บทที่ 3 หลอกจิ้งจอก
เจียหลิงถูกตวนอ๋องหลิวหยางป้อนจนท้องตึง แม้แต่จะลุกขึ้นเดินก็ยังทำไม่ได้ สายตานางมองเขาอย่างระแวดระวัง รู้สึกเขาจะใจดีเกินไปแล้ว ตวนอ๋องจะต้องมีแผนอะไรสักอย่างแน่นอน
หรือว่าเขาหวังจะขุนนางให้อ้วนเนื้อของนางจะได้เยอะขึ้น จากนั้นพอจับถอนขนแล้วเอาไปย่างกินจะได้อร่อยกว่าเดิม ยิ่งคิดขนนางก็ยิ่งคอตั้งสูงกว่าเดิม
สวรรค์นางเจอคนอำมหิตเข้าแล้วให้ได้ นางต้องตะกละให้น้อยลงกว่าเดิม
“ไปอาบน้ำกัน”
เสียงดุนั้นเหมือนจะเอานางไปฆ่าเสียมากกว่าอาบน้ำอีก พอคิดได้แทนที่นางจะไปหาเขากลับวิ่งหนีแทน แต่มือหนาก็ไวกว่าคว้าคอนางไว้ได้แล้วยกห้อยโตงเตง
‘ข้าเป็นจิ้งจอกเซียนนะท่านเล่นทำเหมือนข้าเป็นจิ้งจอกธรรมดาไปได้มันน่าเจ็บใจนัก’
บ่นไปก็เท่านั้นแหละ เพราะเขาก็ยังจับคอนางห้อยไปอย่างนั้นเหมือนเอาไปเชือดทิ้ง พอถึงอ่างน้ำพุธรรมชาติอีกฝ่ายก็วางนางลงไม่ได้โยนอย่างที่นางคิดในตอนแรก
“น้ำในอ่างค่อนข้างร้อน เจ้าต้องค่อยๆ แตะลงไป”
ตวนอ๋องหันมองจิ้งจอกน้อยจูหลี อีกฝ่ายก็ทำตาพริบๆ สงสัยว่าเขาพูดกับนางใช่ไหม แต่ดูเหมือนจะใช่นางจึงใช้เท้าแตะลงไป
‘ร้อนจริงๆ ด้วย’ พอรู้ว่าร้อนก็รีบเอาเท้าขึ้นมา เขาเห็นแบบนั้นก็เป็นฝ่ายนำก่อน แต่ก่อนลงก็เหมือนเคยที่นางจะได้เห็นแท่งอาวุธห้อยโตงเตงต่อหน้า
เจียหลิงเห็นเขาค่อยๆ แหย่ขาลงไปทีละน้อย จากนั้นก็แช่ลงไปถึงช่วงอก จังหวะการลงไปทีละนิด นางจึงทำตามด้วยเช่นกันไม่นานครึ่งตัวก็ลงไปอยู่ในน้ำพุ
“ถ้าเจ้าเป็นอีกอย่างก็คงดี”
เจียหลิงไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร แต่น้ำอุ่นกับบรรยากาศหิมะยามค่ำคืนดูจะเข้ากันจริงๆ ตวนอ๋องหันมองไหสุราจึงหยิบขึ้นมาแล้วยกขึ้นดื่ม
หันมองเจ้าจิ้งจอกน้อยตาแป๋วที่มองอย่างสงสัย เขาจึงจับมาอุ้มจากนั้นก็ยกไหสุราขึ้นมาจ่อปากคนอยากกิน คนอยากกินก็อยากลิ้มรสของมันก็ไม่ได้สงสัยจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขา
ส่วนเขาเองก็กำลังคิดหาวิธีทำยังไงให้นางอยู่ในสภาพดังกล่าวนานกว่าเดิม ดูๆ ไปแล้วแผนนี้จะได้สำเร็จ เพราะจิ้งจอกน้อยก็ติดใจสุราที่ดื่มเช่นกัน
“พอแล้วกินมากจะสำลักเอาได้” เสียงเขาดุ คนที่ไม่เคยสังเกตอะไรก็ไม่ได้สงสัยเลยว่าเขาพูดกับนางถามนางตั้งแต่เมื่อไร
แต่คนชิมรสสุราครั้งแรกรู้สึกติดใจ จึงยังไม่ปล่อยจากปากไหคนคิดมอมเหล้าก็เริ่มลังเลว่าเกิดนางเมาแล้วอาจจะสลบจนกลายร่างไม่ได้ มือหนาจึงพยายามดึงสุราออกจากนั้นก็เกิดศึกยื้อกันไปมาระหว่างจิ้งจอกกับคนจนกระทั่ง
“โครม!!”
สุดท้ายก็ตกน้ำไปทั้งคู่ ตวนอ๋องขึ้นจากน้ำก็พยายามมองหาร่างของเจ้าจิ้งจอก พอไม่เห็นก็รีบดำลงน้ำอย่างร้อนใจ สุดท้ายก็มองไม่เห็นอะไรพอเงยหน้าอีกครั้ง ก็มีเสียงดังขึ้น
“ข้าจะกินอีก” ร่างบางเดินไปยังไหสุราอีกไห จากนั้นก็หยิบมากิน เหมือนนางจะเมาแล้วเลยไม่รู้ว่าตัวเองอยู่สภาพยังไง ส่วนเขาก็รู้สึกพอใจที่ได้เห็นนางในสภาพแบบนี้
บุรุษที่คิดหลอกจิ้งจอกเดินไปหาจิ้งจอกน้อย จากนั้นก็จับไหสุราไม่ให้นางกินต่อ “ข้าจะกิน”
“พอแล้วเจ้ากำลังเมา”
เจียหลิงส่ายหน้า “ข้าไม่ได้เมา”
ตวนอ๋องถอนใจโต้ตอบเขาโดยไม่เอ๊ะใจสักนิด นี่นะหรือคนที่พูดว่าไม่เมา “ถ้าอย่างนั้นเจ้าอยากเรียนรู้การกินแบบใหม่ไหม”
เจียหลิงมองคนพูดนอกจากเอาเข้าปากแล้วยังมีแบบไหนอีก คนพูดไม่รอให้นางถามกลับเขาก็ยกไหสุราขึ้นดื่มจากนั้นก็ประกบปากป้อนนาง
ที่แท้ก็มีวิธีนี้อีกวิธีที่ใช้สำหรับดื่มเหล้า..ข้าต้องจดจำแล้วนำไปสอนคนในเผ่า
น้ำสุราที่ไหลเข้าปากอีกฝ่าย ตวนอ๋องไม่พลาดโอกาสที่จะลิ้มรสริมฝีปากนิ่มตรงหน้า มือไม้ก็เลื่อนสัมผัสตัวรั้นเอวนางแนบชิดจากนั้นก็นิ่งไว้ที่ตูดก้นงาม
นานเท่าไรแล้วที่เขาไม่ได้มีความสุขแบบนี้ หลังจากเกิดเรื่องคราวนั้น ไม่ว่าสตรีใดก็ล้วนไม่เคยได้เข้าใกล้เขา หากแต่นางจิ้งจอกตัวนี้กลับมาแนบชิดจนทำให้ตบะแตกจนได้
“เจ้ามีความสุขไหม” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู ละมุนจนเขาไม่เคยคิดว่าจะกลับมาพูดแบบนี้ได้อีก
“ยังมีอะไรที่มีความสุขกว่าดื่มสุราอีก”
มุมปากคนเจ้าเล่ห์อย่างตวนอ๋องยกขึ้นแล้วพูด “เปิ่นหวางจะสอนให้เจ้าเองตอนนี้”
เหมือนหลอกเด็กให้หลงกล แล้วเด็กคนนี้ก็ดันตามไม่ทันเสียด้วย ปฏิบัติการกินจิ้งจอกที่เลี้ยงมาจึงเริ่มต้นขึ้น สองมือสอดอุ้มนางขึ้นแล้ววางบนขอบน้ำพุ
เจียหลิงที่ถูกอุ้มก็ร้องบอกเขา “ข้าหนาว”
“เดี๋ยวเจ้าก็ไม่หนาว เปิ่นหวางจะทำให้ตัวเจ้าอุ่นจนเหงื่อแตกเชียวล่ะ”
อุ่นจนเหงื่อแตกคืออันใดกัน แล้วเหตุใดแท่งอาวุธลับเขาถึงได้ขยายใหญ่กว่าเดิม เจียหลิงที่อยู่ในอาการไม่ได้สติก็ใช้มือจับมันเอาไว้
“ข้านึกสงสัยมานานแล้วมันใช้ทำสิ่งใด”
ตวนอ๋องที่ได้ยินก็รู้สึกเข้าทาง “เปิ่นหวางจะทำให้ดูว่ามันใช้ทำอะไร” สีหน้าใสซื่อมองเขาที่โน้มลงมาจูบนาง “ไหนสุรา” คนซื่อก็ยังถามหาสุราจากปากเขา
ตวนอ๋องที่เห็นแบบนั้นก็หันไปยกสุราขึ้นมาแล้วป้อนปากคนที่กำลังอ้าปากรับ เขากำลังหลอกจิ้งจอกที่ไม่รู้ประสา ถามว่าสำนึกผิดไหมก็ไม่นะ มาทำให้มันจบๆ โดยเร็วกันเถอะ
คนจะถูกกินเหมือนจะไม่รู้ชะตาตัวเองในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า นางยังคงใช้มือจับแท่งนั้นไปมา “มันแข็งกว่าตอนแรกที่จับมากและดูเหมือนจะใหญ่กว่าเดิม” ปากน้อยๆ พูดในสิ่งที่เห็น
ส่วนเจ้าของอาวุธก็ยิ้มรับตอบ “อาวุธลับนี้ยิ่งได้มือเจ้าก็จะยิ่งแข็ง เปิ่นหวางยกให้เจ้าคนเดียวเจ้าจะเอาไหม”
เจียหลิงส่ายหน้า “มันติดอยู่ในกายท่านข้าจะเอามาได้ยังไง”
“มิเป็นไรเลย ถึงจะติดกายเปิ่นหวางแต่ในอีกไม่ช้ามันจะอยู่ในกายเจ้าเช่นกัน”
ยิ่งเขาพูดนางก็ยิ่งไม่เข้าใจ ไม่รู้ความหมายว่าเขาพูดถึงอะไร และเขาก็ขี้เกียจอธิบายการทำให้เห็นดูจะดีกว่าในตอนนี้ ใบหน้านั่นก็ซุกไซ้ซอกคอนิ่มเลื่อนไล้มายังซาลาเปาสองลูกเขาก็ก้มลงดูดกลืน เจียหลิงสะดุ้งเงยหน้าพยายามผลักเขาออก
“ท่านทำอะไร”
“เปิ่นหวางกำลังกินซาลาเปาอยู่”
เจียหลิงนึกถึงซาลาเปาร้อนๆ ในเตาก็พยักหน้าเข้าใจ ว่าแต่ซาลาเปานั้นมาอยู่บนหน้าอกนางได้เช่นไร แถมตัวนางก็รู้สึกร้อนรุ่มกว่าเดิม เหงื่อที่ไหลบนหน้าผากก็ผุดออกมาแข่งกับไอน้ำพุในสระ
คนกำลังลิ้มรสซาลาเปา เลื่อนต่ำลงไปเรื่อยจนกระทั่งถึงด้านในมือหมายคิดจะยกขาแล้วลองสาธิตการใช้อาวุธสักที แต่แล้วก็มีมารมาขัดจนได้ หูที่ไวต่อความเคลื่อนไหวรีบนำผ้าคลุมเขามาคลุมร่างนางปิดมิดชิด
ตวนเหยียนองครักษ์ที่เข้ามาขัดจังหวะโดยไม่รู้ตัวจึงได้เห็นสีหน้าเหี้ยมจากตวนอ๋องชนิดที่ว่าถ้ามีธนูคงถูกปักกลางอกเขาแล้ว
“กระหม่อมจะมารายงานว่า มีคนพบว่านักพรตเหว่เทียนกำลังขึ้นเขามาเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ”
เขาขึ้นเขา อีกฝ่ายก็ขึ้นตาม นี่มันเรื่องบ้าอะไร สายตาเขาหันไปคนในผ้าคลุม “ออกไปก่อนไปรอที่ห้องตะวันออก”
“พ่ะย่ะค่ะ” ตวนเหยียนพยักหน้าทำตามคำสั่ง
พอเขาออกไปแล้วตวนอ๋องก็เปิดผ้าคลุมขึ้นมา ก่อนหน้าก็โกรธมากอยู่แล้วที่ถูกขัดจังหวะมาตอนนี้ก็ยิ่งโกรธอีก เมื่อจิ้งจอกน้อยกลายร่างเป็นสัตว์ขนปุยแล้ว
“อาเหยียนเปิ่นหวางจะส่งเจ้าไปอยู่ที่ไหนดี”
เจ้าของชื่อถ้าได้ยินตอนนี้ผมคงตระหนกจนร่วงหมดหัวไปแล้ว….
เจียหลิงเหล่ตาข้างหนึ่งหันมองคนเงียบขรึม เมื่อคืนต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ แต่นางกลับจดจำไม่ได้สักอย่าง แบบนั้นก็ว่าแปลกแล้วท่าทางของตวนอ๋องก็ยิ่งแปลกยิ่งกว่า
ถามหน่อยถ้าข้าสิงในตัวเขาได้เขาคงจับข้าสิง…ไปแล้ว!!
เจียหลิงไม่เข้าใจว่าทำไมนางถึงถูกเขาอุ้มไปไหนมาไหนตลอดเวลา พอมีองครักษ์เข้ามาตวนอ๋องก็เอานางซุกอยู่ในเสื้อเหลือเพียงหัวที่ได้โผล่ออกมาหายใจ
นางมองตาเขา เขาก็มองตานาง เหมือนเขาจะเข้าใจจึงตอบว่า
“เจ้าเป็นผู้หญิงจะให้บุรุษเห็นมิได้”
ประทานโทษข้าเป็นจิ้งจอกไม่ใช่สตรีเสียหน่อย ท่านทำเหมือนว่าข้าจะเปลือยกายต่อหน้าบุรุษได้ ตัวข้าจะมีอะไรให้ดูนอกจากขนนุ่มฟูทั้งตัวแบบนี้
แต่เอาเถอะเพราะพอนึกถึงอาหารอันแสนอร่อยนางก็เลิกสนใจพฤติกรรมแปลกๆ ของเขา ถือเสียว่าเขาคิดอ่านอาการไม่ปกติเหมือนคนทั่วไปก็เท่านั้น
หันมองไปยังตวนเหยียนองครักษ์ของเขาถูกสั่งให้คุกเข่าอยู่หน้าลานของเรือนตั้งแต่ยามรุ่งจนผ่านไปสองชั่วยามแล้ว จากหิมะตกหนักจนตอนนี้เหมือนจะหยุด เขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะให้หยุดรับโทษ
ว่าแต่องครักษ์ตวนเหยียนทำอะไรผิด?
คิดว่านอกจากนางแล้วแม้แต่คนถูกให้ทำโทษก็ยังไม่รู้เช่นกัน นั่งมองเขาจิบน้ำชาอย่างใจเย็นจากนั้นก็สั่ง
“ลุกขึ้นได้”
สั่งให้ลุกขึ้นแล้วเขาลุกขึ้นได้หรือเปล่า แต่ดูจากสภาพแล้วน่าจะไม่รอด ทหารที่อยู่ใกล้จึงรีบเข้ามาพยุงจากนั้นก็หิ้วปีกมาคุกเข่าหน้าเขาต่อ
“ต่อไปหากเปิ่นหวางไม่อนุญาตก็ห้ามใครเข้ามารบกวนเข้าใจไหม”
“พ่ะย่ะค่ะ” ที่แท้ก็เพราะเรื่องนี้แต่ถ้าสมมุติมีเรื่องสำคัญล่ะอย่างเรื่องคอขาดบาดตาย เจียหลิงที่คิดในใจแต่ดูเหมือนเขาจะเข้าใจความคิดนาง ตวนอ๋องหยิบนกหวีดแล้วโยนให้ตวนเหยียน
“ใช้สัญญาณแทนหากมีเรื่องสำคัญ”
“พ่ะย่ะค่ะ” ตวนเหยียนรีบรับคำ
ตวนอ๋องหลิงหยางมองด้วยสายตาขุ่นจากนั้นก็สั่งให้เขาไปพักสักสองสามวัน ดูแล้วคงจะป่วยแน่นอน แต่องครักษ์ผู้ภักดีก็ยังคงยืนกรานว่าจะทำหน้าให้ดีที่สุดตัวเองยังไหว
ไหวแบบแทบจะคลานกลับไปห้องแล้วนะ เขาเลี้ยงคนได้สุดยอดจริงๆ
“เจ้าง่วงนอนหรือ” เขาถาม ว่าไปก็แปลกทำไมเขาถามทุกชั่วยาม แถมยังขุนนางให้อ้วนกว่าเดิม กว่าลมปราณจะกลับมานางคงน้ำหนักขึ้นหลายกิโลแน่นอน
วันนี้หิมะไม่ตกนางอยากออกไปเดินเล่น ว่าแล้วก็ขยับตัวออกจากเสื้อของเขาเดินไปยังด้านนอก แต่ก็ถูกมือหนาคว้าหางไว้จากนั้นตัวนางก็ลอยไปอยู่ในอ้อมกอดเขาเช่นเดิม
ตวนอ๋องท่านเป็นบ้าอะไร!
โวยวายไปก็เท่านั้นเพราะเขาก็ยังยึดนางไว้กับตัวอยู่ดี
“เจ้าอยากทำอะไร?”
เจียหลิงเงยหน้ามองเขาถามเหมือนว่านางจะพูดได้ในสภาพแบบนี้
“ตอนนี้ข้างนอกอันตรายข้าไม่อยากให้เจ้า ออกไปเสี่ยง อยู่กับข้า ในนี้ก่อน”
เจียหลิงเองก็รู้สึกขี้เกียจก็กอดอุ่นของคนอุ้มมันชวนให้รู้สึกง่วงนอนเหลือเกิน
คนถูกอุ้มถูกพากลับไปยังที่นอน พอได้มืออุ่นที่ลูบไปมาไม่นานนางก็เคลิ้มหลับตามความตั้งใจของคนเอาใจ
มุมปากของคนมีแผนยกยิ้ม ลุกขึ้นปิดประตูให้มิดชิดสั่งห้ามไม่ให้คนเข้ามารบกวน จากนั้นก็เดินกลับไปหาเรือนร่างที่ตัวเองปรารถนา เสียดายที่รอบนี้นางไม่รู้สึกตัว
แต่การได้เห็นผิวนวลดั่งเหมันต์ ใบหน้าพริ้มหลับคล้ายนางเทพสวรรค์เขาก็อยากจะกลืนกินนางให้หมดตัว แต่ติดตรงที่หากนางรู้ว่าเขาทำอะไร เกรงว่าจะโกรธเสียมากกว่า
เรื่องนี้จะว่าไปก็มีเรื่องน่าสงสัย หรือนางจะเป็นตัวยาที่นักพรตเยว่เทียนค้นหาเป็นชิ้นสุดท้าย ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเขาก็ต้องระวังนางให้มากกว่าเดิม
แต่ก่อนที่จะคำนึงถึงคุณธรรม ตอนนี้เขาอยากไร้คุณธรรมกับเจ้าจิ้งจอกน้อย จึงก้มลงเริ่มกินชิมรส ทีละนิดทีละน้อย เนื้อตัวนางขยับเหมือนกำลังรำคาญการจูบของเขา
ตวนอ๋องหลิวหยางบุรุษผู้ไม่เคยยอมใคร แม้แต่ในสงครามผู้คนก็หวาดกลัว แต่ตอนนี้เขากลับกลัวจิ้งจอกตัวน้อยตรงหน้า กลัวว่านางจะตื่นก่อนที่เขาจะกินจนพอใจ
ความตะกละกับรสจิ้งจอกน้อย ยิ่งได้ชิมรสเท่าไรเขาก็รู้สึกไม่พอมือไม้จึงขยับแตะเนื้อนางลงไปยังซาลาเปา เหตุใดเขาถึงทำตัวเหมือนโจรเยี่ยงนี้ แต่เหยื่อน่ากินขนาดนี้ แม้เขาจะเป็นเง็กเซียนก็มิอาจทนได้จริงๆ
เรือนร่างนางขยับตัวเหมือนรำคาญ ยิ่งมือหนาขยับบีบซาลาเปาแรงเท่าไรนางก็ยิ่ง “ข้าจะนอน” คนแอบกินเงยหน้ามองเสียงคนถูกกวน อีกฝ่ายพูดจบก็ขยับตัวนอนต่อแต่เมื่อจะรู้สึกแปลกจึงลืมตาโพลงขึ้นมา
กรี๊ดดด เสียงดังชัดเจน จนด้านนอกตกใจ
“ท่านอ๋อง!!”
“ห้ามใครเข้ามาเด็ดขาด!!” ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ส่วนนางก็ขยับถอยห่างเขา พอมองเห็นสภาพตัวเองก็รีบหยิบผ้าขึ้นมาห่มกาย สองมือขึ้นจะใช้พลังแต่ก็ทำไม่ได้
ดูเหมือนพลังจะฟื้นระดับหนึ่งแล้วนางถึงได้กลายร่างเป็นคน
“ไม่ต้องตกใจเปิ่นหวางมิทำอะไรเจ้าแน่นอน”
ไม่ทำอะไรแล้วก่อนหน้าที่กำลังดูดซาลาเปานางคืออะไรไม่ทราบ!! เขาน่ากลัวไปแล้ว ส่วนนางก็ไว้ใจเขาเกินไป
“ทะ ท่านอ๋องท่านอย่าเข้ามา”
“อย่าทำเหมือนเราไม่คุ้นเคยเมื่อคืนเปิ่นหวางก็ร่วมดื่มสุรากับเจ้าทั้งคืนมิเห็นเจ้าจะห้ามเช่นนี้”
ดื่มสุราท่าไหนกัน!! เจียหลิงหันมองซ้ายขวา พยายามหาทางลงจากเตียง แต่พอนางขยับไปซ้ายเขาก็ขยับซ้าย พอนางขยับขวาเขาก็ขยับขวา เมื่อเห็นดังนั้นนางก็เลือกกระโดดแต่ก็ถูกเขาคว้าแล้วกดลงเตียงเหมือนเดิม
“ปล่อยข้าจะกลับที่ของข้าแล้ว”
“ที่ของเจ้าก็คือที่ของเปิ่นหวาง ในเมื่อเปิ่นหวางเลี้ยงเจ้าแล้วก็จะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่นอน” เสียงเขาบอกว่าทำอย่างที่พูด ส่วนนางเองก็ยืนยันคำเดิม
“ท่านอ๋องไม่มีสิทธิในตัวข้า”
“เปิ่นหวางไม่มีสิทธิในตัวเจ้า แต่เจ้าต้องรับผิดชอบเปิ่นหวางในสิ่งที่ทำเมื่อคืน?”
หา!! ให้นางรับผิดชอบอะไรไม่ทราบ ดูเหมือนเขาจะเข้าใจความคิดนางจึงพูดต่อ “เจ้าเห็นอาวุธเปิ่นหวางแล้ว เปิ่นหวางมิอาจใช้มันกับคนอื่นได้อีก”
ดูเหมือนเขาจะหลงจิ้งจอกจริงๆ ถึงได้คิดเรื่องบ้าๆ นี้ขึ้นมา แต่ขอโทษความไร้เดียงสาของนางดูจะไม่ได้เสแสร้งแต่อย่างใด
“ท่านอ๋องหมายถึงแท่งอาวุธที่อยู่ตรงนั้นใช่ไหม”
มุมปากตวนอ๋องยิ้ม “ใช่ เจ้าอยากเห็นอีกครั้งไหม”
ถามแบบนี้นางจะตอบยังไงแววตาใสซื่อก็เอ่ยถามต่อ “แล้วอาวุธนั้นใช้ทำอะไร ท่านอ๋องคิดจะลงโทษข้าใช่ไหม”
เจ้าของอาวุธส่ายหน้า เหมือนกำลังหลอกจิ้งจอกน้อยให้หลงกลไปเรื่อย “มันคือเครื่องทรมานแห่งความสุข หากเจ้าอยากรู้เปิ่นหวางจะทดสอบให้เจ้าดูดีหรือไม่”
ทำไมแววตาเขาในตอนนี้เหมือนเสือที่กำลังจะกินเหยื่ออันโอชะ นางที่เป็นจิ้งจอกตามไม่ทันก็กำลังลังเลว่าจะตอบเช่นไร หากแต่เมื่อเงยหน้าขึ้นริมฝีปากเขาก็จูบประทับลงมายังริมฝีปากของนาง
ความรู้สึกวาบหวามไปทั่งตัวเช่นนี้ หรือท่านอ๋องประทานยาพิษให้นางแล้ว!!
