บท
ตั้งค่า

ตอนที่8 วิธีหาตัวคนร้าย

ตอนที่8วิธีหาตัวคนร้าย

ในเรือนรับรองบรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด เหล่าทหารองค์รีบปฏิบัติตาม ไม่ช้าอ่างน้ำใบใหญ่ก็ถูกยกมาตั้งกลางเรือนรับรอง น้ำใสสะอาดสะท้อนแสงแดดเป็นประกาย ทุกคนต่างมอง องค์ชายรองหลี่จิ้งอวิ๋นด้วยความสงสัย

“พิษนี้สามารถตรวจสอบได้”

องค์ชายรองหลี่จิ้งอวิ๋นเอ่ยขึ้นพลางปรายตามองทุกคน ก่อนจะเอ่ยต่อ

“หากผู้ใดเคยสัมผัสมัน เมื่อจุ่มมือลงไป น้ำในอ่างจะเปลี่ยนสี”

เมื่อพูดจบเหล่าทหารองค์รักก็เทผงหยกขาวใส่ในน้ำสะอาด

“ให้ทุกคนจุ่มมือลงไปทีละคน”

องค์ชายรองหลี่จิ้งอวิ๋นออกคำสั่งเสียงเรียบ

เหล่าคุณหนูและสาวใช้ต่างพากันมาต่อแถว ก่อนจะจุ่มมือลงไปทีละคน ทุกคนจ้องมองอ่างน้ำไม่กระพริบ เมื่อน้ำยังคงใสสะอาด ไม่มีการเปลี่ยนแปลง องค์ชายรองหลี่จิ้งอวิ๋นก็พยักหน้าให้คนถัดไป ทำต่อ

ดวงตาของไป๋ซิ่นเยว่สั่นไหวจนเห็นได้ชัด ใบหน้าซีดเผือกด้วยความหวาดกลัว นางกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ

ทว่าก่อนที่นางจะต้องจุ่มมือลงไปในน้ำ สาวใช้คนหนึ่งในเรือนก็เดินแซงขึ้นมา สาวใช้ผู้นั้นรีบจุ่มมือลงในอ่างทันที

ฉ่า

น้ำในอ่างที่ใสสะอาดกลับเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นทันตา

“จับนางเอาไว้!”

เสียงขององค์ชายรองหลี่จิ้งอวิ๋นทรงอำนาจและเฉียบขาด ทันทีที่รับสั่ง ทหารองค์รักษ์สองนายก็กรูกันเข้ามา คว้าแขนของสาวใช้ผู้นั้นแล้วกดร่างนางให้คุกเข่าลงกับพื้น

“เจ้าเป็นใคร?”

สายตาขององค์ชายรองหลี่จิ้งอวิ๋นกดต่ำลงมองสาวใช้ผู้นั้นอย่างเย็นชา แม่น้ำเสียงจะไม่ดังแต่กลับแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล

สาวใช้คนนั้นเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากสั่นระริก แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทว่าเมื่อตระหนักได้ว่านางไม่มีทางหนีไปไหนได้อีกแล้ว นางกัดฟันแน่นก่อนจะสะบัดศรีษะลงอย่างรวดเร็ว สาวใช้กัดลิ้นตนเองเต็มแรงเลือดไหลทะลักออกจากริมฝีปาก ก่อนที่ร่างของนางจะทรุดตัวลงกับพื้น…สิ้นใจในทันที

ความเงียบปกคลุมทั่วทั้งเรือน ทุกคนต่างตัวแข็งทื่อด้วยความตกตะลึง ไม่คิดว่าคดีจะจบลงด้วยวิธีเช่นนี้

….

เซี่ยเหมยลี่นั่งอยู่ในรถม้าพลางทอดถอนหายใจเงียบ ๆ วันนี้ทั้งวัวัเต็มไปด้วยความวุ่นวายจนทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยล้า

ขณะที่รถม้ากำลังเคลื่อนตัวออกจากจวนขององค์หญิงหลิงซู เซี่ยเหมยลี่ก็เอ่ยขึ้นเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า

“ลี่จิ่น…พาข้าไปวัดหน่อย”

ลี่จิ่นที่นั่งอยู่ด้านหน้ารถม้าหันกลับมามองเจ้านายของตนด้วยความประหลาดใจ เพราะเมื่อก่อนนั้นเซี่ยเหมยลี่ไม่ชอบไปวัด

“วัดหรือเจ้าค่ะ?”

“อืมข้าอยากไปทำบุญเสียหน่อย”

เซี่ยเหมยลี่เอ่ยพลางหลับตาลง นางคิดว่าบางทีหากทำบุญแล้ว อาจจะช่วยให้โชคชะตาที่เลวร้ายของนางดีขึ้นบ้าง อย่างน้อยก็ให้จิตใจสงบลง จากเรื่องร้าย ๆ

”เจ้าค่ะ งั้นบ่าวจะบอกให้คนขับรถม้าเปลี่ยนเส้นทางไปที่วัดฉืออวิ๋น”

ลี่จิ่นเอ่ยขึ้นก่อนจะมองดูเจ้านายสาวของตนเองที่วันนี้ นางนั้นดูเปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว เหมือนไม่ใช่คนเดิมเลย นอกจากหน้าตาที่ยังคงเดิมเท่านั้น

….

ภายในวัดเงียบสงัด มีเพียงเสียงระฆังที่ดังก้องเป็นระยะ และกลิ่นกำยานหอมกรุ่นที่ลอยอ้อยอิ่งไปทั่วบริเวณ เซี่ยเหมยลี่ก้าวเข้าไปในโถงวิหารอย่างสง่างาม ลี่จิ่นเดินตามอยู่ด้านหลัง อย่างเงียบเชียบ แสงเทียนที่เรียงรายอยู่หน้าพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ส่องแสงเรืองรอง

เซี่ยเหมยลี่คุกเข่าลงบนเบาะรองอันเก่าพร้อมกับประณมมือขึ้นแนบอกก่อนจะหลับตาลง เอ่ยคำอธิษฐานในใจ…

เมื่อลืมตาขึ้น ดวงตาของนางฉายแววสงบลงเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืน พลางจัดแขนเสื้อให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินออกจากโถงวิหาร มุ่งหน้าไปยังระเบียงไม้ทอดยาว ด้านข้าง

เซี่ยเหมยลี่ทอดสายตามองดูทิวทัศน์เบื้องล่าง แสงอาทิตย์ยามอัสดงแต่งแต้มท้องฟ้าให้เป็นสีส้ม เงาของภูเขาสลับซับซ้อนดูราวกับภาพวาดพู่กันที่จิตกรเอกบรรจงลงบนผืนกระดาษ

“ลี่จิ่น…ไปเอาน้ำมาให้ข้าสักหน่อย”

เซี่ยเหมยลี่หันไปสั่งเสียงเรียบ

“เจ้าค่ะ คุณหนู”

ลี่จิ่นโค้งศรีษะรับคำสั่ง ก่อนจะรีบเดินออกไป

เซี่ยเหมยลี่เหลือบมองตามแผ่นหลังของสาวใช้เพียงชั่วครู่ ก่อนสายตาจะสะดุดเข้ากับต้นโพธิ์ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล ใต้ร่มเงาอันร่มรื่นของมัน มีสายผ้าสีแดงมากมายห้อยระย้าจากกิ่งก้าน ไหวเนไปตามแรงลม สะท้อนแสงอาทิตย์ยามอัสดงเป็นประกายระยิบระยับ

“คำอธิษฐานหรือ”

นางพึมพำกับตนเองแววตาเต็มไปด้วยความสนใจ นางลุกขึ้นยืน ก่อนจะก้าวเดินตรงไปยังต้นโพธิ์ใหญ่ พลางกวาดสายตามองสายผ้าสีแดง ที่ห้อยระโยงรยางค์ บ้างมีตัวอักษรจารึกไว้ บ้างก็ซีดจางราวกับผ่านกาลเวลามานานแสนนาน

เซี่ยเหมยลี่ยื่นมือไปดึงสายหนึ่งลงมา แต่เพียงปลายนิ้วแตะสัมผัส สายลมกับพัดแรงขึ้นฉับพลัน ผ้าสีแดงปลิ้วสบัดไปทั่ว นางพยายามคว้าเอาไว้ แต่เสี้ยวนาทีนั้นไม่ทันระวัง ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ทันใดนั้น….

“อ๊ะ…!”

พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของนางกลับลาดชันกว่าที่คิด ร่างทั้งร่างเสียหลักไถลลงไปตามแนวเขาอย่างไม่อาจควบคุม กิ่งไม้และใบหญ้าตามไหล่ทางเสียดสีกับแขนเสื้อบางของนาง ทว่าความเร็วของแรงตกกลับมากเกินกว่าที่จะหยุดได้

“ช่วยด้วย!…”

นางตะโกนออกไปอย่างตกใจ แต่เสียงกลับถูกสายลมกลืนหายไปในความเวิ้งว้าง

ร่างของเซี่ยเหมยลี่กลิ้งลงมาตามแนวลาดของภูเขา ก่อนที่ร่างของนางจะกระแทกเข้ากับกิ่งไม้ใหญ่จนหยุดลง โคนต้นไม้ใหญ่รองรับร่างนางเอาไว้ แต่แรงกระแทกกลับทำให้ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง นางนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ยกมือขึ้นจับต้นแขนที่มีรอยถลอก ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแผ่วเบา

“เป็นนางร้ายนี่ต้องเจอแต่เรื่องร้าย ๆ อย่างงั้นหรือ”

นางบ่นพึมพำกับตนเอง ทันใดนั้นนางกลับรู้สึกถึงบางสิ่งที่กำลังจ้องมองนางอยู่ นางเงยหน้าขึ้นอย่างเชื่องช้า แล้วต้องชะงักค้างร่างทั้งร่างแข็งทื่อดั่งถูกแช่แข็ง

‘ความโชคร้ายขั้นสุดมาเยือนแล้วสิ จะทำอย่างไรดี’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel