บท
ตั้งค่า

ตอนที่6 เมิน

ตอนที่ 6เมิน

เหล่าคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ที่กำลังสนทนากันอยู่ต่างรีบหันไปมอง ก่อนจะแอบจัดอาภรณ์และทรงผมให้เรียบร้อย หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น

องค์ชายรองหลี่จิ้งอวิ๋นเดินเข้ามาในชุดสีฟ้าเข้มปักลวดลายมังกรบนเนื้อผ้าไหมชั้นดี เรือนผมดำขลับเกล้าอย่างประณีต ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวหยก ท่าทางสง่างามไร้ที่ติ

สาว ๆ ในงานต่างพากันเหลือบมองอย่างไม่อาจห้ามใจ ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย

เซี่ยเหมยลี่ชำเหลืองมององค์ชายรองหลี่จิ้งอวิ๋น แวบหนึ่ง เขาช่างหล่อเหลาอ่อนโยนสมกับเป็นชายในฝันของเหล่าหญิงสาว ตามในนิยายที่ตนเองนั้นเป็นผู้สร้างขึ้นมาเลย

ไม่!… นางจะหลงไปกับใบหน้าอันงดงามนั้นเหมือนเซี่ยเหมยลี่ในอดีตไม่ได้ นางต้องเชิดและเมินเขาเข้าไว้เพราะนี่คือทางรอดจากจุดจบที่แสนจะเวทนา

นางรีบเก็บสีหน้าแววตาและปรับท่าทางให้ดูสง่างามไม่ใยดีเขาอีก

องค์ชายรองหลี่จิ้งอวิ๋นที่กำลังรับการถวายพระพรจากเหล่าคุณหนูเขาเผลอหันไปสบตากับเซี่ยเหมยลี่พอดี แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องชะงัก คือแววตาของนางไม่ได้เต็มไปด้วยความหลงใหลหรือคาดหวังดังแต่ก่อน หากแต่เป็นแววตาเฉยเมย เย็นชา

ริมฝีปากของเขาเม้มแน่นขึ้นเล็กน้อย ความสงสัยแฝงขึ้นมาในใจ

เหตุใดนางถึงเปลี่ยนไปเช่นนี้?

ในอดีตทุกครั้งที่เขาปรากฏตัว เซี่ยเหมยลี่มักจะรีบเข้ามาใกล้ พยายามดึงดูดความสนใจจากเขาด้วยคำพูดและกิริยาเอาแต่ใจ แต่นี้กลับเป็นครั้งแรกที่นางไม่แม้แต่จะสนใจ

องค์หญิงหลิงซูเดินตรงเข้าไปหาพี่ชายของตนเองด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า

“พี่รอง”

หลี่จิ้งอวิ๋นหันมามองน้องสาวต่างมารดาของตน เขาเผยรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยขึ้น

“สวนดอกเหมยของเจ้างามยิ่งนัก”

“แล้วมีแม่นางในตระกูลไหนถูกใจท่านหรือไม่”

องค์หญิงโน้มตัวเข้ามากระซิบพี่ชายของตนเอง เพราะนางตั้งใจจัดงานนี้ขึ้นเพื่อให้พี่ชายทั้งสองของตนเองได้พบปะกับเหล่าสาวงามในตระกูลขุนนาง

องค์ชายรองหลี่จิ้งอวิ๋นยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะกวาดสายตามองเหล่าสาวงามแล้วหันมาหาน้องสาวตัวแสบ ก่อนจะยกมือใช้ปลายนิ้วเรียวแตะไปยังหน้าผากของนางด้วยความเอ็นดู

“เจ้าเนี่ยนะ…”

องค์หญิงหลิงซูเผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น

“องค์รัชทายาทล่ะเพคะ ทำไมถึงยังไม่มา”

“องค์รัชทายาทเข้าเฝ้าเสด็จพ่ออยู่ เดี๋ยวคงมา…”

“เจ้าค่ะ งั้นเข้าไปจิบชากัน”

องค์หญิงหลิงซูเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินนำพี่ชายและเหล่าสาวงามจากตระกูลสูงศักดิ์ไปยังเรือนรับรองอันหรูหราที่เตรียมไว้

….

สะพานไม้โค้งทอดยาวเหนือสระบัว เป็นสะพานเชื่อมไปยังเรือนรับรอง

ขณะที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับทิวทัศน์รอบด้าน

“อ๊ะ!”

เสียงหวีดร้องดังขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ร่างของไป๋ซินอวี้ก็เสียหลักล่วงลงสู่สระบัว

ความตกใจฉายชัดบนใบหน้าของทุกคน ท่ามกลางเสียงฮือฮาของเหล่าสาวงาม เงาร่างสูงก็พุ่งเข้ามารวดเร็ว หลี่จิ้งอวิ๋นคว้าเอวของนางเอาไว้ ร่างของไป๋ซินอวี้แนบชิดอกกว้าง นางเงยหน้าขึ้นสบดวงตาคมเข้มของบุรุษที่ช่วยนางเอาไว้ ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ แค่เสี้ยวนาทีร่างขององค์ชายรองหลี่จิ้งอวิ๋นก็ลอยพุ่งออกจากผิวน้ำและลงสู่พื้นดินอย่างสง่างามพร้อมกับร่างของไป๋ซินอวี้ในออมกอด ก่อนที่เขาจะผละตัวออกจากนางทันทีที่เท้าแตะพื้น

“เดินระวังหน่อย”

หลี่จิ้งอวิ๋นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะเดินจากไป

“พี่หญิง!”

ไป๋ซิ่นเยว่วิ่งตรงเข้ามาหาพี่สาวของตนเองใบหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

“ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่”

“ข้าไม่เป็นไร”

ไป๋ซิ่นเยว่จูงมือพี่สาวเดินตรงไปยังเซี่ยเหมยลี่พร้อมกับดวงตาเอาเรื่อง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงแข็ง

“เซี่ยเหมยลี่! ท่านผลักพี่ข้าทำไม!”

เสียงของนางดังจนทุกคนในงาน หันมามอง สายตาของเหล่าหญิงสาวในตระกูลสูงศักดิ์เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น และเริ่มมีเสียงซุบซิบขึ้นเบา ๆ

เซี่ยเหมยลี่ชะงักไปเล็กน้อย นางงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะแท้จริงแล้วนางไม่ได้แตะต้องไป๋ซินอวี้เลยด้วยซ้ำ ไป๋ซินอวี้ลื่นพลัดตกลงไปเอง

นางพยายามทบทวนเนื้อเรื่องในนิยายที่ตนเคยเขียน ในเรื่องเดิม เซี่ยเหมยลี่เป็นคนผลักไป๋ซินอวี้จริง ๆ เพราะอิจฉาที่วันนี้นางนั้นดูงดงามเป็นพิเศษและองค์หญิงหลิงซูยังให้ความสำคัญกับนางที่สุด แถมองค์ชายหลี่จิ้งอวิ๋นยังชายตามองนางด้วย แต่ครั้งนี้นางไม่ได้ทำ

แต่จะให้พูดออกไปว่า‘ข้าไม่ได้ทำ’ งั้นหรือใครจะเชื่อนาง

ไม่ว่าจะพูดอะไรไป ทุกคนล้วนรู้จักชื่อเสียงของเซี่ยเหมยลี่ ในฐานะสตรีเอาแต่ใจ เย่อหยิ่งและร้ายกาจที่ชอบกลั่นแกล้งผู้อื่น

เซี่ยเหมยลี่สูดลมหายใจลึก แล้วคลี่ยิ้มบาง ๆ นางรู้ดีว่าการเถียงออกไปตรง ๆ คงไม่มีประโยชน์ ตรงกันข้าม อาจทำให้ตัวเองดูแย่กว่าเดิม

นางปรายตามองไป๋ซิ่นเยว่ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเรียบ

“แม่นางไป๋ ท่านเห็นกับตาหรือว่าข้าผลักพี่สาวของท่าน”

ไป๋ซิ่นเยว่ชะงักครู่หนึ่ง ก่อนจะเชิดหน้าเอ่ยเสียงแข็ง

“ขะ…ข้าไม่เห็น แต่ทุกคนรู้ดีว่าท่านเกลียดพี่ข้า! จะเป็นใครไปได้นอกจากท่าน?”

เสียงซุบซิบดังขึ้นจากผู้คนรอบข้าง หลายคนพยักหน้าเห็นด้วย เพราะเซี่ยเหมยลี่ไม่เคยปิดบังความอิจฉาริษยาต่อ ไป๋ซินอวี้

เซี่ยเหมยลี่ยิ้มมุมปาก แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแฝงแววขบขัน

“เช่นนั้นหมายความว่า หากข้าไม่ชอบใคร ต่อให้เขาลื่นล้มลงเอง ก็มิใช่ความผิดของเขาแต่เป็นความผิดของข้าอย่างงั้นหรือ?”

ไป๋ซิ่นเยว่หน้าเจือลงทันที คนรอบข้างเริ่มมองหน้ากัน บางคนเริ่มมีท่าทีลังเล

เซี่ยเหมยลี่ถือโอกาสก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างาม ดวงตาเป็นประกายเยือกเย็น

“พวกเราต่างเป็นสตรีสูงศักดิ์ หากจะกล่าวหาผู้อื่น ก็ควรมีหลักฐาน หาไม่แล้ว ข้าเองก็อาจกล่าวหาท่านกลับเช่นกัน ว่าท่านจงใจใส่ร้ายข้า”

คำพูดของเซี่ยเหมยลี่ทำให้ไป๋ซิ่นเยว่หน้าซีดเผือก นางอ้าปากจะโต้กลับ แต่ก็พูดไม่ออก

“พอเถอะ ไป๋ซิ่นเยว่ เจ้าก็อย่ากล่าวหาผู้อื่นโดยไร้หลักฐานนัก เรื่องนี้เราจะให้คนไปสอบถามบ่าวรับใช้ที่อยู่ใกล้เหตุการณ์ หากมีหลักฐานว่าผู้ใดเป็นคนผิด เราค่อยว่ากันอีกที”

องค์หญิงหลิงซูเอ่ยขึ้นเสียงเรียบเมื่อนางเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ตลอด

ไป๋ซิ่นเยว่กำมือแน่น ขณะที่เซี่ยเหมยลี่เพียงยิ้มบาง ๆ ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปยังเรือนรับรองอันหรู

การกระทำของเซี่ยเหมยลี่ถูกจับตามองจากร่างสูงโปร่งที่นั่งอยู่ในเรือนรับรองชาย หลี่จิ้งอวิ๋นยกยิ้มมุมปากอย่างพึ่งพอใจ เขายกถ้วยชามาจิบอย่างอารมณ์ดี

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel