5
"ข้าตั้งใจจะเปิดเผยตัวในงานเลี้ยงตระกูลสัปดาห์หน้า" หลินเฟิงเจี๋ยเอ่ยเสียงเรียบ
"ปล่อยให้พวกมันแสดงธาตุแท้ออกมาให้หมดก่อน ถึงเวลานั้นค่อยจัดการพร้อมกันทีเดียว"
หมิงหยวนพยักหน้าอย่างเข้าใจ หลินเฟิงเจี๋ยปรายตามองเจียงสวินอีกครั้ง ก่อนมุมปากจะยกขึ้นอย่างหาได้ยาก
"อีกอย่าง เจ้าไม่เห็นหรือว่าแม่นมเจียงจัดการพวกมันได้สะใจเพียงใด หากข้าออกไปตอนนี้ ก็พลาดละครสนุก ๆ กันพอดี"
หมิงหยวนกระแอมเบา ๆ
"แต่นายท่าน ฮูหยินใหญ่ถูกตบต่อหน้าบ่าวมากมายถึงสองครั้ง นางคงไม่ยอมจบเรื่องนี้ง่าย ๆ แน่ขอรับ"
"ให้นางลองดู" รอยยิ้มตรงมุมปากของหลินเฟิงเจี๋ยเลือนหาย น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาพลันเย็นเยียบ จนแม้แต่หมิงหยวนยังสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันน่าหวาดหวั่น
"หากพวกมันกล้าทำร้ายหลานชายข้า หรือแตะแม่นมของเขาแม้แต่ปลายเล็บ..." ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้น
"ข้าจะทำให้คนพวกนั้นไม่มีที่ยืนในเมืองหลวงอีกต่อไป"
"ขอรับ" หมิงหยวนก้มหน้าลงรับคำ
หลินเฟิงเจี๋ยไม่ได้กล่าวอะไรอีก สายตาของเขากลับไปหยุดอยู่บนใบหน้าของเจียงสวินอีกครั้ง
หญิงสาวกำลังยิ้มให้เสี่ยวอวี๋อย่างอ่อนโยน โดยไม่รู้เลยว่าทุกการกระทำของตนตกอยู่ในสายตาของใครบางคนมาตลอด มุมปากของหลินเฟิงเจี๋ยยกขึ้นอีกครั้ง
"แม่นมอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหลินอย่างนั้นหรือ" เขาเอ่ยพึมพำ ดวงตาลึกล้ำยังคงจับจ้องสตรีเบื้องล่าง
"สตรีผู้นี้น่าสนใจจริง ๆ"
หลังจากฉากตบป้าสะใภ้ใหญ่จนอีกฝ่ายขวัญผวา บรรยากาศภายในเรือนหลังก็เปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ
พวกบ่าวรับใช้ที่เคยเดินเชิดหน้าผ่านหน้าเรือน บัดนี้ต่างพากันก้มหน้า เร่งฝีเท้าให้ไวขึ้น เพราะกลัวจะไปสะดุดสายตาของแม่นมเจียง ผู้กำลังเป็นที่กล่าวขานไปทั่วจวน
เจียงสวินนั่งอยู่บนม้านั่งไม้หน้าเรือน มือหนึ่งถือมีดแกะสลัก อีกมือจับไม้ชิ้นเล็ก ค่อย ๆ เหลาให้เป็นรูปหมีน้อยอย่างประณีต โดยมีหลินเสี่ยวอวี๋นั่งเกาะเข่าอยู่ข้าง ๆ ดวงตากลมโตของเด็กชายทอประกายสดใสขึ้นกว่าหลายวันก่อนอย่างเห็นได้ชัด
"แม่นมเจ้าขา สิ่งนี้เรียกว่าอะไรหรือขอรับ"
"เรียกว่าหมีน้อยเจ้าค่ะ เอาไว้ให้คุณชายน้อยถือเล่น" เจียงสวินคลี่ยิ้ม พลางยื่นตุ๊กตาไม้ที่ขัดเหลี่ยมคมจนเรียบร้อยแล้วส่งให้เด็กน้อย
เสี่ยวอวี๋รีบรับไปกำไว้แน่น ก่อนกอดแนบอกประหนึ่งเป็นของล้ำค่าที่สุดในชีวิต
นางมองเด็กน้อยแล้วน้ำตาแทบไหล เด็กน้อยเห็นสิ่งนั้นแล้วดวงตาเป็นประกายดีใจ เหมือนในชีวิตนี้ไม่เคยได้รับของขวัญมาก่อนแม้แต่ชิ้นเดียว
"เสี่ยวอวี๋ชอบมากขอรับ แม่นมใจดีที่สุดเลย"
เจียงสวินหัวเราะเบา ๆ แล้วลูบศีรษะเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู เผลอปาดน้ำตาด้วยความสงสาร
ทว่าในใจกลับกำลังคิดคำนวณสถานการณ์อย่างจริงจัง แม้อนุเตียวและฮูหยินใหญ่จะถอยไปชั่วคราวหลังถูกนางจัดการจนเสียหน้า แต่คนพวกนั้นไม่มีทางยอมรามือง่าย ๆ แน่ หากคิดจะปกป้องเสี่ยวอวี๋ในระยะยาว นางจะเอาแต่รอตั้งรับอยู่ที่เรือนหลังไม่ได้
เรื่องอาหารสำคัญที่สุด ตราบใดที่ครัวยังอยู่ในมือของคนพวกนั้น พวกมันก็สามารถเล่นงานเด็กได้ทุกเมื่อ จะเป็นอาหารบูด ของสกปรก หรือหนักกว่านั้นถึงขั้นลอบวางยาพิษก็ไม่มีใครรับประกันได้
ดังนั้นอย่างแรกที่นางต้องทำก็คือ ยึดสิทธิ์ดูแลสำรับของเสี่ยวอวี๋มาไว้ในมือ
"เสี่ยวอวี๋น้อย นั่งเล่นอยู่ตรงนี้นะเจ้าคะ แม่นมจะไปจัดการเรื่องสำรับเย็นสักครู่"
"แม่นมจะกลับมาใช่ไหมขอรับ" เด็กน้อยรีบเงยหน้าถามทันที สีหน้านั้นบ่งบอกว่ากลัวถูกทอดทิ้ง
เจียงสวินชะงัก ก่อนยิ้มอ่อนโยนแล้วใช้นิ้วแตะปลายจมูกเล็กเบา ๆ
"กลับมาสิเจ้าคะ ข้าแค่ไปเอาของอร่อยมาให้คุณชายเท่านั้น" เสี่ยวอวี๋จึงยอมพยักหน้ารับ สีหน้าไร้เดียงสานั้นทำให้นางรู้สึกไหววูบในใจ
โธ่... เด็กน้อย
เจียงสวินลุกขึ้นแล้วมุ่งตรงไปยังเรือนครัวกลางของตระกูลหลินทันที
เมื่อก้าวเข้าไปภายใน นางก็พบว่าบ่าวในครัวหลายคนกำลังจับกลุ่มพูดคุยหัวเราะกันอย่างสบายอารมณ์ ราวกับเรื่องวุ่นวายในจวนช่วงสองวันที่ผ่านมาไม่เกี่ยวข้องกับพวกตนแม้แต่น้อย
กลางห้องครัวมีสตรีร่างท้วมนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ นางคือแม่ครัวใหญ่ คนสนิทของฮูหยินใหญ่ ผู้ควบคุมวัตถุดิบและสำรับแทบทั้งหมดในจวน
ทันทีที่เห็นเจียงสวิน อีกฝ่ายก็เหยียดยิ้ม
"โอ้โฮ... แม่นมเจียงผู้เกรียงไกรนี่เอง ลมอะไรหอบเจ้ามาถึงเรือนครัวกลางได้เล่า หรือจะมาขอเศษเนื้อไปบำรุงคุณชายน้อยอีก"
เจียงสวินหยุดยืนตรงหน้า ก่อนกวาดตามองวัตถุดิบชั้นดีที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ ทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู ไก่ตัวโต และผักสดใหม่
"ข้าไม่ได้มาขอ"
"แล้วมาทำอะไร"
"มาเลือกวัตถุดิบไปทำอาหารให้คุณชายน้อยด้วยตัวเอง"
แม่ครัวใหญ่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะลั่น
"ฝันไปเถอะ!"
ปัง!
นางตบโต๊ะเสียงดัง
"วัตถุดิบพวกนี้ ฮูหยินใหญ่อนุมัติให้ใช้เฉพาะเรือนใหญ่กับเรือนของอนุเตียวเท่านั้น ส่วนเรือนหลังของพวกเจ้า ได้ผักเหี่ยว ๆ กับผักดองก้นโอ่งไปกินก็นับว่าเมตตามากแล้ว" เจียงสวินหรี่ตามองคนตรงหน้า
"เมตตากับมารดามันสิ" สิ้นคำ นางก็เอื้อมมือคว้าปังตอเล่มใหญ่ที่วางอยู่บนแผงไม้ขึ้นมา ก่อนฟาดลงบนเขียงเต็มแรง
ปัง!
เสียงดังสนั่นจนบ่าวทั้งครัวสะดุ้งเฮือกพร้อมกัน แม่ครัวใหญ่หน้าซีด ถอยกรูดไปด้านหลัง
"เจ้า... เจ้าจะทำอะไร"
เจียงสวินวางมือข้างหนึ่งบนด้ามปังตอ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"ฟังให้ดี ตั้งแต่วันนี้ สำรับของคุณชายน้อยสายหลักแห่งตระกูลหลิน ข้าจะเป็นคนเข้ามาเลือกวัตถุดิบและตรวจอาหารด้วยตัวเองทุกมื้อ"
"เจ้ามีสิทธิ์อะไร!"
"สิทธิ์ของคนที่มีหน้าที่ดูแลคุณชายน้อย"
"นี่เป็นเรือนครัวกลาง ไม่ใช่เรือนหลังของเจ้า"
"แล้วยังไง" เจียงสวินยกปังตอขึ้นเล็กน้อย
"ข้าว ปลา เนื้อ ผักเหล่านี้เป็นของตระกูลหลิน คุณชายน้อยก็เป็นสายเลือดของตระกูลหลิน เหตุใดเขาจึงไม่มีสิทธิ์กิน"
แม่ครัวใหญ่กัดฟันกรอด
"เป็นคำสั่งของฮูหยินใหญ่!"
"เช่นนั้นก็ไปบอกฮูหยินใหญ่ของเจ้าว่า หากไม่พอใจ ให้มาพูดกับข้าด้วยตัวเอง" เจียงสวินใช้นิ้วเคาะสันปังตอเบา ๆ สีหน้ายียวนกวนประสาท
เป็นไงเป็นกัน นางจะไม่ยอมอ่อนข้อให้ใครเด็ดขาด ยอมเพียงครั้งเดียว ก็ต้องยอมไปตลอดชีวิต
"แต่หากใครกล้าขวางทาง หรือแอบตัดวัตถุดิบของเรือนหลังอีก ข้าจะถือว่าเจตนาทำให้คุณชายน้อยอดอาหาร" นางกวาดสายตามองทุกคนในครัวทีละคน
"แล้วอย่าคิดว่าข้าพูดเล่น ฮูหยินใหญ่ของพวกเจ้ายังถูกข้าตบจนกลับเรือนไม่ถูก คิดหรือว่าแม่ครัวอย่างเจ้า ข้าจะไม่กล้าจัดการ" ทั้งครัวเงียบกริบ ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียง
แม่ครัวใหญ่เองก็ยืนหน้าซีด มือสั่น แม้จะโกรธจนแทบกระอักเลือด แต่เมื่อคิดถึงสภาพของฮูหยินใหญ่เมื่อวาน ก็ไม่กล้าเสี่ยงเอาหน้าไปรับปังตอจริง ๆ สุดท้ายจึงได้แต่กัดฟันพูด
"จะเอาอะไรก็รีบเอาไป"
"พูดง่ายแบบนี้ตั้งแต่แรกก็จบ ต้องให้เปลืองน้ำลาย"
