บทที่ 7
“นั่นฮูหยินมิใช่หรือ ฟื้นขึ้นมาได้อย่างไร”
“นึกว่าจะตายไปแล้วเสียอีก”
“ดวงแข็งจริง ๆ”
หนิงเอ๋อกำหมัดแน่นอย่างโกรธแทน แต่อันฉีกลับเดินต่อไปอย่างสงบ ทุกคำพูด เธอจดจำไว้ทั้งหมด ยังไม่ต้องรีบเอาคืน คนฉลาดต้องรู้ว่าเวลาใดควรพูด เวลาใดควรรอ
เมื่อมาถึงศาลากลางสวน อันฉีชะงักฝีเท้า เพราะเห็นร่างสูงของหลี่เหยียนเฟิงยืนอยู่ไม่ไกล เขากำลังสนทนากับชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง ใบหน้าเคร่งขรึม ท่าทางสง่างามราวกับแม่ทัพในภาพวาด
แสงแดดอ่อนตกกระทบใบหน้าของเขา ทำให้อันฉีเผลอหยุดมอง เลสลี่...เธอเห็นภาพซ้อนขึ้นมาอีกครั้ง เลสลี่ในชุดสูทสีขาว ยืนรอเธออยู่ปลายทางเดินโบสถ์ พร้อมรอยยิ้มอบอุ่น แต่ภาพนั้นแตกสลายทันทีเมื่อเหยียนเฟิงหันมา สายตาของเขาเย็นชา และเมื่อเห็นนาง ดวงตาคู่นั้นก็มีแววรำคาญขึ้นมาทันที
“ใครให้เจ้าออกมา” น้ำเสียงของเขากระแทกหัวใจเธออย่างแรง
อันฉีสูดลมหายใจลึก “ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกข้าไปคารวะ”
เหยียนเฟิงขมวดคิ้ว “ร่างกายเจ้ายังไม่หายดี”
ประโยคนั้นทำให้อันฉีเผลอใจสั่น เพียงชั่วขณะหนึ่งเธอเกือบคิดว่าเขาเป็นห่วงแต่คำพูดถัดมากลับทำลายความคิดนั้นจนหมดสิ้น
“อย่าได้เป็นลมกลางทางให้คนในจวนวุ่นวายอีก”
หนิงเอ๋อหน้าแดงด้วยความโกรธ “แม่ทัพ…”
อันฉียกมือห้ามนาง ก่อนเงยหน้ามองเหยียนเฟิงตรง ๆ “วางใจเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะไม่ทำให้ท่านลำบาก”
เหยียนเฟิงมองนางนิ่ง ราวกับไม่คุ้นกับน้ำเสียงสงบนิ่งเช่นนี้
“ซูมี่ เจ้ากำลังเล่นลูกไม้อะไร”
“ลูกไม้?”
“ก่อนหน้านี้เจ้ามักร้องไห้เรียกร้องความสงสาร บัดนี้กลับทำเป็นเย็นชา เจ้าคิดว่าข้าจะสนใจหรือ”
ตอนที่ 5
อันฉีรู้สึกเหมือนมีไฟลุกขึ้นในอก เธอเจ็บเพราะใบหน้านั้นเหมือนเลสลี่ แต่โกรธเพราะคำพูดนั้นเป็นของเหยียนเฟิง
“แม่ทัพหลี่” เธอเรียกเขาเต็มยศเป็นครั้งแรก “ท่านไม่ต้องสนใจข้าก็ได้ ข้าไม่ได้ขอ”
ชายหนุ่มชะงัก
“ข้ารู้ว่าท่านรังเกียจข้า” อันฉีพูดต่อ น้ำเสียงไม่ดัง แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ “ข้าก็จะพยายามอยู่ให้ห่างจากท่าน แต่ขอท่านจำไว้ ข้าเป็นคน มิใช่สิ่งของที่ใครจะเหยียบย่ำอย่างไรก็ได้”
บรรยากาศรอบด้านเงียบกริบ แม้แต่ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างเหยียนเฟิงยังมองนางด้วยความประหลาดใจ
เหยียนเฟิงหรี่ตา “เจ้ากล้าพูดกับข้าเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด”
อันฉีฝืนยิ้มบาง “ตั้งแต่วันที่ข้าเกือบตาย และรู้ว่าความตายไม่น่ากลัวเท่าการมีชีวิตอย่างไร้ศักดิ์ศรี”
คำพูดนั้นทำให้เหยียนเฟิงนิ่งไปชั่วอึดใจ
ดวงตาของเขามีประกายบางอย่างวูบผ่าน แต่มันหายไปเร็วมาก ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะกลับมาเย็นชาเช่นเดิม
“หวังว่าเจ้าจะจำคำพูดตัวเองได้”
“ข้าย่อมจำได้”
อันฉีค้อมศีรษะเล็กน้อย แล้วเดินผ่านเขาไปพร้อมหนิงเอ๋อ ทุกก้าวยังสั่นเพราะร่างกายไม่แข็งแรง แต่เธอไม่ยอมให้ตัวเองล้ม
เมื่อเดินพ้นระยะสายตา หนิงเอ๋อกระซิบเสียงตื่นเต้น “ฮูหยิน เมื่อครู่ท่านทำให้แม่ทัพพูดไม่ออกเลยเจ้าค่ะ”
อันฉีไม่ได้ตอบทันที เธอกำมือแน่นใต้แขนเสื้อ ไม่ใช่ว่าเธอไม่เจ็บ ทุกครั้งที่มองหน้าเหยียนเฟิง หัวใจของเธอก็เหมือนถูกฉีกซ้ำ ๆ เพราะมันทำให้เธอนึกถึงชายที่เธอไม่มีวันได้แต่งงานด้วยอีกแล้ว
แต่เธอจะไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมแพ้ต่อความทรงจำของตัวเอง ไม่ยินยอมต่อความเกลียดชังของเขาและไม่ย่อท้อต่อชะตากรรมของซูมี่
ทางเดินไปเรือนใหญ่ทอดยาวอยู่ตรงหน้า อันฉีเงยหน้ามองหลังคาสูงของเรือนประธาน แววตาค่อย ๆ แข็งกร้าวขึ้น ที่นั่นมีมารดาของเหยียนเฟิงรออยู่ หญิงที่อาจเป็นต้นเหตุให้ซูมี่ต้องตกน้ำจนตาย อันฉีสูดลมหายใจลึก ก่อนก้าวต่อไปอย่างมั่นคง นับจากวันนี้ นางไม่ใช่ซูมี่ผู้อ่อนแออีกต่อไป
และชายผู้มีใบหน้าเหมือนคนรักคนนั้น จะต้องได้เห็นด้วยตาตัวเองว่า ฮูหยินที่เขาเคยดูแคลน จะไม่ยอมให้ใครเหยียบย่ำอีกเป็นครั้งที่สอง.
