ตอนที่7ใครเป็นคนวางยา
ตอนที่7ใครเป็นคนวางยา
ภายในเรือนรับรองที่ตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม กลิ่นหอมละมุนของดอกไม้ในสวนลอยอ้อยอิ่งมาตามสายลม เหล่าบรรดาสาวงามจากตระกูลสูงศักดิ์นั่งกันอย่างเป็นระเบียบ
เหล่าคุณหนูต่างหัวเราะพูดคุยกันเบา ๆ ในขณะที่สาวใช้เดินเข้ามาเติมชาอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นชาดอกเหมยอบอวลไปทั่ว
“ชาขององค์หญิงสามช่างหอมละมุนยิ่งนัก มิทราบว่าใช้ใบชาจากที่ใดหรือเจ้าค่ะ”
ไป๋ซินอวี้เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน พลางยกถ้วยชามาจิบอย่างสง่างาม
องค์หญิงหลิงซูโบกพัดเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ
“เป็นชาเฉพาะที่นำเข้ามาจากแคว้นหนานเจียง พวกเจ้าลองชิมดูเถิด”
สิ้นเสียงองค์หญิงหลิงซู เหล่าสาวในตระกูลสูงศักดิ์ก็ยกถ้วยชาขึ้นจิบเพื่อลิ้มลองรสชาติ
ขณะที่บรรยากาศยังอบอวลไปด้วยความผ่อนคลาย
ไป๋ซินอวี้ที่นั่งจิบชาอย่างอารมณ์ดี จู่ ๆ นางก็รู้สึกถึงความผิดปกติของร่างกายตนเอง
“อึก…!”
เสียงสะอื้นในลำคอดังขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว นางกุมท้องแน่น ใบหน้าซีดเผือกอย่างรวดเร็ว ดวงตาหวานสั่นระริก
“พะ…พี่หญิง ท่านเป็นอะไร?”
ไป๋ซิ่นเยว่ที่นั่งข้าง ๆ รีบขยับตัวเข้าประคองพี่สาวด้วยสีหน้าตื่นตกใจ
“ข้า…อึก!”
ไป๋ซินอวี้ยังพูดไม่ทันจบ ร่างบางก็กระตุกเฮือก ก่อนที่นางจะอาเจียนเป็นเลือดออกมาเปื้อนชายกระโปรงของตน
เสียงหวีดร้องดังขึ้นทั่วเรือนรับรอง เหล่าคุณหนูต่างพากันถอยห่างด้วยความตกใจ บางคนถึงกับทำถ้วยชาหล่นจากมือ เซี่ยเหมยลี่เองก็นิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะวางถ้วยชาลงช้า ๆ พลันครุ่นคิดในนิยายนั้นคนทำคือ เซี่ยเหมยลี่ผู้โง่เขลา แม้จะวางยาได้สำเร็จแต่กลับทิ้งหลักฐานไว้มากมายจนคนสืบได้อย่างรวดเร็ว จนในที่สุดคนที่ออกมาปกป้องนางก็คือ ลี่จิ่น สาวใช้คนสนิทของตนเอง เพราะเซี่ยเหมยลี่นั้นซื้อตัวลี่จิ่นมาจากหอนางโรมที่ลุงและป้าพาไปขายด้วยวัยเพียงเก้าขวบ และยังช่วยทำศพให้บิดาของนางที่ป่วยด้วยโรคร้าย ตั้งแต่นั้นมาลี่จิ่นจึงพักดีต่อผู้มีพระคุณและสาบานว่าจะตอบแทนนางด้วยชีวิต แต่ครั้งนี้นางไม่ได้เป็นคนลงมือ แล้วใครล่ะใครกันที่เป็นคนทำ
“เลือด! นางอาเจียนเป็นเลือด!”
ไป๋ซิ่นเยว่กรีดร้องเสียงดัง ทำเอาเซี่ยเหมยลี่หลุดจากการจมปักในความคิดของตน ก่อนจะได้สติ
“เรียกหมอหลวงเร็วเข้า!”
องค์หญิงหลิงซูที่ประทับอยู่ด้านในลุกพรวดขึ้น เสียงของนางเปี่ยมไปด้วยอำนาจ
ขณะที่บ่าวรับใช้รีบวิ่งวุ่นเพื่อไปตามหมอหลวง บรรยากาศในเรือนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
เซี่ยเหมยลี่กวาดสายตามองอย่างเงียบงัน เหตุการณ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นของเคราะห์ร้ายของ เซี่ยเหมยลี่ในอดีต แต่ในครั้งนี้เป็นใครกันนะ นิยายของเธอได้เปลี่ยนไปแล้วหรือยัง
เซี่ยเหมยลี่ลุกขึ้นเดินตรงไปหาไป๋ซินอวี้ ถ้าตามในนิยาย พิษนี้ก็คือ‘หยกต้องห้าม’ เซี่ยเหมยลี่นั่งลงก่อนจะยื่นมือเรียวไปจับข้อมือของไป๋ซินอวี้เพื่อจับดูชีพจร แล้วเงยหน้าสำรวจใบหน้าที่เต็มไปด้วยออร่าเมื่อสักครู่ บัดนี้ดูหม่นหมองจนเห็นได้ชัด
เซี่ยเหมยลี่ยกมือเรียวดึงปิ่นปักผมที่ทำมาจากเงินแท้จากมวยผมของตนเอง ก่อนจะจุ่มลงไปในถ้วยชาของไป๋ซินอวี้ ปลายปิ่นเงินนั้นเปลี่ยนเป็นสีดำทันที
องค์หญิงหลิงซูเดินตรงมาดูอาการของไป๋ซินอวี้ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“นางเป็นอย่างไรบ้าง”
“นางถูกพิษ เพคะ”
“พิษหรือ ใครชั่งกล้า”
เสียงขององค์ชายหลี่จิ้งอวิ๋นดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปร่งเดินตรงเข้ามาพร้อมเหล่าทหารองค์รัก ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“ห้ามผู้ใดออกจากเรือนรับรองนี้จนกว่าจะหาตัวคนร้ายได้”
….
เสียงฝีเท้าของหมอหลวงดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูจะเปิดออกพร้อมกับเงาของชายชราผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในห้องรับรองใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ก่อนจะรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างของไป๋ซินอวี้ที่นอนหมดสติอยู่บนเตียง
หมอหลวงค้อมตัวให้เหล่าขุนนาง และองค์ชายรองหลี่จิ้งอวิ๋น ก่อนจะนั่งลงข้างเตียง มือเหยี่ยวย่นแต่มั่นคงแตะลงบนข้อมือของไป๋ซินอวี้เพื่อจับชีพจร ดวงตาแหลมคมหรี่ลงเล็กน้อย ขณะจดจ่ออยู่กับจังหวะของชีพจรที่เต้นผิดปกติ จากนั้นเขาใช้นิ้วแหวกริมฝีปากของไป๋ซินอวี้ออก ก่อนจะเพ่งมองคราบเลือดที่ยังติดอยู่มุมปาก
หลังจากตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง หมอหลวงก็ขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะถอนหายใจออกมาเสียงหนักและเงยหน้าขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“คุณหนูไป๋ถูกยาพิษ…พิษชนิดนี้จะออกฤทธิ์เร็วแต่ยังไม่ร้ายแรงถึงชีวิต โชคดีที่ร่างกายของคุณหนูไป๋นั้นแข็งแรง พอจะต้านพิษไว้ได้บ้าง”
“พิษชนิดใดกัน?”
องค์ชายรองหลี่จิ้งอวิ๋นถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ
“พิษหยกต้องห้าม พิษชนิดนี้นั้นไร้สีไร้กลิ่นแต่มีความพิเศษอยู่อย่างหนึ่งพ่ะย่ะคะ”
หมอหลวงพูดจบก็เดินตรงไปหาองค์ชายรองหลี่จิ้งอวิ๋น ก่อนจะกระซิบเสียงเบาอยู่ครู่หนึ่ง
ท่ามกลางสายตาของเหล่าคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์และบ่าวรับใช้ที่ถูกกักตัวอยู่ในเรือนรอผลตรวจสอบ
องค์ชายรองหลี่จิ้งอวิ๋นเมื่อรับฟังสิ่งที่หมอหลวงบอกแล้วก็พยักหน้าตอบ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ไปนำน้ำสะอาดและผงหยกขาวมา”
