บทย่อ
อันฉี เภสัชกรสาวผู้กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับชายที่รัก กลับต้องจบชีวิตลงกลางสายฝนจากอุบัติเหตุไม่คาดฝัน แต่เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งเธอกลับมาอยู่ในร่างของ “ซูมี่” ฮูหยินผู้ไร้ค่าแห่งจวนแม่ทัพ สามีของนางคือ “หลี่เหยียนเฟิง” แม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชาและมีใบหน้าเหมือนคู่หมั้นของเธอราวกับคนคนเดียวกัน
บทที่ 1
เจ้าสาวที่ไม่มีวันได้แต่ง
เช้าวันแต่งงานของอันฉีเริ่มต้นด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกลิลลี่สีขาวที่ประดับอยู่ทั่วห้องแต่งตัว แสงแดดยามสายลอดผ่านม่านบางเข้ามากระทบชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ซึ่งแขวนอยู่ตรงหน้า ราวกับความฝันที่เธอเฝ้ารอมาตลอดหลายปี
อันฉียืนมองเงาตัวเองในกระจก หญิงสาวในนั้นสวมชุดเจ้าสาวปักลูกไม้ละเอียด ผมดำยาวถูกรวบขึ้นอย่างประณีต ใบหน้าถูกแต่งแต้มอย่างอ่อนหวาน ทว่าในดวงตากลับมีความตื่นเต้นจนปิดไม่มิด
“วันนี้แล้วสินะ” เธอกระซิบกับตัวเองเบา ๆ “วันที่ฉันจะได้แต่งงานกับพี่เลสลี่จริง ๆ”
เสียงประตูเปิดเข้ามาพร้อมกับหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่ง นางคือมารดาของอันฉี นางเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม แต่ขอบตากลับแดงเล็กน้อย
“ลูกแม่สวยเหลือเกิน” มารดาเอ่ยเสียงสั่น
อันฉีหันไปยิ้ม “แม่ร้องไห้ทำไมคะ วันนี้เป็นวันดีนะ”
“แม่รู้ แต่เห็นลูกโตมาจนถึงวันนี้ แม่ก็อดใจหายไม่ได้” มารดาเดินเข้ามาจับมือเธอไว้แน่น “หลังจากนี้ต้องดูแลตัวเองให้ดีนะลูก แต่งงานแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าต้องอดทนทุกอย่าง ถ้าเหนื่อย ถ้าเสียใจ กลับบ้านเราได้เสมอ”
อันฉีหัวเราะเบา ๆ ทั้งที่น้ำตาคลอ “แม่พูดเหมือนหนูจะไปรบเลย”
“การแต่งงานก็เหมือนไปรบนั่นแหละ” มารดากล่าวพลางเช็ดน้ำตา “แต่แม่เชื่อว่าเลสลี่รักลูกจริง”
เพียงได้ยินชื่อของชายคนนั้น หัวใจของอันฉีก็อ่อนยวบลงอย่างอบอุ่น เลสลี่ เฉิง ชายหนุ่มผู้เข้ามาในชีวิตเธอในวันที่เธอยุ่งเหยิงที่สุด เขาเป็นคนสุขุม อ่อนโยน และมั่นคงราวกับภูเขา แม้ชื่อของเขาจะดูแปลกหูสำหรับหลายคน แต่สำหรับอันฉี ชื่อนั้นคือความปลอดภัย คือบ้าน คืออนาคตที่เธออยากเดินไปด้วย
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นบนโต๊ะเครื่องแป้ง อันฉีรีบหยิบขึ้นมา เมื่อเห็นชื่อคนโทรเข้า รอยยิ้มก็ผุดขึ้นทันที
“พี่เลสลี่”
ปลายสายมีเสียงทุ้มนุ่มดังขึ้น “เจ้าสาวของพี่พร้อมหรือยัง”
“ยังไม่พร้อมค่ะ” อันฉีแกล้งตอบ
“ทำไมล่ะ”
“เพราะตื่นเต้นจนมือเย็นไปหมดแล้ว” เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังมาจากปลายสาย “ไม่ต้องกลัว พี่รออยู่ที่โบสถ์แล้ว อีกไม่นานเราก็จะได้เจอกัน”
อันฉีเม้มปากเล็กน้อย “พี่เลสลี่”
“หืม?”
“พี่จะไม่เปลี่ยนใจใช่ไหม”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงของเขาจะนุ่มลึกกว่าเดิม “อันฉี ฟังพี่นะ ต่อให้โลกทั้งใบเปลี่ยนไป พี่ก็จะไม่เปลี่ยนใจจากเธอ วันนี้ พรุ่งนี้ หรือวันไหน ๆ พี่ก็ยังเลือกเธอ”
หัวใจของอันฉีเต้นแรงจนแทบเจ็บ เธอก้มหน้าซ่อนน้ำตาแห่งความสุข “หนูก็จะเลือกพี่ค่ะ”
“รีบมานะ เจ้าสาวของพี่”
“ค่ะ รอหนูนะ”
“พี่จะรอ”
เมื่อวางสาย อันฉียังคงยิ้มอยู่ เธอไม่รู้เลยว่าคำว่า “รอ” ในครั้งนั้น จะกลายเป็นคำสุดท้ายที่เขาได้พูดกับเธอในชีวิตนี้
ไม่นานนัก รถเจ้าสาวสีขาวก็เคลื่อนออกจากหน้าบ้าน ฝนเริ่มตกปรอย ๆ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นท้องฟ้ายังสดใส อันฉีนั่งอยู่เบาะหลัง กอดช่อดอกไม้ไว้แนบอก เพื่อนเจ้าสาวของเธอชื่อหลินหลินนั่งอยู่ข้าง ๆ คอยจัดชายกระโปรงให้ไม่ยับ
“ฝนตกวันแต่งงาน เขาว่าเป็นลางดีนะ” หลินหลินพูดขึ้น “ชีวิตคู่จะร่มเย็น”
อันฉีมองหยดฝนที่เกาะบนกระจก “ขอให้เป็นอย่างนั้น”
คนขับรถหันมายิ้มผ่านกระจกมองหลัง “ไม่ต้องห่วงครับคุณอันฉี ผมจะพาไปถึงโบสถ์ทันเวลาแน่นอน”
“ขอบคุณค่ะ” โทรศัพท์ของเธอสั่นอีกครั้ง คราวนี้เป็นข้อความจากเลสลี่
‘พี่เห็นฝนตกแล้ว ระวังตัวนะ ไม่ต้องรีบ พี่รอได้เสมอ’
อันฉีอ่านข้อความนั้นซ้ำสองครั้ง ก่อนพิมพ์ตอบกลับ
‘อีกไม่นานเจอกันค่ะ เจ้าบ่าวของหนู’ เธอกดส่งพร้อมรอยยิ้ม แต่ทันใดนั้น เสียงแตรรถก็ดังลั่นถนน
ปี๊นนนน!
รถทั้งคันสั่นสะเทือนอย่างแรง คนขับสบถด้วยความตกใจ “รถบรรทุก!” อันฉีเงยหน้าขึ้นทันที เห็นแสงไฟหน้ารถขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาจากทางแยกด้วยความเร็วสูง ฝนที่ตกหนักขึ้นทำให้ถนนลื่น รถเจ้าสาวเบรกกะทันหันจนล้อเสียดสีกับพื้นดังแหลม
“กรี๊ด!” หลินหลินร้องสุดเสียง

