บท
ตั้งค่า

รสชาติของความตายในจอกชา

ความเงียบปกคลุมห้องหออีกครั้งหลังจากเงาร่างของชินอ๋องโจวเย่ว์ลับตาไป ทิ้งไว้เพียงความรุ่มร้อนในใจของหลินซีที่ยังคงนั่งกำหมัดแน่นอยู่บนเตียง นางก้มมองอักษรบนผ้าปูเตียงที่เปียกชื้นด้วยน้ำชา... คำว่า ‘ข้าไม่ใช่สายลับ’ เริ่มจางหายไปตามเนื้อผ้า เหมือนกับชะตากรรมของนางในตอนนี้ที่ดูเลือนรางและอันตราย

“คุณหนู... ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?” ชุ่ยเอ๋อร์ สาวใช้คนสนิทที่หมอบตัวสั่นอยู่มุมห้องรีบคลานเข้ามาประคอง “ท่านอ๋องทรงโหดร้ายนัก ไม่ถามไถ่สักคำว่าท่านทรงประชวรหนักเพียงใด”

มู่หรงซี (หลินซี) ส่ายหน้าเบาๆ นางอยากจะปลอบใจสาวใช้ตัวน้อย แต่ลำคอกลับแห้งผากจนเจ็บ นางจึงชี้ไปที่คอของตัวเองแล้วทำท่าทางกระหายน้ำ

“โถ่ บ่าวเลอะเลือนนัก คุณหนูรอสักครู่เจ้าคะ บ่าวจะไปนำน้ำแกงอุ่นๆ ที่ห้องเครื่องจัดเตรียมไว้มาให้ท่านรองท้องก่อน”

ชุ่ยเอ๋อร์รีบกุลีกุจอออกไป ทิ้งให้นางนั่งทบทวนความจำที่ไหลเข้ามาไม่หยุด มู่หรงซีคนเดิมเป็นคนหัวอ่อน ยอมคน และมักจะเก็บความรู้สึกไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย แต่นั่นแหละคือจุดอ่อนที่ทำให้ถูกคนในจวนเสนาบดีกลั่นแกล้งจนเกือบตายหลายครั้ง

‘ในเมื่อฉันมาอยู่ในร่างนี้แล้ว ฉันจะไม่ยอมตายอนาถแบบมู่หรงซีคนเก่าแน่!’ หลินซีคิดพลางพยุงตัวลุกขึ้นไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง นางมองเงาสะท้อนในกระจกทองเหลือง... ใบหน้านี้งดงามล่มเมือง ดวงตากลมโตแฝงความเศร้าสร้อย จมูกโด่งรั้นรับกับริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อ เสียอย่างเดียวคือมันเป็นใบหน้าที่ไม่มีเสียง

ไม่นานนัก ชุ่ยเอ๋อร์ก็กลับมาพร้อมถาดอาหารเล็กๆ มีถ้วยน้ำแกงเห็ดหอมที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอบอวล

“นี่เจ้าค่ะคุณหนู น้ำแกงนี้พี่สาวจากโรงครัวบอกว่าเป็นของบำรุงที่พระสนมหลิวสั่งจัดเตรียมไว้ให้ท่านโดยเฉพาะ เพื่อเป็นการรับขวัญพระชายาคนใหม่เจ้าค่ะ”

พระสนมหลิว? ชื่อนี้กระตุกต่อมระแวงของหลินซีทันที ในยุค 2026 นางดูซีรีส์มาไม่น้อย ‘น้ำใจ’ จากเมียน้อย (ในที่นี้คือพระสนม) ที่ส่งมาให้เมียหลวงที่เพิ่งแต่งเข้าจวนมา... มันมักจะไม่ได้มีแค่ความปรารถนาดีแน่ๆ

มู่หรงซีมองชามน้ำแกงที่วางอยู่เบื้องหน้า กลิ่นของมันหอมหวลชวนกิน แต่พอนางสังเกตดีๆ กลับเห็นไอจางๆ ที่ผิดปกติ และความรู้สึกไวต่อกลิ่นที่ติดมาจากโลกเดิมทำให้ตัวสั่นขึ้นมา

‘เดี๋ยวนะ... กลิ่นนี้มัน...’

นางหยิบเข็มเงินที่ปักอยู่ในมวยผมของมู่หรงซีออกมาอย่างรวดเร็ว ชุ่ยเอ๋อร์เบิกตากว้าง “คุณหนู จะทำอะไรเจ้าคะ?”

มือเรียวบางจุ่มเข็มเงินลงไปในน้ำแกงสีใส ทันทีที่เข็มสัมผัสของเหลว ปลายเข็มสีเงินยวงก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็น สีดำคล้ำ จนเห็นได้ชัด!

“ว้าย!” ชุ่ยเอ๋อร์ปิดปากร้องอุทานด้วยความตกใจแทบสิ้นสติ “ยะ...ยาพิษ! มีคนวางยาพิษคุณหนู!”

หลินซีขมวดคิ้วมุ่น หัวใจเต้นรัวด้วยความกลัวผสมความโกรธ สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำงานทันที นางคว้าแขนชุ่ยเอ๋อร์ไว้ก่อนที่สาวใช้จะวิ่งออกไปโวยวายข้างนอก นางส่ายหน้าอย่างแรงและทำสัญลักษณ์นิ้วชี้จรดริมฝีปากเป็นเชิงให้เงียบ

‘ถ้าโวยวายตอนนี้ คนวางยาก็จะไหวตัวทัน แถมท่านอ๋องที่เกลียดฉันอยู่แล้วอาจจะมองว่าฉันสร้างเรื่องใส่ร้ายคนรักของเขาก็ได้’

หลินซีหันไปมองหน้าต่างที่แง้มอยู่ นางเห็นเงาวูบไหวสะท้อนแสงจันทร์อยู่ที่พุ่มไม้ด้านนอก... มีคนกำลังแอบดูอยู่! พวกมันกำลังรอดูว่านางจะตายหรือไม่

ในเสี้ยววินาทีนั้น หลินซีตัดสินใจทำในสิ่งที่เสี่ยงที่สุด นางยกชามน้ำแกงขึ้นมาทำท่าเหมือนกำลังจะดื่ม แต่ความจริงนางแสร้งทำน้ำแกงหกใส่แขนเสื้อสีแดงตัวใหญ่ของนางจนเปียกชุ่ม แล้วแกล้งทำชามหล่นแตกกระจายลงบนพื้น!

เพล้ง!

นางทิ้งตัวลงไปนอนกองกับพื้นห้อง เอามือกุมลำคอแล้วดิ้นพล่านเหมือนคนกำลังขาดใจตาย ชุ่ยเอ๋อร์ที่เห็นเหตุการณ์ (และเริ่มเข้าใจแผนของเจ้านาย) ก็แผดเสียงร้องไห้ออกมาจริงๆ

“คุณหนู! คุณหนูเป็นอะไรไปเจ้าคะ! ใครก็ได้ช่วยด้วย! พระชายาถูกลอบวางยา!”

เสียงฝีเท้าจากข้างนอกวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว หลินซีรู้ว่านั่นคือคนที่ส่งมาดูผลงาน นางลืมตาขึ้นเล็กน้อย เห็นชุ่ยเอ๋อร์กำลังร้องไห้โฮสมบทบาท นางจึงเอื้อมมือไปบีบมือนางกำนัลเบาๆ เป็นสัญญาณว่า ‘ฉันยังไม่ตาย’

ไม่เกินหนึ่งเค่อ (15 นาที) ประตูห้องหอก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่ทหาร แต่เป็นโจวเย่ว์ที่มาพร้อมกับสีหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม

“เกิดอะไรขึ้น!” เขาตวาดมองเศษกระเบื้องและร่างของมู่หรงซีที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น

“ฮือ... ท่านอ๋อง ช่วยคุณหนูด้วยเจ้าค่ะ น้ำแกงจากตำหนักพระสนมหลิว... มีพิษเจ้าค่ะ!” ชุ่ยเอ๋อร์ร้องบอกพร้อมชูเข็มเงินสีดำให้ดู

โจวเย่ว์มองเข็มเงินนั้นด้วยแววตาที่สั่นไหววูบหนึ่ง เขารีบก้มลงช้อนร่างของมู่หรงซีขึ้นมาบนอ้อมแขน ความเย็นเฉียบของร่างกายสตรีในอ้อมกอดทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ

“มู่หรงซี! ลืมตาขึ้นมาสิ!” เขาเขย่าตัวนางอย่างแรง แต่สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงและ...

ฟึ่บ!

จู่ๆ มู่หรงซีก็ลืมตาขึ้น นางไม่ได้ดูเหมือนคนใกล้ตาย แต่กลับคว้าคอเสื้อของชินอ๋องไว้แน่น นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวด ก่อนจะใช้นิ้วที่เปื้อนน้ำแกง (พิษ) เขียนลงบนแขนเสื้อสีขาวของเขาอย่างรวดเร็ว

‘ชีวิต-ข้า-แลก-กับ-ความ-จริง’

นางสื่อว่า ถ้าข้าต้องตายในบ้านของท่าน ท่านจะรับผิดชอบความจริงนี้ไหวหรือไม่?

โจวเย่ว์อึ้งไปกับท่าทีของนาง ในขณะที่หมอหลวงวิ่งเข้ามาในห้องอย่างหน้าตื่น พลันนั้นเอง หลินซีก็เริ่มแสร้งทำเป็นไออย่างหนักจนตัวโยนและหมดสติไปจริงๆ (เพราะร่างกายนี้อ่อนแอเกินไปจากการตกใจ)

โจวเย่ว์มองชายาใบ้ในอ้อมแขน สลับกับเข็มเงินที่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ

"ไปตามตัวหลิวหรุ่ยมาหาข้าเดี๋ยวนี้!" เขาคำรามเสียงต่ำ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel