ตอนที่6:วีรบุรุษชุดขาวกับชามเกี๊ยว
ไม่นานเกี๊ยวร้อน ๆ ก็ถูกยกมาวางบนโต๊ะ
ไอน้ำลอยขึ้นพร้อมกลิ่นหอมของน้ำซุป
หลินชิงเยารีบหยิบช้อนขึ้นทันที
นางตักเกี๊ยวคำหนึ่งเข้าปาก ก่อนจะหลับตาอย่างพอใจ
“อืม…อร่อยจริง ๆ”
หมอเหยียนมองนางเงียบ ๆ
“เมื่อครู่เจ้าเกือบตาย ยังมีอารมณ์นั่งกินเกี๊ยวอีก”
หลินชิงเยาเงยหน้าขึ้น
“ก็ยังไม่ตายนี่”
นางตอบอย่างสบาย ๆ ก่อนจะตักเกี๊ยวอีกคำ
“แล้วก็ยังได้กินเกี๊ยวด้วย ถือว่าโชคดีแล้ว”
หมอเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เจ้าดูไม่เหมือนคนที่เพิ่งถูกมีดจ่อคอ”
นางหัวเราะเบา ๆ
“ถ้ากลัวจนกินอะไรไม่ลง ชีวิตคงลำบากน่าดู”
นางดันชามเกี๊ยวไปทางเขาเล็กน้อย
“ท่านหมอจะกินไหม”
หมอเหยียนมองชามเกี๊ยว ก่อนจะตอบเรียบ ๆ
“ข้าไม่หิว”
หลินชิงเยามองเขาครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า
“งั้นก็ดี”
แล้วนางก็ลากชามกลับมา
“ข้าจะได้กินคนเดียว”
หมอเหยียนเงียบไปเล็กน้อย
ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
“เจ้านี่…”
หลินชิงเยาตักเกี๊ยวอีกคำ
ก่อนจะเงยหน้ามองเขา
“ว่าแต่ ท่านหมอ”
“หืม”
“เมื่อครู่ท่านใช้วิชาอะไร เหตุใดถึงได้ไวเช่นนั้น”
“ข้าเห็นเจ้าเอาแต่หลับตา มองเห็นด้วยหรือไง”
นางพยักหน้าช้า ๆ
"ไม่คิดว่าท่านจะมีวรยุทธด้วย"
"ใช่ว่าข้าเป็นหมอแล้วจะเก่งแต่รักษาคนเสียเมื่อไร"
นางพูดด้วยสีหน้าจริงจังมาก
“ถ้าอย่างนั้น…เกี๊ยวชามนี้ถือว่าข้าเลี้ยงท่านแล้วนะ”
หมอเหยียนมองชามเกี๊ยวที่เกือบหมด
“เจ้าเลี้ยงข้าด้วยชามที่เจ้ากินไปเกือบหมด?”
หลินชิงเยากะพริบตาปริบ ๆ
“ก็ท่านบอกว่าไม่หิวนี่”
มุมปากของหมอเหยียนกระตุกเล็กน้อย
หลินชิงเยายิ้มอย่างพอใจ
“อีกอย่าง ถ้าท่านไม่มาช่วย ข้าก็คงไม่ได้กินเกี๊ยวอร่อยขนาดนี้”
นางมองเขา ดวงตาใสซื่อจริงใจ
“ดังนั้น…ขอบคุณนะท่านหมอ”
หมอเหยียนชะงักไปเล็กน้อย
ก่อนจะหลบสายตาแล้วพึมพำเบา ๆ
“มนุษย์ประหลาด…”
แต่คราวนี้ น้ำเสียงของเขาไม่ได้เย็นชาเหมือนก่อน
หลินชิงเยากำลังกินเกี๊ยวอย่างตั้งอกตั้งใจ
นางคีบคำสุดท้ายขึ้นมา ก่อนจะเป่าลมเบา ๆ
แต่จังหวะนั้นเอง
ชายคนหนึ่งที่กำลังรีบเดินผ่านกลับชนโต๊ะเข้าอย่างแรง
โต๊ะสั่น
ชามเกี๊ยวเกือบคว่ำ
“อ๊ะ—”
หลินชิงเยารีบเอื้อมมือไปคว้า
แต่เพราะลุกขึ้นเร็วเกินไป เก้าอี้ด้านหลังก็ล้ม นางเสียหลักไปด้านหน้า ร่างของนางเอนจะล้มลงกับพื้น
ทว่ามือหนึ่งกลับคว้าแขนของนางไว้ทัน
อีกมือหนึ่งรองรับเอวของนางอย่างมั่นคง
หลินชิงเยาเงยหน้าขึ้น
ใบหน้าของหมอเหยียนอยู่ใกล้เพียงคืบ
ใกล้จนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
ทั้งสองชะงักไปชั่วขณะ
หลินชิงเยากะพริบตาปริบ ๆ
“เอ่อ…”
หมอเหยียนถอนหายใจเบา ๆ
“เจ้าจะล้มเพราะเกี๊ยวจริง ๆ สินะ”
นางทำหน้าเขินเล็กน้อย
“ข้าแค่…ไม่อยากให้มันหก”
หมอเหยียนเหลือบมองชามเกี๊ยวบนโต๊ะ
คำสุดท้ายยังอยู่ดี
เขาปล่อยมือจากเอวของนางช้า ๆ
แต่ยังคงจับแขนนางอยู่
“เจ้านี่…นอกจากปากมากแล้ว ยังซุ่มซ่ามอีก”
หลินชิงเยารีบดึงแขนกลับทันที
แก้มของนางแดงขึ้นเล็กน้อย
“ใครซุ่มซ่ามกัน”
นางรีบกลับไปนั่ง แล้วคีบเกี๊ยวคำสุดท้ายขึ้นมากิน
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หมอเหยียนมองนางเงียบ ๆ
ก่อนจะหลุดหัวเราะเบา ๆ โดยไม่รู้ตัว
หญิงสาวที่เพิ่งเกือบล้มเมื่อครู่
ตอนนี้กำลังกินเกี๊ยวด้วยสีหน้าจริงจังราวกับมันเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในโลก
เขาส่ายหน้าเล็กน้อย
ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง
“มนุษย์ประหลาดจริง ๆ …”
แต่ดวงตาของเขากลับอ่อนลงเล็กน้อย
หลินชิงเยาเงยหน้ามองเขา
“ท่านพูดเหมือนกับว่าท่านไม่ใช่มนุษย์อย่างนั้นแหละ”
หมอเหยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองลดลงจนแทบสัมผัสกัน
“แล้วเจ้าคิดว่าข้าเป็นมนุษย์หรือไม่?”
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย
แต่สายตาคมกลับจ้องมองนางอย่างลึกซึ้ง
หลินชิงเยาชะงักไปทันที
ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาอยู่ใกล้เกินไป
ใกล้จนหัวใจของนางเต้นแรงขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ขะ…ข้าไม่รู้”
นางตอบตะกุกตะกัก
ก่อนจะรีบหันหน้าหนีไปอีกทาง
ไม่อยากให้เขาเห็นว่าใบหน้าของนางเริ่มร้อนขึ้น
หมอเหยียนมองแก้มที่เริ่มแดงของนาง
มุมปากจึงยกขึ้นเล็กน้อย
“ว่าแต่…”
เขาเปลี่ยนเรื่องอย่างไม่เร่งรีบ
“ค่ำมืดเช่นนี้ เจ้าจะไปที่ใด”
หลินชิงเยารีบรวบรวมสติ ก่อนจะตอบกลับ
“ข้ามีภารกิจต้องทำ”
“ภารกิจอะไร? ”
นางตอบทันทีอย่างจริงจัง
“จับปีศาจ”
คำตอบนั้นทำให้หมอเหยียนหัวเราะออกมาเบา ๆ
เสียงหัวเราะของเขาทำให้หลินชิงเยาขมวดคิ้ว
“ท่านหัวเราะอะไร”
หมอเหยียนมองนางตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า
ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่ปิดบัง
“สตรีตัวเล็กเช่นเจ้า…จะไปจับปีศาจหรือ”
หลินชิงเยาทำตาโตทันที
“สตรีเช่นข้าแล้วมันทำไม”
นางยกดาบไม้ขึ้นเล็กน้อย
“อย่างน้อยดาบของข้าก็ตีหัวคนให้สลบได้แล้วกัน”
หมอเหยียนมองดาบไม้ในมือของนาง
ก่อนจะหลุดหัวเราะอีกครั้ง
“ดาบไม้เล่มนี้น่ะหรือ”
นางกอดดาบไม้แน่น
“อย่าดูถูกมันนะ เมื่อครู่ก็เพิ่งใช้มันจัดการโจรไปคนหนึ่ง”
หมอเหยียนยิ้มในความดื้อรั้นของนาง
แววตาของเขาดูสนุกขึ้นเล็กน้อย
“ถ้าเช่นนั้น…”
เขาพูดช้า ๆ
“หวังว่าเมื่อเจอปีศาจจริง ๆ ดาบของเจ้าจะยังใช้งานได้อยู่นะ”
หลินชิงเยาเชิดคางเล็กน้อย
“แน่นอน”
หมอเหยียนไม่ได้ตอบอะไร เพียงมองนางครู่หนึ่ง
ก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะ
ชายหนุ่มก้าวเดินออกไปจากร้านเกี๊ยวอย่างสงบ
แต่เมื่อเดินผ่านนาง เขากลับหยุดฝีเท้าลงชั่วครู่
ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ
“อย่าตายเสียก่อนล่ะ”
พูดจบเขาก็เดินจากไป
หลินชิงเยามองตามแผ่นหลังของเขา
ก่อนจะพึมพำอย่างหงุดหงิด
“ใครจะตายกัน…”
แต่มือของนางกลับเผลอแตะที่แก้มของตัวเอง
ซึ่งยังคงร้อนอยู่เล็กน้อย
