4
"เด็กคนนี้ก็เป็นเพียงมารหัวขน มารดาของมันตายไปแล้ว มีอาหารให้กินก็นับว่าเป็นเมตตาของตระกูลหลินมากพอแล้ว"
ทันทีที่ได้ยินคำว่ามารหัวขน มือเล็กที่กำชายเสื้อเจียงสวินอยู่พลันสั่นขึ้นมา
เจียงสวินสัมผัสได้ทันที แววตาของนางเย็นยะเยือกลงในทันที
"พูดให้ดีนะเจ้าคะ"
"ทำไม ข้าพูดผิดตรงไหน" ฮูหยินใหญ่หลินแค่นหัวเราะ ก่อนปรายตามองเสี่ยวอวี๋อย่างรังเกียจเดียดฉันท์
“เจ้ามันก็แค่แม่นมชั้นต่ำ กล้าดียังไงมาตีฝีปากกับข้า”
“ถูกก็ว่ากันไปตามถูก ผิดก็ว่ากันไปตามผิดเจ้าค่ะ”
“นี่เจ้า!”
“ข้าพูดผิดตรงไหนเจ้าคะ”
" วันนี้ข้าไม่ได้มาเพราะเรื่องของเจ้าเพียงอย่างเดียว ข้าเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินฝ่ายใน สินเดิมของมารดาเด็กคนนี้ย่อมต้องอยู่ในความดูแลของข้า วันนี้ข้าจะให้คนย้ายหีบสมบัติทั้งหมดไปเก็บไว้ที่เรือนใหญ่ เด็กตัวแค่นี้จะรักษาของมีค่าพวกนั้นไว้ได้อย่างไร"
เจียงสวินหรี่ตาลงทันที
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ เอาเรื่องที่นางบุกเรือนกลางมาเป็นข้ออ้าง แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือสินเดิมของมารดาเสี่ยวอวี๋ คิดจะฉวยโอกาสที่เด็กไร้บิดามารดาคุ้มครอง มาปล้นสมบัติของเด็กอายุสี่ขวบถึงในเรือน
"ไม่ได้" คำสั้น ๆ ทำให้ฮูหยินใหญ่หลินชะงัก
"เจ้าว่าอะไรนะ"
"ข้าบอกว่าไม่ได้" เจียงสวินเดินไปยืนขวางหน้าประตูห้องเก็บของอย่างไม่ลังเล
"สินเดิมของมารดาคุณชายน้อยเป็นทรัพย์ที่ต้องเก็บรักษาไว้ให้ทายาทโดยชอบธรรม ต่อให้คุณชายยังเยาว์วัย ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้อื่นจะถือโอกาสขนไปเป็นของตนได้"
"เจ้าเป็นแค่แม่นม มีสิทธิ์อะไรมาขวางข้า"
"ข้ามีหน้าที่ดูแลคุณชายน้อย สิ่งใดเป็นของเขา ข้าก็ต้องรักษาไว้ให้เขา" เจียงสวินกางแขนขวางประตู
"วันนี้ใครกล้าแตะหีบสมบัติแม้แต่ใบเดียว ต้องข้ามศพข้าไปก่อน!"
"ดี ในเมื่ออยากเจ็บตัวนัก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้"
ฮูหยินใหญ่หลินสะบัดแขนเสื้อ ก่อนตวาดสั่งเสียงกร้าว
"พวกเจ้า ลากแม่นมปากกล้าผู้นี้ออกไป ตบปากเสีย แล้วขนหีบสมบัติออกมาให้หมด"
"ขอรับ" บ่าวชายร่างกำยำสองคนพุ่งเข้าหาเจียงสวินทันที
ทว่าเจียงสวินไม่ใช่สตรีอ่อนแอที่จะยืนรอให้ใครเข้ามาจับตัวได้ง่าย ๆ
นางถอยหลบมือของบ่าวคนแรก ก่อนฉวยไม้พลองที่ใช้ขัดประตูขึ้นมา
หวืด!
ไม้พลองฟาดเข้าใส่หว่างขาของบ่าวชายเต็มแรง
"โอ๊ย!" ชายร่างใหญ่หน้าซีดเผือด ทรุดฮวบลงกับพื้น สองมือกุมหว่างขา ร้องครวญครางจนตัวงอ
บ่าวอีกคนตกตะลึงไปชั่วขณะ และเพียงชั่วขณะนั้นก็เพียงพอแล้ว เจียงสวินหมุนตัว เหวี่ยงไม้พลองฟาดเข้าใส่บริเวณศีรษะของอีกฝ่ายเต็มแรงจนชายผู้นั้นเซถอย ก่อนทรุดลงกับพื้น หมดสภาพจะเข้ามาจับตัวนางได้อีก
"ว้าย!" ฮูหยินใหญ่หลินกรีดร้อง รีบถอยหลังไปหลายก้าว นางไม่เคยคิดมาก่อนว่าแม่นมที่เคยก้มหน้าก้มตาผู้นี้จะกล้าลงมือกับคนของนางจริง ๆ
เจียงสวินกำไม้พลองแน่น ก่อนเดินตรงเข้าไปหา
"ฮูหยินใหญ่!" น้ำเสียงเย็นเยียบทำให้คนฟังขนลุก
"สินเดิมของคุณชายน้อย หากท่านกล้าแตะแม้แต่ชิ้นเดียว ข้าจะนำบัญชีทรัพย์สินไปยื่นต่อที่ว่าการเมือง ร้องเรียนว่าท่านฉวยโอกาสยักยอกทรัพย์ของหลานชายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ"
"เจ้า! เจ้าแม่นมชั้นต่ำ"
"แล้วยังไม่หมด" เจียงสวินก้าวเข้าไปอีก
"ข้าจะประกาศให้คนทั้งเมืองรู้ด้วยว่า ฮูหยินใหญ่แห่งตระกูลหลินผู้สูงศักดิ์ ถึงกับต้องแย่งชิงสินเดิมจากเด็กกำพร้าวัยสี่ขวบ"
"หุบปาก! หุบปากเดี๋ยวนี้" ฮูหยินใหญ่หลินโกรธจนตัวสั่น เงื้อมือขึ้นหมายจะตบ
แต่เจียงสวินเร็วกว่าหลายเท่า
เพียะ!
ฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าของฮูหยินใหญ่หลินเต็มแรงจนหน้าหัน เครื่องประดับบนศีรษะหลุดกระจายลงพื้น
ทุกคนในเรือนเงียบกริบ
"ตบนี้ สำหรับความโลภของท่านที่คิดจะโกงเด็กสี่ขวบ!"
ฮูหยินใหญ่หลินยังไม่ทันตั้งตัว
เพียะ!
อีกหนึ่งฝ่ามือก็ตามลงไป
"และตบนี้ สำหรับการคิดลงโทษข้าโดยไม่ถามหาความจริง!"
"เจ้า เจ้า!" ฮูหยินใหญ่หลินยกมือกุมแก้มทั้งสองข้าง ตัวสั่นเทาด้วยความแค้นและความอับอาย
ตั้งแต่แต่งเข้าตระกูลหลินมา ไม่เคยมีผู้ใดกล้าทำกับนางเช่นนี้มาก่อน
"เจ้าบ้าไปแล้ว ข้าจะไปฟ้องท่านโหว ข้าจะให้ท่านโหวสั่งประหารเจ้า"
"อยากฟ้องก็ไปฟ้องเลย" เจียงสวินสวนกลับโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา
"แต่ก่อนท่านโหวจะมาถึง หากท่านยังกล้าแตะต้องคุณชายน้อยหรือสินเดิมของเขาอีก ข้าจะตบท่านให้ฟันร่วงหมดปากแน่นอน" พูดจบก็ยกไม้พลองในมือขึ้น วันนี้ตายเป็นตาย ท่าทีนั้นทำให้ทุกคนถอยหนี เพราะรู้ว่าแม่นมคนนี้กำลังเลือดขึ้นหน้า
ฮูหยินใหญ่หลินสะดุ้งเฮือก เมื่อเห็นแววตาของเจียงสวิน นางก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่ได้เพียงข่มขู่
แม่นมบ้าผู้นี้กล้าทำจริง!
"พวกเจ้ายืนโง่อะไรกันอยู่ พาข้ากลับเรือนเดี๋ยวนี้" ฮูหยินใหญ่หลินตวาดลั่น ก่อนรีบให้บ่าวที่เหลือเข้ามาประคอง
"แม่นมเจียง เจ้ารอไว้เถอะ เรื่องนี้ไม่จบง่าย ๆ แน่"
"ข้าจะรอ" เจียงสวินกระแทกปลายไม้พลองลงพื้น
"แต่อย่าลืมพาคนมาเยอะกว่านี้หน่อยนะเจ้าคะ สองคนไม่พอให้ข้าออกแรงเลย"
"เจ้า!" ฮูหยินใหญ่หลินแทบกระอักเลือด สุดท้ายจึงได้แต่ปล่อยให้บ่าวประคองออกจากเรือนหลังไปอย่างทุลักทุเล
เมื่อคนเหล่านั้นจากไปแล้ว เจียงสวินจึงวางไม้พลองลง ท่าทีดุดันเมื่อครู่หายไปแทบจะในทันที
นางรีบหันกลับไปหาเด็กน้อยที่ยืนตัวแข็งอยู่ด้านหลัง
"คุณชายน้อย ตกใจหรือไม่เจ้าคะ" เสี่ยวอวี๋มองนางตาโต ก่อนส่ายหน้าเบา ๆ แล้วพุ่งเข้ามากอดเอวเจียงสวินแน่น
"แม่นม..."
"ข้าอยู่นี่เจ้าค่ะ" เจียงสวินย่อตัวลง กอดเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขน พลางลูบหลังปลอบโยน
"ไม่ต้องกลัว ต่อให้ใครมาอีก ข้าก็ไม่ยอมให้พวกเขาเอาของของคุณชายไปเด็ดขาด"
เสี่ยวอวี๋ซุกใบหน้าลงกับไหล่ของนาง มือเล็ก ๆ กอดคอแม่นมแน่นขึ้นอย่างไว้ใจ
ขณะเดียวกัน เหนือเรือนฝั่งตรงข้ามซึ่งสามารถมองเห็นเรือนหลังได้อย่างชัดเจน
'หลินเฟิงเจี๋ย' ในชุดสีเข้มนั่งอยู่บนสันหลังคาอย่างสงบนิ่ง ขาข้างหนึ่งชันขึ้น ขณะที่สายตาคมทอดมองเหตุการณ์เบื้องล่างมาตั้งแต่ต้นจนจบ
ข้างกายคือ 'หมิงหยวน' องครักษ์เงาคนสนิท
หมิงหยวนมองบ่าวชายสองคนที่ยังถูกหามออกไป ก่อนหันกลับมามองผู้เป็นนาย สีหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
"นายท่านสาม การเดินทางกลับจากแคว้นเหนือครั้งนี้ ท่านตั้งใจปิดข่าวไม่ให้คนในตระกูลรู้ เพื่อซุ่มดูว่ายามท่านไม่อยู่ คนในจวนปฏิบัติต่อคุณชายน้อยอย่างไร แต่เหตุใดท่านจึงยังไม่เปิดเผยตัวเล่าขอรับ ฮูหยินใหญ่รังแกคุณชายน้อยถึงเพียงนี้แล้ว"
หลินเฟิงเจี๋ยยกน้ำเต้าเล็กในมือขึ้นจิบ ก่อนทอดสายตามองสตรีร่างบางเบื้องล่าง
เมื่อครู่นางยังถือไม้พลองฟาดคนอย่างไม่ไว้หน้า แต่ตอนนี้กลับกำลังย่อตัวกอดปลอบหลานชายของเขาอย่างอ่อนโยน ราวกับเป็นคนละคน
