บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 : บทลงโทษที่คาดไม่ถึง

ตอนที่

[5]

บทลงโทษที่คาดไม่ถึง

หยวนหมิ่นฮุ่ยยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปเป็นหิน ลมหายใจที่เคยหอบถี่เมื่อครู่แทบจะหยุดไปเสียดื้อ ๆ ภาพของซ่งอ๋องในชุดขาวที่ยืนพิงกำแพงอยู่ปากซอยนั้นดูราวกับยมทูตที่มารอรับวิญญาณไม่มีผิด

“ทะ...ท่านอ๋อง...” เสียงของนางแหบพร่าและสั่นเทา

“พระองค์มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกันเพคะ…”

เขาไม่ตอบคำถามของนาง แต่กลับเดินเข้ามาหาอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น มันหนักอึ้งจนทำให้นางอยากจะทรุดลงไปกับพื้นเสียให้ได้

“ข้าถามว่า... สนุกหรือไม่?” เขาถามย้ำด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม ดวงตาคมกริบคู่นั้นไร้ซึ่งแววขี้เล่นเจ้าเล่ห์เช่นเคย มีเพียงความผิดหวังและความเกรี้ยวกราดที่ถูกสะกดกลั้นเอาไว้

“หม่อมฉัน... หม่อมฉัน...” หยวนหมิ่นฮุ่ยพูดอะไรไม่ออก สมองขาวโพลนไปหมด แผนการที่คิดว่าแยบยลที่สุดของนางกลับพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า เขาจับได้! เขารู้ทันทุกอย่าง!

“คิดว่าแผนการของเจ้าแนบเนียนแล้วอย่างนั้นรึ?” เขายืนหยุดอยู่ตรงหน้านาง ก้มลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าหล่อเหลานั้นอยู่ห่างจากนางไม่ถึงคืบ

“คิดว่าใช้เล่ห์เหลี่ยมเล็ก ๆ น้อย ๆ ปั่นหัวคนของข้า แล้วจะหลุดรอดจากสายตาของข้าไปได้?”

“หม่อมฉันขออภัยเพคะ หม่อมฉันผิดไปแล้ว!” ในสถานการณ์เช่นนี้ การยอมรับผิดคือทางรอดที่ดีที่สุด นางรีบคุกเข่าลงกับพื้นทันที

“ได้โปรด... ได้โปรดอภัยให้หม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ!”

เซี่ยหลงอิ่นมองท่าทีของอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา “ลุกขึ้น”

“แต่หม่อมฉัน...”

“ข้าสั่งให้ลุกขึ้น!” เขาตวาดเสียงดังขึ้นเล็กน้อย ทำเอาหยวนหมิ่นฮุ่ยสะดุ้งสุดตัวและรีบลุกขึ้นยืนตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว

“เจ้าอยากกลับไปที่เมืองหลวงมากถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”

หยวนหมิ่นฮุ่ยเม้มปากแน่น ไม่กล้าสบตาเขา ได้แต่พยักหน้าเบา ๆ

“เหตุใดกัน?”

“หม่อมฉัน... หม่อมฉันมีเรื่องสำคัญที่ต้องกลับไปทำเพคะ”

“เรื่องสำคัญ?” เขาทวนคำพลางแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ

“เรื่องสำคัญของเจ้าคือการไปแอบดูหลานชายของข้างั้นหรือ? หรือว่า... ที่เมืองหลวงมีผู้ใดที่เจ้ารอคอยอยู่?”

ประโยคหลังของเขาทำให้หัวใจของนางเต้นผิดจังหวะไปอย่างไม่มีเหตุผล

“หามิได้เพคะ! ที่นั่น... ที่นั่นไม่มีผู้ใดรอหม่อมฉันอยู่ทั้งนั้น!” นางรีบปฏิเสธอย่างร้อนรน

“ถ้าเช่นนั้นก็ดี” เขากล่าว ก่อนจะคว้าข้อมือของนางไว้แน่น

“ในเมื่อเจ้าชอบสร้างความวุ่นวายนัก ข้าก็จะให้เจ้าได้รู้สำนึกเสียบ้างว่าการกระทำของเจ้ามันส่งผลเช่นไร”

“ท่านอ๋องจะทำอะไรเพคะ!?” หยวนหมิ่นฮุ่ยร้องเสียงหลงเมื่อเขาเริ่มลากนางเดินกลับไปยังทิศทางของตลาด

เมื่อพวกเขากลับไปถึงที่เกิดเหตุ ความโกลาหลก็สงบลงแล้ว พวกนักเลงหัวไม้ถูกเหรินจ้านซัดจนหมอบราบคาบ ถูกชาวบ้านช่วยกันมัดรวมกันไว้รอทางการมาจัดการ เหรินจ้านยืนคุมเชิงอยู่ด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่เมื่อเห็นนายของตนลากตัวหยวนหมิ่นฮุ่ยกลับมา เขาก็รีบค้อมศีรษะลงทันที

“ขออภัยขอรับนายท่าน เป็นความผิดของข้าเองที่ดูแลแม่นางผู้นี้ได้ไม่ดีพอ”

“ไม่ใช่ความผิดของเจ้า” เซี่ยหลงอิ่นกล่าวเสียงเรียบ

“นางจงใจสร้างเรื่องขึ้นเอง”

ซ่งอ๋องหันไปมองเถ้าแก่โรงเตี๊ยมและบรรดาพ่อค้าแม่ขายที่ข้าวของเสียหายจากการชุลมุนเมื่อครู่ ก่อนจะประกาศเสียงดังฟังชัด

“ความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ ข้าจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง”

คำประกาศของเขาทำให้ชาวบ้านส่งเสียงฮือฮาด้วยความยินดีและซาบซึ้งใจ ก่อนจะแยกย้ายกันไป หยวนหมิ่นฮุ่ยคิดว่าเรื่องราวจะจบลงเพียงเท่านี้ ทว่าประโยคต่อมาของเขากลับทำให้นางแทบอยากจะวิ่งหนีอีกเสียตอนนี้

“ทว่าคนก่อเรื่องก็ต้องได้รับการลงโทษ” เขาหันมามองนางด้วยสายตาคมปลาบ

“นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะถึงหุบเขาของข้า เจ้าจะต้องทำงานเพื่อชดใช้ความผิดของเจ้า”

“ทำงานหรือเพคะ?” หญิงสาวทวนคำอย่างไม่เข้าใจ

“ใช่” เขายิ้ม... เป็นรอยยิ้มที่ดูชั่วร้ายที่สุดเท่าที่นางเคยเห็น

“งานของเจ้าก็คือ... ดูแลปรนนิบัติข้าและคนของข้าตลอดการเดินทาง”

“หา!?”

“เริ่มจาก... ดูแลม้า” เขากล่าวพลางชี้ไปยังม้าศึกสามตัวที่ถูกผูกไว้

“เจ้าจะต้องเป็นคนให้อาหารและดูแลมันตลอดการเดินทาง”

ใบหน้าของหยวนหมิ่นฮุ่ยซีดเผือด แม้ในอีกโลกนางจะเป็นสาวออฟฟิศทำงานมาตลอดชีวิต แต่จะให้ไปดูแลม้าเนี่ยนะ?

มันเป็นงานที่นางไม่เคยทำมาก่อนเลย

“ยังไม่หมด” เขากล่าวต่ออย่างไม่ปรานี

“เสื้อผ้าของข้าและองครักษ์ของข้า เจ้าก็ต้องเป็นคนซักให้สะอาดทั้งหมด และสุดท้าย... อาหารทุกมื้อ เจ้าจะต้องเป็นคนเตรียม”

“แต่... แต่หม่อมฉันทำอาหารไม่เป็นนะเพคะ!” นางโพล่งออกมาอย่างลืมตัว

“ก็หัดเสียสิ” เขาตอบหน้าตาย

“ข้าเชื่อว่าคนฉลาดอย่างเจ้าย่อมเรียนรู้ได้เร็วอยู่แล้ว”

นี่มันไม่ใช่บทลงโทษแล้ว! นี่มันคือการกลั่นแกล้งกันชัด ๆ!

“ท่านอ๋อง... พระองค์ทำเช่นนี้กับหม่อมฉันไม่ได้นะเพคะ หม่อมฉันเป็นสตรีนะ!”

“ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นสตรี” เขาก้มลงมากระซิบข้างหูนางด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน “และเพราะข้าเห็นว่าเจ้าเป็นสตรี ข้าจึงลงโทษเจ้าเพียงเท่านี้ หากเจ้าเป็นบุรุษ... ป่านนี้คงได้กลายเป็นปุ๋ยไปแล้ว”

“…..”

ความเย็นเยียบในน้ำเสียงของเขาทำให้หยวนหมิ่นฮุ่ยขนลุกซู่ไปทั้งตัว นางรู้ได้ทันทีว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น

คืนนั้นแทนที่จะได้นอนบนเตียงนุ่ม ๆ ในห้องพัก นางกลับต้องไปนอนในโรงเก็บฟางพร้อมกับม้าสามตัว กลิ่นมูลม้าและกลิ่นสาบของมันลอยคลุ้งจนแทบอาเจียน แต่สิ่งที่เลวร้ายกว่าคือสายตาของซ่งอ๋องที่มองมาจากชั้นบนของโรงเตี๊ยม เขายืนอยู่ที่ระเบียงห้องของตนเอง จิบชาชมจันทร์อย่างสบายอารมณ์ ขณะที่นางกำลังเผชิญชะตากรรมอันโหดร้าย

ตาแก่โรคจิต! คนใจร้าย! ปีศาจในคราบเทพเซียน!

นางได้แต่ก่นด่าเขาในใจ พลางใช้ฟางแห้งกองหนึ่งทำเป็นหมอนหนุนนอน

แผนการหนีของนางครั้งนี้ไม่เพียงแต่ล้มเหลว แต่ยังนำพาบทลงโทษบ้าบอมาให้ ชีวิตของติ่งพลัดถิ่นอย่างนางมันช่างรันทดอะไรเช่นนี้ แล้วหนทางข้างหน้าอีกสิบกว่าวัน นางจะรอดไปได้อย่างไร

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel