บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 เหตุใดไม่สวมชุดเจ้าสาว!

“ว่าอย่างไรนะ มารับเจ้าสาวงั้นหรือ เหตุใดเขาจึงมาตอนนี้ นี่มันเลยฤกษ์มงคลรับเจ้าสาวไปเกือบครึ่งค่อนวันแล้ว เขาเห็นจวนสกุลหยวนเป็นอะไรกันแน่ ไม่ได้ข้าจะออกไปบอกเขา”

“ท่านพ่อ! ลูกไปพบท่านอ๋องเองเจ้าค่ะ”

“เซียนเอ๋อร์นี่เจ้าอย่าบอกนะว่า เจ้ายอมใจอ่อนและจะไปเป็นชายารองของเขาจริง ๆ”

หลิงเซียนลุกขึ้นยืน นางกำลังเก็บรวบรวมบัญชีใส่กล่อง เพื่อส่งให้หลี่ชิง และเดินตามบิดาของนางมา

“ท่านพ่อพูดถูก เลยฤกษ์มงคลไปนานแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ข้าจะพูด ย่อมไม่ใช่เรื่องแต่งงาน หลี่ชิงพวกเราไปกันเถอะ”

“เจ้าค่ะคุณหนู”

หลิงเซียนเดินออกมาจากห้องบัญชีแล้ว ท่ามกลางความแปลกใจของคหบดีหยวนและพ่อบ้านหลง

“นี่มันอะไรกันขอรับ ที่คุณหนูพูดหมายถึงอะไรขอรับนายท่าน”

"อย่าพึ่งมาถามข้าตอนนี้ รีบตามนางไปก่อนเร็วเข้า"

“ขอรับ”

ทั้งสองคนรีบเดินตามบุตรสาวออกไปยังห้องโถงใหญ่ ซึ่งกำลังเก็บของมงคลออก ตามคำสั่งของคหบดีหยวน เมื่อหลิงเซียนเดินเข้ามา ก็สัมผัสได้ถึงความน่าเกรงขาม ของบุรุษหนุ่มในชุดเจ้าบ่าวพระราชทานสีแดงสด ซึ่งปักเลื่อมประดับลวดลายเดียวกับชุดเจ้าสาวของนาง หลิงเซียนเห็นเพียงแผ่นหลังของเขา ก็รู้สึกได้ทันทีว่า บุรุษผู้นี้ต้องรูปงามมาก และเพียงเขาหันมา นางก็รู้ทันทีว่า คำว่ารูปงามนั้น…. ยังน้อยไป

‘แม่เจ้า ดวงตาคมเข้มนุ่มลึกราวกับอ่านใจคนได้ ใบหน้าเกลี้ยงเกลาดุจหยก จมูกคมเป็นเส้นตรง ริมฝีปากหน้าสีสด นี่มันพระเอกในนิยายมังงะชัด ๆ เลยนะ หล่อขนาดนี้นี่เอง มิน่าล่ะเจ้าของร่างถึงได้ลุ่มหลงเขานัก’

“คุณหนูเจ้าคะ ถวายบังคมก่อนเจ้าค่ะ”

“อะไรนะ”

“ไม่ต้องมากพิธี ข้าอยากถามเจ้าว่า…. เหตุใดเจ้าไม่สวมชุดเจ้าสาว!”

เพียงเสียงแรกที่พูดกับนาง ก็ทำเอาหลิงเซียนสะดุ้งสุดตัว เขาไม่เพียงมิได้ชอบเจ้าของร่างเดิม แต่สายตามองมานั้น จะบอกว่ารังเกียจ ก็ยังฟังดูดีเกินไป

“ข้าต้องถามท่านมากกว่า ท่านรู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังสวมชุดใดอยู่ วันนี้วันอะไร แล้วเหตุใดถึงพึ่งมาที่นี่เอาป่านนี้”

“หุบปาก!”

“ท่านนั่นแหละหุบปาก! เลยฤกษ์มงคลไปครึ่งวันแล้ว ยังมีหน้าโผล่หน้ามาอีกงั้นหรือ นอกจากจะไม่ให้เกียรติท่านพ่อข้า ตัวข้าแล้ว ยังมีหน้ามาพูดจาวางอำนาจอยู่ตรงนี้อีกงั้นหรือ มีความละอายบ้างหรือไม่”

“หยวนหลิงเซียน! มันจะมากไปแล้วนะ”

“คะ คุณหนู”

“มากไปงั้นหรือ ได้สิเช่นนั้น…”

“ลูกพ่อ! ทะ ท่านอ๋อง ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ ขออย่าได้ทรงกริ้ว บุตรสาวของกระหม่อมเพียงแค่…เอ่อ รู้สึกโมโหที่เลยฤกษ์มงคลส่วนตัว จึงได้เผลอพูดจาไม่ดีออกไป ดังนั้น…”

แม้นว่า “จ้าวตงหมิง” จะมีอารมณ์โกรธจัด จนใบหน้าของเขาแดงก่ำขึ้นมา แต่ท่าทีของเขากลับสงบเสงี่ยมนิ่งราวก้อนน้ำแข็งที่รอวันถล่ม นางยอมรับว่าเขาเก็บอารมณ์ได้ดี แต่นิสัยของเขามันใช้ไม่ได้เลยจริง ๆ คนเช่นนี้น่ะหรือ ที่เจ้าของร่างเดิมคลั่งรักจนยอมใช้เงินหนึ่งล้านตำลึงแลกมา

“พอได้แล้ว ไม่ต้องพูดมาก ข้ามารับเจ้าสาวตามสัญญาสมรส”

“เฮอะ! รับเจ้าสาวงั้นหรือ จนป่านนี้แล้วท่านอ๋องยังคิดว่าจะมารับเจ้าสาว ไม่รอให้ข้ามราตรีนี้ไปเสียก่อนเล่า เสียใจด้วยนะเพคะ เลยฤกษ์มงคลไปแล้ว สัญญาก็นับว่าเป็นโมฆะ จะไม่มีงานอภิเษกใดเกิดขึ้นอีก เชิญท่านกลับไปเถิดเพคะ”

“เจ้าว่าอย่างไรนะ นี่เจ้าคิดจะขัดราชโองการงั้นหรือ!”

หลิงเซียนหันมาแสยะยิ้มเชิดจมูกใส่ลี่อ๋อง สายตาของนางมิได้มองเขาด้วยความชื่นชม จนน่าสะอิดสะเอียนเหมือนแต่ก่อน ทำให้ผู้ถูกจ้องกลับมา ถึงกลับแปลกใจอยู่ไม่น้อย ถึงความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วเช่นนี้

“ท่านอ๋องช่างขู่เก่งเสียจริงนะเพคะ ข้าน่ะหรือจะกล้าขัดราชโองการ ทั้งจวนนี้ผู้ใดก็ล้วนแต่เป็นพยานให้ข้าได้ ว่าวันนี้ข้าแต่งตัว จัดพิธีรอเจ้าบ่าวมารับตามฤกษ์ทุกอย่าง แต่ผู้ที่ผิดสัญญามิใช่ข้า ดังนั้นหากจะพูดให้ถูก ผู้ที่ทำผิดราชโองการ มิใช่ข้าเช่นกัน”

เมื่อนางยกเหตุผลนี้ขึ้นมา ลี่อ๋องที่ทำท่าขึงขัง ก็เริ่มเบือนพักตร์หนีในทันใด เขาทราบดีว่าครั้งนี้เป็นเขาที่ผิดพลาด แต่มิได้ตั้งใจจะหนีงานแต่ง แต่เพราะข่าวด่วนจากจวนแม่ทัพฟางนั้น จะรอช้ามิได้เช่นกัน

“ข้า… มีเหตุจำเป็นที่จะต้องไปจัดการ ก็เลยมาช้า”

“อ้อ ที่แท้ท่านก็มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ทำให้มารับเจ้าสาวไม่ทัน เรื่องมันเป็นเช่นนั้นนี่เอง เหตุจำเป็นของท่านก็คือ การไปช่วยบุตรสาวของแม่ทัพข้างพระวรกาย ที่จู่ ๆ ก็ถูกพิษในวันแต่งงานของท่านกับข้า แล้วยังถูกพิษในเวลาที่ท่านอ๋องต้องมารับเจ้าสาวอีกด้วย นี่มันเป็นการถูกยาพิษได้ถูกที่ถูกเวลาเสียจริง”

“นี่พวกเจ้ารู้เรื่องนี้แล้วงั้นหรือว่า มีคนถูกวางยาพิษ แต่ไม่ใช่แค่คนเดียว ที่จริงแล้ว...ยังมีอีกหลายคนที่ถูกวางยาพิษด้วย”

“ว่าอย่างไรนะพ่ะย่ะค่ะ นะ นี่มัน…. เรื่องใหญ่นะพ่ะย่ะค่ะ แย่แล้ว ๆ พ่อบ้านหลงเจ้ารีบไปบอกคนของเรา ให้รีบระวังตัว ทั้งน้ำ อาหารในร้าน รวมถึงยาที่ต้องใช้ เตรียมให้พร้อม”

“ขอรับนายท่าน”

หยวนหลิงเซียนยืนนิ่งและมิได้พูดอะไร เมื่อลี่อ๋องให้คำตอบที่ทำให้คหบดีหยวนตกใจ จนต้องรีบเตรียมป้องกัน บัดนี้ลี่อ๋องมองมายังว่าที่เจ้าสาว ซึ่งบัดนี้มิได้สวมชุดเจ้าสาวอีกแล้ว ด้วยความคับข้องใจกับการเปลี่ยนไปราวฟ้ากับดิน ทำให้เขาอดมองนางอย่างพินิจมิได้ สีหน้าและแววตาที่เปลี่ยนไป ทำเอาหัวใจของลี่อ๋อง ถึงกับกระตุกไปเล็กน้อย เพียงแค่นางปรายสายตากลับมา

“ข้ามาไม่ทันฤกษ์รับเจ้าสาว เป็นความผิดของข้า ต้องขออภัยเจ้าด้วย แต่เราสองคนมีราชโองการสมรส อย่างไรวันนี้เจ้าก็ต้องแต่งเข้าจวนอ๋องตามรับสั่งโอรสสวรรค์”

“ขออภัยเพคะท่านอ๋อง แต่บัดนี้แม้แต่ฤกษ์ยกน้ำชาและกราบไหว้บรรพบุรุษ ทุกฤกษ์ล้วนผ่านไปหมดสิ้นแล้ว ดังนั้นงานแต่งในวันนี้ ไม่มีทางเกิดขึ้นได้อีกแล้ว”

“เจ้าว่าอย่างไรนะ นี่เจ้าคิดว่าข้าอยากจะแต่งกับเจ้างั้นหรือ”

“เช่นนั้นก็ดีแล้วมิใช่หรือเพคะ ในเมื่อไม่อยากแต่งก็ไม่ต้องแต่ง เพราะท่านเองก็มิได้รักใคร่ชอบพอข้า ท่านยอมแต่งก็เพื่อแลกกับการยกหนี้สินนี้ให้ราชสำนักของทานเท่านั้น ข้าพูดถูกหรือไม่ลี่อ๋อง”

สายตาแข็งกร้าวไม่ยอมคน คำพูดดุดันเด็ดขาด น้ำเสียงหนักแน่น ใบหน้าตึงที่ไม่ใยดีเขาเลยแม้แต่น้อย ทำให้จ้าวตงหมิงไม่ชินเอาเสียเลย เขารังเกียจนางมาก เพราะก่อนหน้านี้ นางเป็นผู้เสนอเรื่องนี้ขึ้นมา โดยไม่สนใจแม้แต่ชื่อเสียงของตัวเอง ขอเพียงเอาชนะบุตรีแม่ทัพฟางได้ นางถึงกับยอมเสนอตัวแต่งให้เขา เพื่อลบล้างหนี้ที่กองทัพเฉินซีติดค้างบิดาของนางอยู่

“เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่า จะไม่แต่งงานกับข้า หยวนหลิงเซียน”

สองสายตาสบกัน ราวกับกำลังฟาดฟันกันโดยไร้อาวุธ รอยยิ้มร้ายเย็นเยือกของหลิงเซียนคลี่ออกมาอีกครั้ง พร้อมกับเผยอริมฝีปากบางนั้นออกมา

“ไม่มีเหตุผลที่ข้าจะแต่งให้กับผู้ที่ไม่ให้เกียรติข้าและบิดาของข้า ดังนั้นงานอภิเษกในครั้งนี้ ท่านหาเหตุผลไปกราบทูลฝ่าบาทเอาเองเถิดท่านอ๋อง”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel