บทที่ 2
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเกินกว่าที่อันฉีจะทันตั้งตัว แรงกระแทกมหาศาลพุ่งเข้าชนด้านข้าง รถทั้งคันพลิกคว่ำอย่างรุนแรง โลกในสายตาของเธอหมุนกลับหัว เสียงกระจกแตก เสียงโลหะบิดเบี้ยว เสียงร้องของผู้คน และเสียงฝนกระหน่ำปะปนกันจนแยกไม่ออก
ช่อดอกไม้หลุดจากมือ กลีบลิลลี่สีขาวกระจัดกระจายกลางเศษกระจก
ร่างของอันฉีกระแทกกับเบาะและประตูรถอย่างแรง ความเจ็บแล่นไปทั่วร่างจนเธอแทบหายใจไม่ออก เลือดอุ่นไหลลงมาตามขมับ เปรอะเปื้อนผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์
“เลสลี่...” เธอพึมพำเสียงแผ่ว
เสียงรอบตัวค่อย ๆ ไกลออกไป เหมือนเธอกำลังจมลงสู่ก้นน้ำลึก ดวงตาพร่ามัวมองเห็นโทรศัพท์ตกอยู่ไม่ไกล หน้าจอแตกเป็นรอย แต่ยังสว่างอยู่ ข้อความจากเลสลี่ยังค้างอยู่บนหน้าจอ
‘พี่รอได้เสมอ’
อันฉีพยายามเอื้อมมือไปหาโทรศัพท์ ปลายนิ้วของเธอสั่นระริก แตะไม่ถึงเสียที น้ำตาไหลปะปนกับสายฝนที่สาดเข้ามาทางกระจกแตก
“ขอโทษ...” เธอกระซิบ “หนูไปไม่ถึง...”
ภาพในอดีตไหลย้อนเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์
วันที่เธอพบเลสลี่ครั้งแรกในโรงพยาบาล เขาพาคุณยายมารับยา ส่วนเธอเป็นเภสัชกรประจำห้องยา วันนั้นเขาถามเธออย่างสุภาพว่ายาตัวไหนต้องกินหลังอาหาร เธอเผลออธิบายยาวเกินไปจนเขายิ้มแล้วพูดว่า “คุณอธิบายเก่งจนผมอยากป่วยบ่อย ๆ”
จากวันนั้น เขาก็หาเรื่องมาพบเธอเรื่อย ๆ บางครั้งมาซื้อวิตามิน บางครั้งมาถามเรื่องยาสามัญ ทั้งที่ดูจากสายตาแล้ว เขาไม่ได้อยากรู้เรื่องยาเท่าไรนัก
วันหนึ่งอันฉีถามเขาตรง ๆ “คุณเฉิงคะ คุณตั้งใจมาหาฉันหรือเปล่า”
เลสลี่นิ่งไป ก่อนจะยิ้มเขิน ๆ “ถ้าผมบอกว่าใช่ คุณจะไล่ผมออกจากร้านยาไหม”
อันฉีหัวเราะ “ไม่ไล่ค่ะ แต่ครั้งหน้าซื้อยาให้น้อยลงก็ได้ เดี๋ยวกินเกินขนาด”
จากคนไข้ปลอม ๆ เขากลายเป็นคนรัก จากคนรักกลายเป็นเจ้าบ่าว และวันนี้ควรจะเป็นวันที่เธอได้จับมือเขาเดินเข้าสู่ชีวิตใหม่ แต่เธอกลับนอนอยู่กลางซากรถที่พลิกคว่ำ ในชุดเจ้าสาวเปื้อนเลือด เสียงไซเรนดังมาจากที่ไกล ๆ ผู้คนตะโกนโหวกเหวกอยู่รอบข้าง มีใครบางคนพยายามเปิดประตูรถ
“มีคนติดอยู่ข้างใน!”
“รีบเรียกรถพยาบาล!”
“เจ้าสาวยังหายใจอยู่ไหม!”
ตอนที่ 2
ตื่นในร่างฮูหยินที่ถูกเกลียด
อันฉีอยากตอบว่าเธอยังอยู่ อยากบอกให้ใครสักคนโทรหาเลสลี่ อยากบอกเขาว่าอย่ารออีกเลย แต่ริมฝีปากกลับขยับแทบไม่ไหว ในวินาทีสุดท้าย เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง ชื่อของเลสลี่ปรากฏบนหน้าจอแตกละเอียด อันฉีมองมันทั้งน้ำตา เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย เอื้อมมือไปแตะหน้าจอ ปลายนิ้วเปื้อนเลือดลากผ่านคำว่ารับสายได้สำเร็จ
“อันฉี?” เสียงเลสลี่ดังขึ้นทันที เต็มไปด้วยความร้อนรน “อันฉี อยู่ไหน ทำไมยังไม่ถึง พี่ได้ยินข่าวว่ามีอุบัติเหตุบนถนนเส้นนั้น เธออยู่ในรถคันนั้นหรือเปล่า ตอบพี่สิ!”
น้ำตาของอันฉีไหลหนักกว่าเดิม
“พี่...” เธอเปล่งเสียงออกมาแผ่วเบา
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนเสียงเขาจะสั่น “อันฉี! เธอเป็นอะไร พี่จะไปหาเดี๋ยวนี้!”
“อย่า...ร้องไห้นะคะ”
“ไม่ พี่ไม่ฟัง เธอต้องรอพี่ เข้าใจไหม อันฉี เธอต้องรอพี่!”
อันฉีหลับตาลง ความหนาวเย็นค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่าง แต่ในหัวใจกลับยังอุ่นเพราะเสียงของเขา
“หนู...ขอโทษ”
“ไม่ต้องขอโทษ อย่าพูดแบบนี้!” เลสลี่ตะโกน “อันฉี ฟังพี่นะ เราจะเข้าพิธีด้วยกัน เธอสัญญาแล้วไงว่าจะเดินมาหาพี่”
“หนูอยากไปหาพี่...” เธอกระซิบ “แต่คง...ไปไม่ถึงแล้ว”
“ไม่! อันฉี อย่าทิ้งพี่!”
เสียงของเขาแตกพร่า ทำให้หัวใจของเธอเจ็บยิ่งกว่าบาดแผลใด ๆ
อันฉีพยายามยิ้ม แม้เขาจะมองไม่เห็น “ถ้ามีชาติหน้า...พี่ต้องมารับหนูอีกนะ”
“ไม่เอาชาติหน้า พี่ต้องการเธอตอนนี้!”
“เลสลี่...หนูรักพี่” เสียงฝนกระหน่ำดังขึ้นราวกับฟ้าร้องไห้แทนเธอ ปลายสายมีเพียงเสียงสะอื้นของชายที่เคยเข้มแข็ง
