ตอนที่ 2 ช่างโง่เขลาโดยแท้
""ว่าอย่างไรนะ""
“ยกเลิกงานอภิเษกงั้นหรือ แต่ว่าเซียนเอ๋อร์ลูกพ่อ นี่มันเป็นงานสมรสพระราชทาน เจ้าจะขัดราชโองการหาได้ไม่”
“กฎหมายแห่งต้าฉินเรา หากว่าผู้ใดทำผิดราชโองการก่อน ผู้นั้นถือว่าทำผิด ข้ามีสิทธิ์ยกเลิกงานแต่งครั้งนี้ได้ ถึงแต่งไปก็เป็นได้เพียงชายารอง ซึ่งข้ามิได้ต้องการมัน”
นางไม่รู้หรอกว่ายุคสมัยนี้จะเป็นยุคใดกันแน่ ได้แต่อาศัยความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมมาพูด และอ้างข้อกฎหมายที่ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า มีอยู่จริงหรือไม่ แต่ก็ทำให้คหบดีและเหล่าแม่สื่อที่อยู่ในห้อง อ้าปากค้างด้วยความตกใจจนพูดไม่ออก
“อะไรนะ! ตะ แต่ว่าเจ้าเป็นคนเสนอเงื่อนไขเอง ยังบอกกับพ่อว่า ไม่ว่าจะแต่งเข้าไปในจวนด้วยฐานะใด เจ้าก็ยอมทั้งสิ้น ต่อให้เป็นเพียงสนมก็จะแต่งกับเขาให้ได้”
“ช่างโง่เขลาโดยแท้ ศักดิ์ศรีของเจ้าหายไปพร้อมกับสมองแล้วหรืออย่างไรกัน”
นางพึมพำโดยที่ไม่มีผู้ใดได้ยิน เมื่อมองหน้าผู้เป็นบิดา ที่ยืนจ้องหน้านางด้วยความประหลาดใจ อีกด้านเป็นสาวใช้ข้างกาย ซึ่งน่าจะอายุน้อยกว่านางปีหรือสองปี
“นี่เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่า ไม่อยากจะแต่งให้ท่านอ๋องผู้นั้นแล้ว”
“ข้าแน่ใจ เหตุใดข้าต้องแต่งกับบุรุษ ที่วิ่งไปหาสตรีอื่นในวันแต่งงานเช่นนั้นด้วย”
พูดจบนางก็เริ่มปลดมาลาหงส์พระราชทาน วางเก็บบนโต๊ะในทันที การตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวนี้ ทำให้คหบดีหยวนถึงกับแปลกประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะบุตรสาวของเขาถึงแม้นว่าจะไม่เอาไหน วัน ๆ ใช้แต่เงินและเสพสำราญกับทรัพย์สิน ที่มีกินมีใช้ไม่หมดของสกุลหยวน
นอกจากหน้าตาที่งดงามล่มเมือง นางก็แทบจะไม่มีอะไรที่โดดเด่นเลย แต่นั่นก็มิได้ทำให้ลี่อ๋อง หันมามองนางแม้เพียงหางตา
“มาถอดชุดนี้ออกให้ข้าทีสิ… หลี่ชิง”
“แต่ว่าคุณหนู นั่นชุดสมรสพระราชทานนะเจ้าคะ”
“แล้วอย่างไรเล่า สวมชุดเสียยิ่งใหญ่พร้อมมาลาหงส์ แต่จะแต่งข้าเป็นเพียงชายารอง ฝันไปเถิดว่าข้าจะแต่ง เขาไม่มาก็ดีแล้ว ครั้งนี้ถือว่าเขาทำผิดสัญญาเอง เช่นนั้นก็ไม่ถือว่าสกุลหยวนทำผิดราชโองการ”
“ตะ แต่ว่าแล้วเรื่องหนี้สินที่ราชสำนักและกองทัพเป็นหนี้เราอยู่เล่า”
หยวนหลิงเซียนยิ้มออกมาทันที
“จะทำอย่างไรเล่าท่านพ่อ ก็ต้องทวงกลับคืนมาน่ะสิ”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ นะ นี่พ่อฟังผิดไปหรือไม่ เจ้า…”
“ไม่ผิดแน่เจ้าค่ะ เอาล่ะตอนนี้ข้าอยากจะเปลี่ยนชุดก่อน ท่านพ่อก็สั่งให้คนรื้อป้ายประดับพวกนี้ลงเถิดเจ้าค่ะ เห็นแล้วเกะกะสายตา”
“เอ่อ… ได้สิ เอาตามที่เจ้าว่า”
“จริงสิท่านพ่อ”
“ว่าอย่างไรหรือ”
“ข้าเปลี่ยนชุดเสร็จแล้ว จะออกไปคุยกับท่าน รบกวนท่านพ่อเตรียมบัญชีที่ราชสำนักเฉินซี ติดค้างเราเอาไว้ อย่าให้ขาดแม้แต่ฉบับเดียว”
สาวใช้และคหบดีหยวน นิ่งอึ้งและพูดไม่ออก ไม่คิดเลยว่าจู่ ๆ บุตรสาวจะเปลี่ยนไปชั่วข้ามคืน ไม่สิ เพียงแค่หลังดื่มชาถ้วยเดียวก่อนพิธีคลุมหน้าเจ้าสาว
ครึ่งชั่วยามถัดมา / เรือนหน้า
หยวนหลิงเซียนในชุดสีเรียบที่สุดที่มีอยู่ในตู้ แม้ว่าจะเต็มไปด้วยชุดหรูหรา แต่สีก็ฉูดฉาดเกินกว่าที่หลิงเซียนจะสวมได้ นางจึงเลือกชุดผ้าไหมสีม่วงอ่อนมาสวม และเดินมายังเรือนใหญ่ เมื่อมองไปรอบ ๆ จวนก็พบว่า จวนสกุลหยวนทั้งกว้างขวางใหญ่โต สมกับเป็นเศรษฐีในยุคโบราณโดยแท้
“เยี่ยมไปเลย ต่อให้ไม่มีสมองแต่ก็มีเงินล่ะนะ อย่างไรก็ถือว่าไม่ขาดทุน ค่อยคิดวิธีหาเงินเข้าคลังทีหลัง”
เมื่อคิดได้เช่นนั้นแล้ว หยวนหลิงเซียนก็ไม่รอช้า นางรีบไปหาบิดาในชาตินี้ทันที เมื่อมาถึงก็เห็นว่าบิดาของนาง กำลังจัดแจงเรื่องบัญชีอยู่ที่ห้องบัญชีในจวน
“ท่านพ่อข้ามาแล้วเจ้าค่ะ”
“เซียนเอ๋อร์เจ้ามาแล้วหรือ พ่อกำลังแยกบัญชีเพื่อที่จะส่งมอบให้ร้านอยู่ เจ้ารอสักประเดี๋ยวก่อนนะ ไม่นานนักหรอก”
หลิงเซียนหันไปคำนับเถ้าแก่สองคน ซึ่งรอรับกล่องบัญชีจากบิดานางอยู่ พลันได้รับเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่ก็ขอตัวกลับไป เมื่อนางมองแล้วก็คิดว่า คหบดีหยวนผู้นี้ ทำงานรอบคอบและเป็นระเบียบจนน่าทึ่ง มิน่าเล่าเขาถึงได้มีเงินเก็บมากมาย และเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งในเมืองเฉินซี
“นั่งก่อนสิ นี่คือบัญชีที่พ่อเตรียมเอาไว้ เฮ้อ… เดิมทีคิดจะมอบไว้ในสินเดิมเจ้าสาว แต่ใครจะรู้เล่าว่าฤกษ์มงคลวันนี้กลับล่มลงไปเสียได้ ข้าจะเขียนรายงานส่งเข้าเมืองหลวง ดูสิว่าฝ่าบาทจะจัดการลี่อ๋องผู้นี้เช่นไร”
“ช่างเถิดท่านพ่อ ข้าหาได้สนใจเรื่องงานแต่งครั้งนี้ไม่ สิ่งที่ข้าอยากรู้ตอนนี้ก็คือ ราชสำนักต้าฉินของพวกเขา เป็นหนี้พวกเราอยู่เท่าใดกันแน่”
หลิงเซียนหยิบรายงานการค้า และบัญชีที่ราชสำนักของต้าฉินออกมาทีละแผ่น และแยกเป็นหมวดหมู่เอาไว้ คิดไม่ถึงเลยว่าตลอดสองปีที่ผ่านมา บิดาคนนี้ของนาง นอกจากจะเป็นคหบดีที่ร่ำรวยที่สุดในเฉินซีแล้ว เขายังเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของราชสำนักเฉินซี หรือแม้กระทั่งทั้งราชวงศ์เลยก็ว่าได้
“เอ่อ นี่เจ้าแยกบัญชีออกมาทำไมกันหรือ”
“ข้าแค่จะดูว่า ทั้งราชวงศ์นี้ เป็นหนี้พวกเราเท่าใดกันแน่ หลี่ชิง... เครื่องคิดเลข…เอ่อ ข้าหมายถึงลูกคิดน่ะ”
“เจ้าค่ะ”
หลี่ชิงพยายามเงี่ยหูฟังคุณหนูนางพูด ระหว่างที่ดีดลูกคิดด้วยความคล่องแคล่ว แม้แต่คหบดีหยวนก็ยังตกตะลึง เพราะเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าบุตรสาวจะมีความสามารถในเรื่องนี้ด้วย
“ยอดไปเลย พวกเรารวยแล้ว”
“อะไรหรือเซียนเอ๋อร์ เจ้าว่าอย่างไรนะ รวยแล้วงั้นหรือ แต่ว่าหากเจ้าแต่งให้ลี่อ๋อง หนี้สินเหล่านี้ก็จะถูกยกเลิกนะ”
“คิดจะแต่งงานล้างหนี้ แต่กลับให้แค่ตำแหน่งชายารอง เก็บตำแหน่งชายาเอกไว้ให้คนของตัวเอง ฝันไปเถิดว่าคนเช่นข้าจะยอม ยอดหนี้ของราชสำนักและกองทัพเฉินซีติดค้างเรา ทั้งหมดแปดแสนตำลึงไม่รวมที่ทางเราสมทบทุนช่วยเหลือ ส่วนเมืองหลวงที่ขอความช่วยเหลือ และยังติดค้างอยู่ตั้งแต่ศึกครั้งก่อน อีกสองแสนสามหมื่นตำลึง รวมทั้งหมดหนึ่งล้านสามหมื่นตำลึง มิน่าเล่าถึงได้อยากใช้การแต่งงานนี้ล้างหนี้ ทุเรศสิ้นดี”
“เอ่อ… แต่ว่าเรื่องแต่งงานนี้ ท่านอ๋องมิได้ยินยอม แต่ว่าเจ้า เป็นผู้เสนอเองนะลูกรัก แม้ว่าพ่อจะพูดสักกี่ครั้ง เจ้าก็หาได้ฟังไม่ เจ้ายังบอกอีกว่าในชีวิตนี้ หากแม้นมิได้เป็นชายาท่านอ๋อง เจ้ายอมตายเสียดีกว่า พ่อก็เลยต้องยอม”
“ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ!”
หลิงเซียนแทบจะไม่อยากเชื่อว่า สตรีเจ้าของร่างจะหลงโง่งม มัวเมาในบุรุษเพศถึงเพียงนี้ ยอมเสียเงินเป็นล้านเพื่อแลกกับการแต่งงานที่ไม่เป็นธรรมกับนางเลยแม้แต่น้อย
“นายท่าน นะ นายท่านขอรับ!”
พ่อบ้านสูงวัยเดินเข้ามาในห้อง เมื่อเห็นหลิงเซียนนั่งอยู่ ก็รีบแจ้งทันที
“พ่อบ้านหลง มีอะไรเร่งด่วนงั้นหรือ”
“ระ เรียนนายท่าน คุณหนู ลี่อ๋องเสด็จมาถึงจวนแล้ว บอกว่าจะมารับเจ้าสาวขอรับ”