ตอนที่5:ชะตาใหม่กำลังเกิด
ขณะที่หลินชิงเยากลับมาถึงเรือน
นางก็เห็นหลินซูเหยียนกำลังก้าวออกมาจากลานฝึกดาบยาวในมือของนางสะท้อนแสงจันทร์บาง ๆ
เมื่อเห็นหลินชิงเยา นางจึงหยุดฝีเท้า
สายตาเย็นเรียบทอดมองมา
“น้องหญิง เจ้าไปไหนมา”
หลินชิงเยาตอบอย่างเรียบเฉย
“ข้าออกไปเดินเล่นมา ว่าแต่ท่านจะไปไหนหรือ”
หลินซูเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เจ้าลืมภารกิจสำคัญของพวกเราแล้วหรือ”
เสียงของนางจริงจังขึ้น
“อีกไม่กี่วันเจ้ากับข้าจะต้องประลองกัน”
สายตาของนางกวาดมองหลินชิงเยาอย่างพิจารณา
“แต่เจ้ากลับเอาแต่ออกไปเดินเล่น เช่นนี้แล้ว…เจ้าจะสู้ข้าได้อย่างไร”
หลินชิงเยาเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะตอบเบา ๆ
“เดิมทีข้าก็ไม่ได้คิดจะสู้กับท่านอยู่แล้ว”
คำพูดนั้นทำให้สายตาของหลินซูเหยียนเย็นลงเล็กน้อย
“ไม่ได้”
นางกล่าวเสียงหนักแน่น
“การประลองครั้งนี้จะตัดสินว่า ระหว่างเจ้ากับข้า ใครกันแน่ที่สมควรเป็นเจ้าสำนักน้อย”
นางกำดาบในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย
“ข้าไม่ต้องการให้ผู้ใดดูถูก ว่าตำแหน่งนี้ได้มาเพราะเจ้าออมมือให้”
พูดจบ หลินซูเหยียนก็หมุนตัวเดินจากไป
ชายเสื้อสีขาวพลิ้วไหวตามสายลม
ทิ้งไว้เพียงหลินชิงเยาที่มองตามแผ่นหลังของนางเงียบ ๆ
ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“ข้าไม่ได้ออมมือให้ท่าน…แต่ข้า…ไม่มีมือให้ใช้อีกแล้วต่างหาก”
“คุณหนูเจ้าคะ พวกเราจัดเตรียมเสื้อผ้าให้ท่านเรียบร้อยแล้ว”
หลิงหลงกล่าวพลางชี้ไปยังห่อผ้าที่วางอยู่บนโต๊ะ
หลินชิงเยามองมันครู่หนึ่งก่อนจะขมวดคิ้ว
“เตรียมเสื้อผ้าไปทำไม”
หลิงหลงทำหน้าประหลาดใจ
“ก็คุณหนูต้องออกไปจับปีศาจหลายวันมิใช่หรือเจ้าคะ อย่างน้อยก็ต้องมีเสื้อผ้าไว้เปลี่ยนหลังอาบน้ำ”
หลินชิงเยาถอนหายใจเบา ๆ
“ข้าว่ากว่าจะได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ข้าคงถูกปีศาจฆ่าตายเสียก่อน”
นางโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
“เอาของที่มีประโยชน์ไปดีกว่า”
อาซื่อเอียงศีรษะอย่างสงสัย
“ของที่มีประโยชน์หรือเจ้าคะ?”
หลินชิงเยาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก
“ก็พวก…ดาบ หรือกระบองอะไรทำนองนั้นกระมัง”
สองสาวใช้มองหน้ากัน
ก่อนที่อาซื่อจะพูดขึ้นอย่างลังเล
“แต่ที่เรือนของเรา…ไม่มีดาบเลยนะเจ้าคะ”
หลินชิงเยาชะงักไปเล็กน้อย
“ไม่มีเลยหรือ”
อาซื่อพยักหน้า
หลินชิงเยาจึงโบกมือทันที
“งั้นก็ไปหา! พวกเจ้ารีบไปหาดาบมาให้ข้าเร็วเข้า”
“เจ้าค่ะ!”
สองสาวใช้รีบวิ่งออกไปทันที
ไม่นานนักพวกนางก็กลับมา
อาซื่อยกดาบเล่มหนึ่งขึ้นอย่างภูมิใจ
“คุณหนู ได้ดาบมาแล้วเจ้าค่ะ!”
หลินชิงเยาหันไปมอง แต่เมื่อเห็นของในมือของอาซื่อ
รอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็ค่อย ๆ เลือนหายไป
“นี่มัน…ดาบไม้ไม่ใช่หรือ”
นางมองมันอย่างพูดไม่ออก
“พวกเจ้าไปเอามาจากไหนกัน”
อาซื่อตอบอย่างซื่อ ๆ
“จากเรือนเก็บของเก่าเจ้าค่ะ”
หลินชิงเยายกมือกุมหน้าผาก
“แค่โดนฟันสักทีคงหักเป็นสองท่อนแล้วมั้ง”
นางถอนหายใจ
“พวกเจ้านี่นะ…”
พูดจบ นางก็หันตัวเตรียมจะเดินออกไปหาดาบ
แต่ในจังหวะนั้นเอง เจ้าสำนักกลับเดินเข้ามาพอดี
“เหตุใดเจ้าถึงยังไม่ออกเดินทางอีก”
เสียงนั้นทำให้หลินชิงเยาชะงักทันที
ใบหน้าของนางซีดลงเล็กน้อย
“ข้า…ข้ากำลังจะไปเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”
นางรีบคำนับ ก่อนจะเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
ในมือยังคงถือดาบไม้เล่มนั้นติดไปด้วย
ก่อนจะพ้นลานเรือน
นางยังหันกลับมาสั่งสาวใช้ทั้งสอง
“พวกเจ้าอย่าลืมเอายานี้ผสมลงในอ่างล้างหน้าของลั่วเอ๋อร์ด้วย”
สายตาของนางอ่อนลงเล็กน้อย
“ทางนี้ข้าฝากพวกเจ้าช่วยดูแลนางด้วย”
หลิงหลงกับอาซื่อพยักหน้าพร้อมกัน
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
หลินชิงเยายิ้มบาง ๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
ดาบไม้เล่มนั้นแกว่งไกวอยู่ในมือ
ราวกับอาวุธที่ไม่น่าเชื่อว่าจะใช้ต่อสู้กับปีศาจได้จริง
ระหว่างทาง
หลินชิงเยาเดินผ่านถนนสายหนึ่งของหมู่บ้าน
ท้องของนางพลันร้องขึ้นเบา ๆ
นางหยุดเดินก่อนจะถอนหายใจ
“ยังไม่ทันเจอปีศาจ ข้าคงหิวตายก่อนเสียแล้ว”
กลิ่นหอมของน้ำซุปและเกี๊ยวลอยมาแตะปลายจมูกพอดี สายตาของนางจึงเหลือบไปเห็นร้านเกี๊ยวเล็ก ๆ ข้างทาง ไอน้ำลอยขึ้นจากหม้อซุป กลิ่นหอมอบอวลไปทั่ว หลินชิงเยาเดินเข้าไปหยุดที่หน้าร้านทันที
“พ่อค้า ขอเกี๊ยวหนึ่งชาม”
พ่อค้าที่ยืนอยู่หลังหม้อเงยหน้าขึ้นยิ้ม
“ได้เลยขอรับ เชิญนั่งรอก่อน”
หลินชิงเยากำลังจะเดินไปหาที่นั่ง
แต่ทันใดนั้น—
เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากปลายถนน
ชายคนหนึ่งวิ่งฝ่าฝูงชนมาอย่างลนลาน
ก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว มือหยาบกร้านก็ฉุดแขนของนาง และดึงร่างของนางไปขวางไว้ตรงหน้า
คมมีดเย็นเฉียบจ่ออยู่ที่ลำคอของนางทันที
ชาวบ้านรอบ ๆ ต่างตกใจรีบถอยห่าง
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วถนน
หลินชิงเยาถอนหายใจอย่างหมดแรง
“เกิดแต่กับข้าจริง ๆ เลย…”
นางพึมพำกับตัวเอง
ก่อนจะหันไปมองชายที่จับนางเป็นตัวประกัน
“พี่โจร ท่านปล่อยข้าไปเถอะ”
นางพูดอย่างจริงจัง
“ทั้งตัวข้าไม่มีอะไรเลย มีแค่ดาบไม้เก่า ๆ เล่มเดียว”
นางยกดาบไม้ขึ้นเล็กน้อย
“เอาไปก็ขายไม่ได้หรอก”
“หุบปาก!”
โจรตวาดใส่หูของนางเสียงดัง
หลินชิงเยาสะดุ้งเล็กน้อย
แต่ก็ยังพูดต่อ
“นี่ถ้าเจ้าฆ่าข้า เจ้าก็ต้องติดคุกนะ หรือหนักกว่านั้น…อาจจะถูกประหารก็ได้”
นางถอนหายใจเบา ๆ
“ข้าน่ะตัวคนเดียว ไม่มีเงิน ไม่มีญาติ อยู่ก็เหมือนไม่อยู่”
นางหันไปมองเขาอย่างจริงจัง
“เจ้าลองคิดดูให้ดี ว่ามันคุ้มไหมที่จะฆ่าข้า”
“ข้าบอกให้หุบปาก!”
โจรตวาดกร้าวอีกครั้ง
ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ต่างไม่กล้าเข้าไปใกล้
บรรยากาศตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ทันใดนั้น—
เงาสีขาวสายหนึ่งก็พุ่งออกมาจากฝูงชน
รวดเร็วจนแทบมองไม่ทัน
หลินชิงเยายังไม่ทันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ดาบไม้ในมือของนางก็หายไปแล้ว
วูบ—
เสียงลมแหวกอากาศดังขึ้น
“พลั่ก!”
ดาบไม้ฟาดเข้าที่ท้ายทอยของโจรอย่างแม่นยำ
ชายคนนั้นตาเหลือก ก่อนจะทรุดลงกับพื้นหมดสติ
ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา
หลินชิงเยากะพริบตาอย่างงุนงง
เมื่อเงยหน้าขึ้น นางก็เห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า
ชุดสีขาวสะอาดตา เส้นผมสีดำยาวปลิวเบา ๆ ตามสายลม
ในมือของเขายังคงถือดาบไม้ของนางอยู่
หมอเหยียน
เขามองนางด้วยสีหน้าราบเรียบ
ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“เจ้านี่…ปากมากจริง ๆ”
หมอเหยียนกล่าวเสียงเรียบ
หลินชิงเยากะพริบตาปริบ ๆ ราวกับยังตั้งตัวไม่ทัน
ก่อนจะหันไปมองโจรที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น
จากนั้นจึงหันกลับมามองดาบไม้ในมือของเขา
“ดาบไม้ของข้า…”
หมอเหยียนยื่นมันคืนให้อย่างไม่ใส่ใจ
“ของแบบนี้ก็เอาไว้ตีหัวคนได้อยู่”
หลินชิงเยารับดาบไม้มา ก่อนจะพึมพำเบา ๆ
“ดีนะที่ไม่หัก…”
หมอเหยียนเหลือบมองนางเล็กน้อย
เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง
แต่ยังไม่ทันเอ่ย
หลินชิงเยาก็หันไปมองที่ร้านเกี๊ยวทันที
สายตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“เอ่อ…พ่อค้า”
พ่อค้ายืนอึ้งอยู่ข้างหม้อซุป
“เกี๊ยวของข้า…ทำเสร็จหรือยัง”
ทั้งถนนเงียบไปชั่วครู่
ชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์ต่างมองนางด้วยสายตาแปลก ๆ
ราวกับไม่อยากเชื่อ
ว่าหญิงสาวคนนี้เพิ่งรอดจากมีดของโจรมา
แต่สิ่งแรกที่ถามคือ เกี๊ยว
พ่อค้าหัวเราะแห้ง ๆ
“เอ่อ…เสร็จแล้วขอรับ”
หลินชิงเยาถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ดีจริง ๆ ข้าหิวแทบตายแล้ว”
นางเดินไปนั่งที่โต๊ะอย่างสบายใจ
ก่อนจะหันกลับมามองหมอเหยียน
“ท่านหมอ…จะกินด้วยกันไหม”
หมอเหยียนยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
“สตรีเช่นเจ้านี่…”
เขาพึมพำกับตัวเอง
“น่าปวดหัวจริง ๆ”
แต่ถึงอย่างนั้น
เขาก็ยังเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามนางโดยไม่รู้ตัว
