดนางยิ่งกว่าตัวเขาเองเสียอีก
“ลู่เกิงเจ้าถอยไป เรื่องนี้มิใช่เรื่องที่เจ้าจะออกความเห็นได้”
“แต่ว่าท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้าเอารายการบัญชีนี้กลับไป แล้วออกไปรอข้างนอกก่อน ไปสิ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ลู่เกิงหันมารับกล่องบัญชีไปจากสาวใช้ของหลิงเซียน สายตาของเขายังคงไม่ชอบหน้าคุณหนูสกุลหยวนผู้นี้เอาเสียเลย เมื่อองครักษ์หนุ่มเดินออกไปแล้ว คหบดีและคนที่เหลือ เห็นสายตาของท่านอ๋องก็รีบให้ทุกคนเดินออกไปเช่นกัน
“ไป ๆ พวกเราออกไปกันก่อนเถอะ ให้พวกเขาคุยกันเอง”
บรรยากาศในห้องโถงใหญ่เงียบกริบลงในทันที เมื่อเหลือเพียงหลิงเซียนและท่านอ๋อง
“เจ้าแน่ใจแล้วใช่หรือไม่ ว่าจะไม่กลับไปที่จวนกับข้า”
“ท่านอ๋องตรัสผิดแล้วเพคะ ข้ามิได้อยากเป็นคนอยากยกเลิกตั้งแต่แรก แต่เป็นเพราะท่านไม่ทำตามราชโองการ จงใจมารับเจ้าสาวเลยฤกษ์มงคล สิ่งเหล่านี้ล้วนมิได้เกี่ยวกับสกุลหยวน”
“แต่การแต่งงานในครั้งนี้ เจ้าก็เป็นผู้เสนอเอง”
“ถูกต้องเพคะ แต่พระองค์ก็ได้ทำลายความไว้วางใจของข้าไปจนหมดสิ้น แม้แต่ช่วงเวลาสำคัญเช่นการรับเจ้าสาว ก็ยังมิอาจทำได้ ข้าจะมั่นใจที่จะฝากชีวิตไว้กับคนเช่นท่านได้อย่างไร”
จ้าวตงหมิงหรี่ตามองนางอีกครั้ง สายตาของนางในตอนนี้ ช่างแตกต่างกับหยวนหลิงเซียนที่เขาเคยรู้จักโดยสิ้นเชิง นางมิได้มองเขาด้วยความชื่นชมหลงใหลราวกับคนบ้าเสียสติ แต่กลับยืนคุยราวกับผู้ที่มีความเสมอภาคกัน ไม่เกรงกลัวอำนาจของเขาซึ่งเป็นทั้งแม่ทัพใหญ่สี่ดินแดนตะวันออก หรือพระโอรสของฝ่าบาทเสียด้วยซ้ำไป
“หนี้สินที่ติดค้างกัน”
“ข้าให้เวลาท่านอ๋องสามเดือน สามารถทยอยจ่ายคืนมาได้ แต่หากเกินระยะเวลาที่กำหนด ก็คงต้องขอโทษด้วยที่จำเป็นจะต้องเก็บดอกเบี้ยเพิ่ม ตามอัตราส่วนที่ถูกต้องตามกฎหมายของต้าฉิน”
“นี่เจ้า…จะคิดดอกเบี้ยกองทัพด้วยงั้นหรือ เรื่องนี้บิดาของเจ้าไม่เคยเอ่ยถึงเลยนะ”
“ครั้งนั้นเพราะท่านพ่อคิดอยากจะช่วยเหลือกองทัพ โดยมิได้หวังสิ่งตอบแทน แต่ท่านอ๋องก็ควรตรึกตรองดูว่า วันนี้พระองค์ได้ทำลายเกียรติของสกุลหยวนไปแล้วเท่าใด ผ่านมาสามปีท่านพ่อไม่เคยคิดแม้แต่จะทวงราชสำนักเลยแม้แต่ครั้งเดียว ตอนนี้มาคิดดอกเบี้ยสักเล็กน้อย ก็ไม่ถือว่าน่าเกลียดเกินไป เห็นด้วยหรือไม่เพคะท่านอ๋อง”
ลี่อ๋องไม่คาดฝันเลยว่า จู่ ๆ หยวนหลิงเซียนจะเปลี่ยนมาเป็นคนหน้าเลือดแทนบิดาของนาง แม้นว่าบิดาของนาง จะเต็มใจช่วยราชสำนักด้วยความเต็มใจ เขาไม่เคยปฏิเสธการช่วยเหลือของทางการหากว่าช่วยได้ เพื่อปูทางการค้าของตนในเมืองเฉินซีแห่งนี้ นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ลี่อ๋อง ถูกข่มขู่ให้จ่ายดอกเบี้ย หากชำระเงินไม่ได้ตามกำหนด
“ข้าแนบสัญญาไปในกล่องบัญชีให้แล้ว ท่านสามารถตรวจสอบรายการทั้งหมด หากไม่ตรงกันก็สามารถท้วงติงได้ หากลงนามในสัญญาแล้ว ข้าจะถือว่าท่านรับรู้และยอมรับในเงื่อนไขทุกอย่างข้างในนั้น”
“หากข้าลงนามในเงื่อนไขชำระหนี้ จะถือว่าการแต่งงานนี้ ยกเลิกโดยที่เจ้าจะไม่นำเรื่องนี้มาอ้างอีกใช่หรือไม่”
“ใช่แน่นอนเพคะ ท่านคิดว่าข้าอยากจะใช้เงินหนึ่งล้านตำลึง เพื่อแลกกับการแต่งเข้าไปเป็นชายารองของท่านถึงเพียงนั้นเชียวหรือ ขออภัยที่ข้าคงรับไม่ได้อีกต่อไปแล้ว”
“เจ้าโกรธที่ต้องอภิเษกเข้าไปในจวนอ๋อง ด้วยฐานะชายารองสินะ หึ! ที่แท้ก็เพราะเรื่องนี้”
“ท่านอ๋องทรงเข้าพระทัยผิดแล้ว ข้าไม่ต้องการแต่งให้กับผู้ที่มิได้รักข้าจากใจจริงต่างหาก และหากแม้นจะต้องแต่งให้ผู้ใด ข้าขอเลือกผู้ที่รักข้า และยินดีที่จะเป็นสามีของข้าแต่เพียงผู้เดียว ไม่ขอรับสามีที่ปันใจให้สตรีอื่นเช่นพระองค์”
“แต่เจ้าเป็นผู้เสนอเรื่องนี้ขึ้นมาเอง เรื่องนี้ทั้งข้าและบิดาของเจ้า ล้วนมิได้อยากจะให้เกิดขึ้น แต่เป็นเจ้าที่ดื้อรั้นเอง”
“ซึ่งตอนนี้ข้าไม่ต้องการแล้ว! ท่านได้ยินชัดแล้วนี่เพคะ ข้าจะบอกท่านอ๋องอีกครั้ง ไม่ว่าจะตำแหน่งชายารอง หรือตำแหน่งใด ๆ ในจวนอ๋องที่ไร้หัวใจเช่นท่าน ข้าก็ไม่ต้องการทั้งสิ้น”
ลี่อ๋องไม่เคยเห็นหยวนหลิงเซียนหนักแน่นเท่าวันนี้มาก่อน แม้นก่อนหน้าเขาจะเคยดูแคลนนางไม่น้อย แต่ต้องยอมรับว่าวันนี้ นางทำให้เขาแปลกใจ ในท่าทางที่เปลี่ยนไปเช่นนี้ของนาง แต่กระนั้นก็นึกขอบคุณ เพราะเขาเองก็มิได้พึงปรารถนาการสมรสในครั้งนี้จริง ๆ
"เจ้าพูดจบแล้วหรือยัง"
“จบแล้วเพคะ หวังว่าท่านอ๋องจะกลับไปพิจารณาให้ดี ๆ ก่อนที่จะลงนามในสัญญา ส่งคืนมายังสกุลหยวน น้อมส่งเสด็จท่านอ๋อง"