ตอนที่1:ตื่นขึ้นมาในชะตานางร้าย
สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านตรอกแคบ ๆ ในเมืองเก่า กลิ่นฝนและดินชื้นลอยปะปนอยู่ในอากาศ
หลินชิงเยาไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงหยุดเดินอยู่หน้าร้านหนังสือเก่า ๆ ร้านหนึ่ง
ป้ายไม้เหนือประตูเก่าจนตัวอักษรเลือนราง ราวกับไม่มีใครเปิดมานานหลายปี
แต่ประตู…กลับแง้มอยู่
เธอผลักมันเบา ๆ
เสียงกระดิ่งดังขึ้นแผ่วเบา
ภายในร้านสลัวด้วยแสงตะเกียงเพียงดวงเดียว ชั้นหนังสือไม้เรียงรายแน่นขนัด กลิ่นกระดาษเก่าทำให้บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในโลกอีกยุคหนึ่ง
“มองหาหนังสืออยู่หรือ”
เสียงแหบต่ำของหญิงชราดังขึ้นจากมุมมืด
หลินชิงเยาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนหันไปมอง
หญิงชราคนนั้นนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้เก่า ใบหน้าของนางถูกเงามืดบดบังจนเห็นไม่ชัด
“เอ่อ…ฉันแค่เดินผ่านค่ะ”
หญิงชรายิ้มบาง ๆ
ก่อนจะหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาจากใต้โต๊ะ
ปกของมันเป็นสีดำสนิท ไม่มีชื่อ ไม่มีลวดลายใด ๆ
“หนังสือเล่มนี้เหมาะกับเจ้า”
หลินชิงเยาขมวดคิ้ว
“แต่ว่า—”
“มันกำลังรอเจ้าอยู่”
หญิงชราวางหนังสือลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอ
ด้วยความประหลาดใจบางอย่าง หลินชิงเยาหยิบมันขึ้นมา
เมื่อเปิดอ่าน เธอก็พบว่ามันคือนิยายโบราณเรื่องหนึ่ง
เรื่องราวของโลกที่เต็มไปด้วยเซียน ปีศาจ และสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์
เธออ่านมันเพลินจนไม่รู้ตัวว่าผ่านไปนานแค่ไหน
จนกระทั่งมาถึงหน้าสุดท้าย
แต่แทนที่จะเป็นตอนจบ
บนกระดาษกลับมีเพียง
สัญลักษณ์ประหลาดสีดำ
มันเหมือนตราผนึกบางอย่าง
และในวินาทีที่สายตาเธอสัมผัสมัน
หัวใจของเธอกลับเต้นแรงอย่างอธิบายไม่ได้
เหมือนมีบางสิ่งกำลังเรียกหาเธอ
ทันใดนั้น เสียงหญิงชราก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“เจ้าเชื่อหรือไม่…ว่าบางเรื่องราวยังไม่จบ”
หลินชิงเยาเงยหน้าขึ้น
แต่หญิงชรากลับหายไปแล้ว
ร้านหนังสือทั้งร้านเงียบสนิท
ความรู้สึกประหลาดแล่นผ่านสันหลังของเธอ
เธอรีบปิดหนังสือแล้วเดินออกจากร้านทันที
แต่ในขณะที่กำลังข้ามถนน
เสียงแตรรถก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
แสงไฟสว่างวาบเข้ามาในสายตา
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป
ร่างของเธอกระแทกพื้น
หนังสือสีดำหลุดจากมือ กระแทกลงบนถนน
เลือดสีแดงสดไหลจากหน้าผากของเธอ
หยดลงบนหน้ากระดาษที่มีสัญลักษณ์นั้น
ทันทีที่เลือดสัมผัสตราประหลาด
สัญลักษณ์ก็เรืองแสงสีดำขึ้นอย่างช้า ๆ
ลมเย็นจัดพัดผ่านราวกับมีบางสิ่งตื่นขึ้น
ก่อนที่เสียงกระซิบแผ่วเบาจะดังขึ้นข้างหูของเธอ
“ในที่สุด…เจ้าก็มาหาข้า”
ความมืดกลืนกินทุกสิ่ง
และเมื่อหลินชิงเยาลืมตาขึ้นอีกครั้ง
โลกที่อยู่ตรงหน้า
ก็ไม่ใช่โลกเดิมอีกต่อไป
ความมืดมิดค่อย ๆ จางหายไป
หลินชิงเยารู้สึกเหมือนร่างกายของเธอหนักอึ้ง ราวกับจมอยู่ในน้ำลึก เสียงหนึ่งดังแว่วอยู่ไกล ๆ
“คุณหนู…คุณหนูฟื้นแล้ว!”
เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย
คุณหนู?
คำเรียกแปลกประหลาดทำให้เธอพยายามลืมตา
แสงสว่างจ้าจนต้องหรี่ตาลง เมื่อสายตาปรับชัด เธอก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงไม้แกะสลักลวดลายโบราณ รอบตัวเต็มไปด้วยม่านผ้าไหมสีอ่อน
หญิงสาวสองคนในชุดฮั่นฝูยืนอยู่ข้างเตียง
“สวรรค์คุ้มครอง ในที่สุดคุณหนูก็ฟื้นแล้ว!”
หลินชิงเยานิ่งไป
หัวสมองของเธอยังสับสน
ภาพสุดท้ายที่เธอจำได้คือ—
เสียงแตรรถ
แสงไฟสว่างจ้า
และหนังสือสีดำที่ตกลงบนพื้น
แล้วทำไมตอนนี้เธอถึงมาอยู่ที่นี่?
“ข้า…อยู่ที่ไหน…”
เสียงที่ออกจากปากเธอแหบเบา
แต่ทันทีที่ได้ยินเสียงตัวเอง เธอก็ชะงัก
นี่ไม่ใช่น้ำเสียงของเธอ
สาวใช้ทั้งสองคนรีบก้มศีรษะ
“คุณหนูอยู่ที่จวนตระกูลหลินเจ้าค่ะ ท่านลื่นล้มในสวนจนสลบไปทั้งคืน”
ตระกูลหลิน?
คำคุ้นหูบางอย่างแล่นผ่านความคิดของเธอ
หัวใจของหลินชิงเยาเต้นแรงขึ้นทันที
เธอจำได้แล้ว
ตระกูลหลิน…
คือชื่อตระกูลในนิยายเล่มนั้น
“ไม่จริง…”
เธอลุกพรวดขึ้นจากเตียง รีบมองไปรอบห้อง
ทุกอย่างดูเหมือนหลุดออกมาจากนิยายโบราณ
โต๊ะไม้
ฉากกั้นลายภูเขา
กระถางธูปที่ควันลอยบาง ๆ
หลินชิงเยารีบลงจากเตียง เดินไปที่กระจกทองแดงบนโต๊ะเครื่องแป้ง
ภาพสะท้อนในนั้นทำให้เธอหยุดหายใจ
หญิงสาวในกระจกมีใบหน้างดงาม ดวงตาเรียวยาว ผิวขาวราวหยก ผมยาวสีดำถูกปล่อยลงมาบนบ่า
แต่คนคนนั้น
ไม่ใช่เธอ
“นี่มัน…ข้าชื่ออะไร? ”
สาวใช้มองหน้ากันก่อนตอบ
“คุณหนูชื่อหลินชิงเยาเจ้าค่ะ”
หัวใจของเธอหล่นวูบ
“เป็นไปไม่ได้…”
หลินชิงเยากำลังจะถอยหลัง แต่ทันใดนั้น
ความทรงจำแปลกประหลาดก็ไหลบ่าเข้ามาในหัว
ภาพสงคราม
ภาพเซียนปราบปีศาจ
และชื่อหนึ่งที่ดังขึ้นในจิตใจ
'เยว่เสวียน จอมมารผู้ถูกผนึก'
พร้อมกับภาพของตราประหลาดบนหน้าหนังสือ
ทันใดนั้น
ลมเย็นจัดพัดผ่านหน้าต่าง
ม่านผ้าไหมพลิ้วไหวช้า ๆ ก่อนจะหยุดนิ่งกลางอากาศ ราวกับกาลเวลาถูกแช่แข็ง
หลินชิงเยาชะงัก
สายตาของนางกวาดมองไปรอบด้าน
สาวใช้สองคนที่ยืนอยู่ข้างกาย…นิ่งงันราวรูปสลัก
แม้แต่ด้านนอกหน้าต่าง
นกที่กำลังกระพือปีกยังค้างอยู่กลางอากาศ
กลีบดอกไม้ที่ปลิวลงมา…หยุดอยู่เพียงปลายนิ้วจากพื้นดิน
โลกทั้งใบ
เหมือนถูกหยุดไว้ในห้วงเวลาเดียว
ในขณะที่หัวใจของนางเริ่มเต้นแรง
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
แผ่วเบา
แต่ชัดเจน
ชิดอยู่ข้างหู
“ข้ารอเจ้ามานานแล้ว”
หลินชิงเยาหันขวับ
ลมหายใจสะดุด
เมื่อเห็นร่างของชายผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล
อาภรณ์สีดำสนิท
รูปลักษณ์งดงามเหนือสามัญ
ราวกับไม่ควรมีอยู่ในโลกนี้
“ท่าน…เป็นใคร”
นางเอ่ยเสียงแผ่ว
แม้พยายามควบคุม แต่ความหวาดระแวงยังสะท้อนผ่านดวงตา
ชายหนุ่มยิ้มบาง
สายตาลึกเกินหยั่ง
“ข้าคือลิขิตของเจ้า…”
เขาก้าวเข้ามาใกล้ช้า ๆ
“…และเจ้าคือชะตาของข้า”
หลินชิงเยาขมวดคิ้วแน่น
“ท่านพูดเรื่องอะไร”
เสียงของนางเริ่มแข็งขึ้น
พยายามกดความหวั่นไหวในใจ
ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ
“ข้าคือเศษเสี้ยวดวงจิตของจอมมาร…ที่ถูกผนึกไว้”
เขายกมือขึ้นเล็กน้อย
ปลายนิ้วเย็นเฉียบราวไร้ชีวิต
“และเพราะชะตาผูกพัน เจ้า…จึงต้องเป็นผู้ช่วยข้า”
“ช่วยอะไร”
นางถามทันที
“ทำให้ข้าฟื้นคืนชีพ”
เขาตอบเรียบง่าย
ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา
“เมื่อดวงจิตของข้ากลับมาครบถ้วน ชะตาของเราจะสิ้นสุดลง”
เขามองลึกเข้ามาในดวงตานาง
“…และเจ้าจะได้กลับไปยังที่ที่เจ้าจากมา”
หัวใจของหลินชิงเยาสั่นไหว
“แล้วข้าต้องทำอย่างไร”
“รวบรวมดวงจิตที่แตกกระจายของข้า”
เสียงเขาแผ่วลง
แต่หนักแน่น
นางนิ่งไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างลังเล
“แต่…ในนิยาย คนที่ช่วยท่านคือหลินซูเหยียน ไม่ใช่ข้า”
ดวงตาของนางจับจ้องเขา
“เหตุใดท่านถึงไม่ไปหานาง”
ชายหนุ่มยิ้ม
คราวนี้…แฝงความหมายบางอย่าง
“บางเรื่องราวยังไม่จบ”
“บางสิ่ง…เปลี่ยนได้”
เขาเอ่ยช้า ๆ
“มีเพียงโชคชะตาที่ไม่อาจเปลี่ยน”
สายตาของเขาจับจ้องนางไม่วาง
“เช่นเดียวกับเจ้าที่มายืนอยู่ตรงนี้”
ทันใดนั้น
ร่างของเขาก็ค่อย ๆ เลือนหาย
เหมือนควันบาง ๆ ที่สลายไปในอากาศ
“เดี๋ยว—!”
หลินชิงเยายื่นมือออกไป
แต่คว้าได้เพียงความว่างเปล่า
และในวินาทีนั้นเอง
ความรู้สึกแสบร้อนก็แล่นขึ้นกลางแผ่นหลัง
นางสะดุ้ง รีบถอดเสื้อคลุมออกแล้วมองผ่านกระจก
สัญลักษณ์ประหลาดสีเข้ม
ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนผิวขาว
ลวดลายซับซ้อน
ชัดเจน
เหมือนตราประทับบางอย่าง
หัวใจของนางเย็นวาบ
ภาพในความทรงจำผุดขึ้นทันที
ตรานี้...
เหมือนกับในหน้าสุดท้ายของหนังสือไม่มีผิด
และในตอนนั้นเอง
หลินชิงเยาก็เข้าใจ
การมาที่นี่ของนาง
ไม่ใช่อุบัติเหตุ
แต่เป็น
จุดเริ่มต้นของบางสิ่ง
ที่ถูกกำหนดไว้แล้ว
