ตอนที่2:นางร้ายที่ไม่เหมือนเดิม
“หากเป็นตามนิยาย…คนที่ยืนอยู่ตรงนี้ควรเป็นหลินซูเหยียน ไม่ใช่ข้า”
“แต่ตอนนี้…ทุกอย่างเปลี่ยนไป”
นางลูบแผ่นหลังตนเอง ถึงแม้ตราสัญลักษณ์นั้นจะหายไปแล้ว แต่นางยังรู้สึกถึงพลังของมันที่ไหลเวียนอยู่ทั่วร่าง
“หรือแท้จริงแล้ว…นิยายเล่มนั้น ไม่เคยเป็น ‘ความจริง’ ตั้งแต่แรก”
“หรือมันเป็นเพียง…”
นางกำมือแน่น
สายตาสั่นไหวเล็กน้อย
“…เรื่องราวที่ถูกเขียนขึ้น”
“เพื่อดึงใครบางคนเข้ามา”
นางเงยหน้าขึ้นช้า ๆ
หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“เพื่อเปลี่ยนแปลง…สิ่งที่ยังไม่จบ”
เสียงของนางแผ่วลง
เหมือนเริ่มไม่แน่ใจกับสิ่งที่ตนเองคิด
“แล้วคนคนนั้น…”
ปลายนิ้วสั่นเล็กน้อย
“…คือข้า อย่างนั้นหรือ”
ตอนนี้เธอคือ หลินชิงเยา นางร้ายของเรื่อง งั้นจุดจบของเธอในนิยายก็คือ
ถูกปีศาจฆ่าตายอย่างน่าอนาจ
หลินชิงเยากำมือแน่น
“ไม่ได้...” เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“ข้าจะไม่ตายแบบนั้นเด็ดขาด”
เพราะครั้งนี้เธอรู้เนื้อเรื่องทั้งหมด
และเธอจะต้องเปลี่ยนชะตาของตัวเองให้ได้
“คุณหนูกำลังคิดอะไรอยู่หรือเจ้าคะ?”
เสียงของสาวใช้ที่กำลังรินน้ำชาดังขึ้น
นางมีนามว่า หลิงหลง
หลินชิงเยาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
“ไม่มีอะไร”
สายตาของเธอเหลือบไปเห็นผู้คนจำนวนมากกำลังเดินกันขวักไขว่ที่เรือนอีกฝั่ง
“ว่าแต่ทางนั้นทำไมถึงมีคนเยอะนัก พวกเขากำลังทำอะไรกัน?”
สาวใช้อีกคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบตอบ
นางมีนามว่า อาซื่อ
“ทางนั้นเป็นเรือนรับรองเจ้าค่ะ สำหรับผู้นำตระกูลจากต่างแคว้นที่เดินทางมาร่วมพิธีแต่งตั้ง เจ้าสำนักน้อย”
หลินชิงเยาชะงัก
“แต่งตั้งเจ้าสำนักน้อยงั้นหรือ...”
ทันใดนั้นเธอก็ดีดตัวลุกขึ้น
ความทรงจำจากนิยายแล่นเข้ามาในหัวทันที
คนที่จะได้เป็นเจ้าสำนักน้อย ก่อนจันทราคราสปรากฏต้องนำแก่นพลังวิญญาณของปีศาจที่มีตบะขั้นสูง มาหลอมเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ เพื่อชิงตำแหน่งเจ้าสำนักน้อย และในนิยาย วันนั้นก็คือวันที่หลินชิงเยาถูกฆ่าตาย ด้วยน้ำมือของ ปีศาจจิ้งจอก ที่เกิดจากดวงจิตของจอมมารในภพนี้ นามว่า หูเหยียน ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางอาภรณ์แดง มีนิสัยเจ้าเล่ห์และชั่วร้าย
สีหน้าของเธอซีดลงเล็กน้อย
แล้วแบบนี้ฉันจะทำยังไงดี...
แต่ถ้าฉันไม่ไปร่วมงาน บางทีฉันอาจจะรอดก็ได้
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของเธอ
เสียงนั้นเบาราวกับกระซิบ
“เจ้าต้องไปหาเขา...”
หลินชิงเยาชะงัก
“นี่เป็นทางเดียวที่จะทำให้เจ้ามีชีวิตอยู่จนถึงตอนต่อไป”
เธอรีบเอามือปิดหูของตัวเองทันที
“เสียงใครพูดอีกแล้ว! พวกเจ้าได้ยินไหม?”
สาวใช้ทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนจะส่ายหัวพร้อมกัน
“ไม่ได้ยินอะไรเลยเจ้าค่ะ”
หลินชิงเยาถอนหายใจ
แววตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อย
ฉันเป็นแค่พนักงานเงินเดือนที่กำลังจะถูกไล่ออกคนหนึ่งนะ แล้วจะให้ฉันไปจับปีศาจได้ยังไง
ถึงเจ้าของร่างเดิมจะมีวรยุทธ แต่นางยังถูกฆ่าตายเลย แล้วเธอล่ะ จะเอาอะไรไปสู้
หลินชิงเยากุมขมับอย่างปวดหัว
ทันใดนั้น
สาวใช้คนหนึ่งก็เดินเข้ามา
“เรียนคุณหนูรอง นายท่านให้มาเชิญคุณหนูไปที่โถงพิธีเจ้าค่ะ”
หลินชิงเยาพึมพำเบา ๆ
“มาแล้วสินะ...”
หลิงหลงรีบพูดขึ้นทันที
“ข้าสองคนจะไปเตรียมเครื่องแต่งตัวให้คุณหนูเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”
หลินชิงเยาทำหน้าลำบากใจ
“ต้องแต่งอีกเหรอ?”
เพราะเครื่องประดับที่อยู่บนศีรษะของเธอตอนนี้
ก็แทบจะไม่มีที่ว่างแล้ว
สาวใช้ทั้งสองมองหน้ากัน
อาซื่อจึงพูดขึ้น “ปกติเวลาไปพบนายท่าน คุณหนูจะต้องแต่งตัวให้สวยที่สุด เพราะไม่อยากขายหน้าคุณหนูใหญ่มิใช่หรือเจ้าคะ?”
หลินชิงเยานึกขึ้นได้ทันที
จริงสิ หลินชิงเยาในนิยายเป็นหญิงสาวที่ งดงามและเย่อหยิ่งอย่างยิ่ง แม้แต่การแต่งตัว นางก็ต้องโดดเด่นกว่าทุกคน
หลินชิงเยาพึมพำ
“งั้นหรือ...”
ก่อนจะส่ายหน้า
“ช่างเถอะ ขืนแต่งเพิ่มอีก ข้าคงกลายเป็นงิ้วกันพอดี”
หลิงหลงมองเธออย่างงุนงง
“คุณหนู ท่านกำลังพูดอะไรอยู่หรือเจ้าคะ”
“ไม่มีอะไร”
พูดจบเธอก็ลุกขึ้นเดินออกไป
เธอยังไม่คุ้นเคยกับโลกนี้เท่าไรนัก แต่สิ่งหนึ่งที่หลินชิงเยาจำได้ดีจากนิยายคือ นางร้ายคนนี้มีชื่อเสียงแย่มาก ทั้งเอาแต่ใจ ชอบกลั่นแกล้งผู้อื่น
และมักจะหาเรื่อง นางเอกของเรื่อง อยู่เสมอ
“น้องหญิง”
เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง หลินชิงเยาหันกลับไปมอง
หญิงสาวในชุดสีฟ้ากำลังเดินเข้ามาอย่างสง่างาม
ใบหน้าของนางอ่อนโยน งดงาม และดูสงบอย่างยิ่ง
ทันทีที่เห็นเธอ ความทรงจำจากนิยายก็ผุดขึ้นมา
หลินซูเหยียน นางเอกของเรื่อง และยังเป็นพี่สาวที่นางร้ายในนิยายเกลียดที่สุด
หลินชิงเยาชะงักเล็กน้อย ถ้าเป็นตามเนื้อเรื่องเดิม
ตอนนี้นางร้ายควรจะเริ่มหาเรื่องอีกฝ่ายแล้ว
“น้องหญิง ร่างกายเจ้าดีขึ้นแล้วหรือ”
หลินซูเหยียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
หลินชิงเยามองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเรียบ ๆ
“ดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณพี่หญิงที่เป็นห่วง”
หลินซูเหยียนดูตกใจเล็กน้อย เพราะปกติแล้ว
หลินชิงเยามักจะพูดประชดหรือดูถูกนาง แต่ครั้งนี้
น้ำเสียงกลับสงบ ไม่มีแววของความเกลียดชังเลย
หลินชิงเยายิ้มบาง ๆ
“ดูเหมือนพี่หญิงจะแปลกใจที่พบข้านะเจ้าคะ”
หลินซูเหยียนยิ้มตอบ
“เจ้าดูแปลกไปจริง ๆ”
“แต่บางที...ข้าคงคิดมากไป”
ทันใดนั้นสาวใช้ก็เดินเข้ามา
“นายท่านกำลังรอคุณหนูทั้งสองอยู่ เชิญด้านในเจ้าค่ะ”
หลินซูเหยียนพยักหน้า ก่อนจะเดินนำเข้าไป
หลินชิงเยามองแผ่นหลังของนางครู่หนึ่ง
ก่อนจะเดินตามเข้าไป
และทันทีที่ก้าวเข้าสู่ โถงพิธี สายตาของเหล่าผู้อาวุโสก็มองมาที่เธอพร้อมกัน ความรู้สึกกดดันก็ถาโถมเข้ามาทันที สายตาของเหล่าผู้อาวุโสมากมายจับจ้องมาที่เธอ ทุกคนล้วนดูน่าเกรงขาม โดยเฉพาะชายชราที่นั่งอยู่บนตั่งด้านบนสุด เขาคือ เจ้าสำนัก และยังเป็นพ่อของหลินชิงเยา
“มากันแล้วหรือ”
เสียงที่น่าเกรงขามดังขึ้น
หลินซูเหยียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก้มคำนับทันที
หลินชิงเยารีบทำตามอย่างเก้ ๆ กัง ๆ
เจ้าสำนักเอ่ยขึ้น
“ก่อนจันทราคราสปรากฏ เจ้าสองคนจะต้องต่อสู้กัน โดยใช้อาวุธประจำกายที่หลอมจากแก่นพลังขั้นสูงของปีศาจ ผู้ใดชนะ ผู้นั้นจะได้เป็นเจ้าสำนักน้อย”
หลินซูเหยียนก้มศีรษะรับคำ
แต่หลินชิงเยากลับพูดขึ้นทันที
“ข้าขอสละสิทธิ์ในการแข่งขันครั้งนี้”
ทั้งโถงเงียบลงในทันที ทุกคนมองเธอด้วยความประหลาดใจ
เจ้าสำนักขมวดคิ้ว
“เพราะเหตุใด”
หลินชิงเยาสูดหายใจเล็กน้อย
“ร่างกายข้าไม่แข็งแรง วรยุทธก็ไม่อาจเทียบพี่หญิงได้ ข้าไม่อยากทำให้ท่านพ่อขายหน้า”
หลินซูเหยียนรีบพูดขึ้น
“น้องหญิงไม่ต้องถ่อมตัวหรอก เจ้าเองก็เก่งวรยุทธไม่ต่างจากข้า”
หลินชิงเยาได้แต่ฝืนยิ้ม
หลินชิงเยาในนิยายอาจจะเก่งจริง
แต่ฉันไม่ใช่เจ้าของร่างตัวจริง
ฉันจะใช้วรยุทธได้ยังไงกัน
เจ้าสำนักเอ่ยเสียงเข้ม
“ไม่ได้ เจ้าสำนักต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถ เจ้าสองคนต้องพิสูจน์ว่าใครเหมาะสมกับตำแหน่งนี้มากกว่า”
ทันใดนั้น
ผู้อาวุโสคนหนึ่งก็พูดขึ้น
“จริงด้วย เจ้าสำนักมีบุตรสาวถึงสองคน หากเป็นตระกูลอื่นที่มีบุตรชายสืบทอด ก็คงไม่ต้องลำบากเช่นนี้”
คำพูดนั้นฟังดูเหมือนเห็นใจ
แต่ความจริงแล้ว กลับแฝงด้วยการเย้ยหยัน
หลินชิงเยามองออกทันที
คนเหล่านี้กำลังจับตาดู
รอวันที่ เจ้าสำนักทำพลาด เพื่อจะแย่งอำนาจ
