4
“ข้าต้องกลับแล้ว ช่วงนี้งานค่อนข้างมาก ข้าต้องสะสางอะไรหลายอย่าง” หลี่เยวี่ยพยักหน้า ไม่อ้อนวอน ไม่รั้ง
“ดูแลตัวเองด้วย” เขามองนางครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังจากไป
ทันทีที่ประตูปิดลง ลมเย็นก็พัดเข้ามาในเรือน หลี่เยวี่ยไม่รู้เลยว่า อาหารมื้อนี้ คือความอบอุ่นครั้งสุดท้าย ก่อนพายุร้ายจะพัดเข้ามาในชีวิตของนาง และไม่รู้เลยว่า ตั้งแต่วินาทีที่หลินซูเหยียนเห็นเรือนหลังนี้ ชะตากรรมของนางก็ถูกหมายหัวเอาไว้แล้ว
ค่ำคืนเงียบงัน ลมหนาวพัดแรง โคมหน้าบ้านเรือนอิฐสั่นไหวดังเอี๊ยดอ๊าด หลี่เยวี่ยนั่งอยู่เพียงลำพังในเรือน มือวางบนหน้าท้อง ดวงตาเหม่อลอย นางรู้สึกไม่สบายใจอย่างประหลาด หัวใจหนักอึ้ง ราวกับมีบางอย่างกำลังกดทับอยู่ เสียงประตูถูกผลักเปิดอย่างแรง
“ใคร” คำพูดยังไม่ทันจบ ร่างของหลี่เยวี่ยก็ถูกผลักล้มลงกับพื้น หญิงสาวในชุดหรูหราสีเข้มก้าวเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ ใบหน้าสวยงามแต่ดวงตาเย็นชา รอยยิ้มบิดเบี้ยวด้วยความอาฆาต นางคือหลินซูเหยียนนั่นเอง
“ในที่สุดก็ได้พบกัน หญิงบำเรอที่สามีข้าเลี้ยงไว้” นางกล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงความเหี้ยมเกรียม หลี่เยวี่ยตกตะลึง เพราะไม่รู้จักหญิงสาวตรงหน้า
“เจ้าเป็นใคร…” หลินซูเหยียนหัวเราะเบา ๆ อย่างดูแคลน
“ข้าคือภรรยาหลวงของเซิ่นอวิ๋นเฉิง ผู้ที่เจ้ายังกล้าเรียกว่า ‘สามี’” คำพูดนั้นเหมือนมีดกรีดลงกลางอก
“ไม่… เป็นไปไม่ได้ อวิ๋นเฉิงไม่มีทาง” หลี่เยวี่ยส่ายหน้า น้ำตาคลอ
“ไม่มีทางอะไร” หลินซูเหยียนตัดบท
“เขาแต่งงานกับข้า เข้าห้องหอกับข้า ท่ามกลางโคมแดงทั้งเมือง!” นางก้าวเข้ามาใกล้ ก้มมองหน้าท้องของหลี่เยวี่ยด้วยแววตารังเกียจ
“และนี่ ลูกของหญิงต่ำต้อยเช่นเจ้า ไม่มีสิทธิ์มีชีวิต” นางหัวเราะเหี้ยม
หลินซูเหยียนสะบัดมือ ชายฉกรรจ์สองคนก้าวออกมาจากเงามืด
“จับไว้” หลี่เยวี่ยดิ้นรน
“ปล่อยข้า! ลูกข้า!” มือแข็งแรงจับแขนทั้งสองข้างแน่น หลินซูเหยียนยื่นถ้วยยาสีดำข้นมาใกล้ปากนาง
“ดื่ม”
“ไม่!” หลี่เยวี่ยส่ายหน้า น้ำตาไหลอาบ
“ได้โปรด…”
“กรอกมันเข้าไป” หลินซูเหยียนกล่าวเสียงเย็น
“ข้าไม่อยากฟังเสียงร้องของเจ้าอีก” ยาถูกกรอกเข้าปากอย่างโหดร้าย หลี่เยวี่ยสำลัก ร่างสั่นเทา ความเจ็บปวดแล่นขึ้นจากท้องน้อย เหมือนมีไฟแผดเผาจากภายใน
“อ๊าก!” นางทรุดลงกับพื้น มือกุมหน้าท้อง เลือดสีเข้มไหลออกมุมปาก หลี่เยวี่ยกระอักเลือด ดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“เซิ่น… อวิ๋นเฉิง…” นางพึมพำทั้งน้ำตา
“เหตุใดท่าน… ทรยศข้า…” ภาพทุกอย่างพร่าเลือน หัวใจแหลกสลายยิ่งกว่าความเจ็บปวดทางกาย
ก่อนที่สติจะดับวูบไป เสียงหัวเราะของหลินซูเหยียนดังขึ้นแผ่ว ๆ ข้างหู
“โยนมันทิ้งซะ” กลางดึกคืนนั้น ริมแม่น้ำเย็นเยียบ ร่างของหลี่เยวี่ย ถูกลากมาท่ามกลางความมืด ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครสนใจ ร่างบางถูกโยนลงสู่กระแสน้ำเชี่ยว เสียง “จ๋อม” เบา ๆ กลืนหายไปกับสายน้ำ
ดวงจันทร์สะท้อนผิวน้ำนิ่งงัน ราวกับไม่เคยมีหญิงคนหนึ่ง ที่รัก ที่เสียสละ ที่ถูกทรยศ และถูกฆ่าอย่างไร้ความปรานี
หลี่เยวี่ย องค์หญิงแห่งแคว้นใหญ่ จมหายไปในสายน้ำ พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และความรักที่ถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือซาก
กลางดึก สายน้ำเชี่ยวกรากไหลผ่านโขดหินไม่หยุดยั้ง ร่างบางของหลี่เยวี่ย ถูกกระแสน้ำพัดพา สติเลือนราง ลมหายใจแผ่วราวกับใกล้ดับสูญ นางควรตายไปแล้ว ควรจมหายไปพร้อมหัวใจที่แตกสลาย แต่แล้ว…
“ตรงนั้นมีคน!” เสียงตะโกนดังขึ้นท่ามกลางสายฝน ม้าศึกหยุดกึก ร่างสูงในชุดเกราะเปื้อนเลือดกระโดดลงจากหลังม้าอย่างไม่ลังเล
แม่ทัพเซียวเหยียน แม่ทัพใหญ่แห่งชายแดนเหนือ ผู้เพิ่งกลับจากสนามรบ
เขาลงไปในน้ำทั้งที่บาดแผลยังสด แขนแข็งแรงคว้าร่างของหลี่เยวี่ยไว้แน่นก่อนที่กระแสน้ำจะกลืนไปอีกครั้ง
“ยังมีลมหายใจ!” เซียวเหยียนกล่าวเสียงเข้ม
“พานางขึ้นมา!” ทหารติดตามรีบเข้ามาช่วย ร่างของหลี่เยวี่ยถูกวางลงบนฝั่ง นางไอสำลัก น้ำไหลออกจากปาก ดวงตาปิดสนิท ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ เซียวเหยียนจ้องมองใบหน้านั้นอย่างชะงักงัน ความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนแล่นเข้ามาในหัวทันที
หญิงสาวที่มอบน้ำและยารักษาให้เขา ในวันที่เขาบาดเจ็บหนักและเกือบตาย
“เป็นนาง” เขาพึมพำ
“ผู้มีพระคุณของข้า” โดยไม่ลังเล แม่ทัพเซียวเหยียน สั่งการทันที
“พานางกลับจวนแม่ทัพเดี๋ยวนี้ เรียกหมอด่วน!”
ภายในจวนแม่ทัพ กลิ่นยาสมุนไพรอบอวลไปทั่วห้อง หลี่เยวี่ยนอนนิ่งอยู่บนเตียง ผ้าพันแผลพันรอบลำตัวและแขน หมอโจวเพิ่งถอนเข็มออก
“นางรอดแล้ว แต่ร่างกายอ่อนแอมาก หัวใจบอบช้ำรุนแรง ต้องพักฟื้นยาว” เซียวเหยียนพยักหน้า
“ดูแลให้นางดีที่สุด ใช้ยาดีที่สุด” เมื่อทุกคนถอยออกไป ในห้องก็เหลือเพียงสองคน แม่ทัพผู้เคยยืนอยู่กลางสนามรบ กลับนั่งอยู่ข้างเตียงอย่างเงียบงัน
เซียวเหยียนค่อย ๆ เช็ดเหงื่อบนหน้าผากของหลี่เยวี่ย มือหยาบจากการจับดาบ สั่นไหวเล็กน้อย
“ครั้งหนึ่งเจ้าเคยช่วยข้าไว้” เขาพูดเสียงต่ำ
“วันนี้ถึงคราวที่ข้าต้องตอบแทนเจ้าบ้าง” หลี่เยวี่ยขยับเล็กน้อย ริมฝีปากซีดขาวสั่นไหว
“ลูก…” นางพึมพำเบา ๆ น้ำตาไหลออกจากหางตา
“ลูกของข้า อย่าทำลูกของข้าเลย”
เซียวเหยียนชะงัก สีหน้าเข้มแข็งแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด เขาเอื้อมมือไปจับมือของนางไว้แน่น
“ไม่เป็นไร เจ้าอยู่ที่นี่แล้ว ไม่มีใครทำร้ายเจ้าได้อีก”
ตลอดทั้งคืน แม่ทัพเซียวเหยียนไม่ได้ลุกจากข้างเตียงแม้แต่น้อย เขาคอยดูแลนางอย่างใกล้ชิดแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ไม่มีเกราะ ไม่มียศศักดิ์ มีเพียงชายคนหนึ่งที่เฝ้ารักษาชีวิตหญิงสาวคนหนึ่งอย่างสุดหัวใจ และสำหรับหลี่เยวี่ย นี่คือครั้งแรก หลังจากถูกทรยศและทำลายจนสิ้น ที่โชคชะตาได้ยื่นมือใครคนหนึ่งมาช่วยนางอีกครั้ง
แสงเช้าสีหม่นลอดผ่านม่านบาง ภายในห้องเงียบงัน มีเพียงกลิ่นยาสมุนไพรที่ยังไม่จางหาย
หลี่เยวี่ยค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ภาพเพดานไม้ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในสายตา
ร่างกายหนักอึ้ง หัวใจว่างเปล่า นางขยับมือโดยไม่รู้ตัว วางลงบนหน้าท้องว่างเปล่า หัวใจเต้นผิดจังหวะ ลมหายใจติดขัดในทันที
ภาพเหตุการณ์ทุกอย่างชัดเจน และความทรงจำของนางได้กลับมาหมดแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง
“ลูก” เสียงของนางแผ่วราวกับเศษลม ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว
แม่ทัพเซียวเหยียนก้าวเข้ามา เมื่อเห็นว่านางฟื้นแล้ว สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นความยินดีในทันที
“เจ้า” เขารีบเดินเข้าใกล้
“อย่าขยับมาก ร่างกายของเจ้ายังอ่อนแออยู่” หลี่เยวี่ยไม่มองเขา เพียงมองหน้าท้องของตนเอง ดวงตาสั่นไหว
“ลูกของข้า” นางเอ่ยเสียงเบา แต่เจ็บปวดราวกับถูกฉีกหัวใจ
เซียวเหยียนชะงัก มือที่ยื่นออกไปค้างอยู่กลางอากาศ
