บท
ตั้งค่า

3

“ขอบใจ เจ้าเหนื่อยแล้ว” อาเซียงก้มหน้าตอบอย่างนอบน้อม

“เป็นหน้าที่ของข้าเจ้าค่ะ ท่านขุนนางกำชับไว้ว่า ต้องดูแลคุณหนูอย่างใกล้ชิด ห้ามให้ขาดยา ห้ามออกไปข้างนอกโดยพลการ” คำพูดนั้นฟังดูเหมือนห่วงใย แต่แท้จริงคือกรงที่มองไม่เห็น

ตั้งแต่อาเซียงมาอยู่ ประตูเรือนก็ถูกปิดแน่น แขกจากภายนอกไม่มีใครได้พบ แม้แต่ข่าวลือเล็กน้อยจากตลาดก็ไม่หลุดรอดเข้ามา

หลี่เยวี่ยไม่เคยสงสัย นางเชื่อว่าเซิ่นอวิ๋นเฉิง ทำเช่นนี้เพราะเป็นห่วง เพราะกลัวนางเหนื่อย

ยามค่ำ นางมองตะเกียงที่ใกล้ดับ พลางคิดถึงสามี

“วันนี้เขาคงยุ่งมาก…” หลี่เยวี่ยพึมพำกับตนเอง

“เข้ารับตำแหน่งแล้ว คงเหนื่อยไม่น้อย” มือบางลูบหน้าท้องอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มอ่อนโยนแต้มอยู่บนริมฝีปาก

นางไม่รู้เลยว่า ในค่ำคืนเดียวกันนั้น เซิ่นอวิ๋นเฉิง กำลังยืนอยู่ในจวนเสนาบดี เคียงข้างหลินซูเหยียน

ท่ามกลางคำแสดงความยินดีไม่ขาดสาย และไม่รู้เลยเช่นกันว่า หญิงรับใช้ที่ชื่ออาเซียง ไม่ได้มีหน้าที่เพียง “ดูแล” แต่มีหน้าที่ ปิดหู ปิดตา และปิดหัวใจของนางจากความจริงทุกอย่าง

ภายใต้หลังคาเดียวกันของเมืองหลวง คนหนึ่งกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ อีกคนหนึ่ง กำลังถูกผลักออกจากโลกเดิมโดยไม่รู้ตัว

แสงแดดยามบ่ายส่องลอดหน้าต่างไม้เข้ามาในเรือนอิฐชานเมือง ลมอ่อน ๆ พัดผ้าม่านไหวเบา ๆ

หลี่เยวี่ยนั่งอยู่ข้างโต๊ะไม้ตัวเดิม ในมือคือผ้าฝ้ายสีอ่อน ปักลวดลายดอกเหมยเล็ก ๆ อย่างตั้งใจ นี่คือเสื้อผ้าชิ้นแรก สำหรับลูกน้อยของนาง ปลายนิ้วที่เคยเรียบเนียนเป็นรอยด้านจากเข็มและด้าย แต่หลี่เยวี่ยกลับยิ้มอ่อนโยน ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนหวาน

“อีกไม่นานแล้วนะ พ่อของเจ้ากำลังจะมั่นคง ทุกอย่างจะดีขึ้น” นางพึมพำกับหน้าท้องที่นูนชัด เข็มปักเคลื่อนช้า ๆ ทุกฝีเข็มเต็มไปด้วยความหวัง

ด้านหลัง นางได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ อาเซียงยกถาดน้ำชาเข้ามา วางลงอย่างเงียบเชียบ

“คุณหนู อย่าปักนานเกินไปนักนะเจ้าค่ะ ท่านขุนนางกำชับไว้ ให้ดูแลคุณหนูให้ดี” หลี่เยวี่ยเงยหน้าขึ้น พลางยิ้มให้

“ไม่เป็นไร ข้าอยากทำให้ลูกด้วยตนเอง” อาเซียงก้มหน้า ไม่สบตา

“วันนี้ ข้างนอกวุ่นวายนัก”

“คงเป็นเรื่องรับตำแหน่งของเซิ่นอวิ๋นเฉิงกระมัง”

หลี่เยวี่ยกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

“เขาคงเหนื่อย ข้าไม่ชอบความวุ่นวาย จะรอเขาอยู่ในบ้านนี่แหละ” อาจเพราะมีอาการแพ้ท้อง เวียนหัว อ่อนเพลียอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นการพักผ่อนอยู่ในบ้านจึงรู้สึกปลอดภัยกว่าการเดินออกไปข้างนอก อีกอย่างหากต้องการอะไรอาเซียงก็จะรีบกุลีกุจอไปจัดหาให้ นางจึงไม่ต้องขวนขวายออกไปซื้อเอง เรียกว่าอาเซียงคอยอำนวยความสะดวกให้ตลอด ความใส่ใจของสามีทำให้นางซาบซึ้งใจเป็นที่สุด

อาเซียงเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อได้ยินประโยคนั้น ก่อนจะถอยออกไปอย่างเงียบงัน

ในเวลาเดียวกันนั้น ภายในจวนเสนาบดีหลิน โคมแดงนับร้อยแขวนเรียงราย เสียงดนตรี เสียงหัวเราะ และคำอวยพรดังไม่ขาดสาย วันนี้คือวันสมรสของ เซิ่นอวิ๋นเฉิง จองหงวนหนุ่มแห่งราชสำนักกับหลินซูเหยียน บุตรสาวคนโตของเสนาบดีหลิน แขกเหรื่อต่างสวมเสื้อผ้าหรูหรา ต่างกล่าวยินดีไม่หยุดปาก

“เหมาะสมยิ่งนัก!”

“อนาคตต้องรุ่งเรืองแน่นอน!” เสนาบดีหลิน ยืนยิ้มอย่างพอใจ มองบ่าวสาวที่คารวะตามพิธีหน้าระรื่น

หลินซูเหยียนในชุดเจ้าสาวสีแดงสด งดงาม สง่า ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้ม ขณะที่เซิ่นอวิ๋นเฉิง ยืนเคียงข้างนาง สีหน้าสงบนิ่ง มีมาดของขุนนางหนุ่มเต็มตัว

เมื่อพิธีสิ้นสุด โคมแดงถูกจุดสว่างไสวยิ่งกว่าเดิม ห้องหอถูกจัดเตรียมอย่างวิจิตร กลิ่นธูปหอมอบอวล

เซิ่นอวิ๋นเฉิงก้าวเข้าไปในห้อง ตามด้วยหลินซูเหยียน ม่านเตียงถูกปิดลงช้า ๆ เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังลอดออกมา

สมรสนี้มีทั้งเกียรติ มีทั้งอำนาจ และมีทุกอย่างที่เขาต้องการ แต่ไร้ซึ่งความจริงใจ

กลับมายังเรือนอิฐ ยามเย็นคล้อยต่ำ แสงแดดเปลี่ยนเป็นสีทองหม่น หลี่เยวี่ยวางเข็มปักลง เสื้อผ้าเด็กชิ้นเล็กเสร็จสมบูรณ์แล้ว นางยกมันขึ้นแนบอก ยิ้มบาง ๆ อย่างพึงพอใจ

“พ่อเจ้าคงดีใจ เมื่อกลับมาเห็น” นางกระซิบ โดยไม่รู้เลยว่าในค่ำคืนเดียวกัน สามีของนางกำลังอยู่ในห้องหอของหญิงอื่น ท่ามกลางโคมแดงและคำอวยพรของผู้คนทั้งเมือง ด้ายแดงสองเส้น ถูกผูกไว้คนละปลาย เส้นหนึ่งผูกไว้กับหัวใจของแม่ผู้รอคอย อีกเส้นหนึ่งถูกผูกไว้กับอำนาจและชื่อเสียง และในความเงียบงันของเรือนชานเมือง ที่โชคชะตากำลังจะกระชากความจริงออกมาในไม่ช้า

ยามเย็นลมหนาวพัดแผ่วผ่านเรือนอิฐชานเมือง กลิ่นอาหารหอมกรุ่นลอยอบอวลไปทั่วลานเล็กหน้าบ้าน

หลี่เยวี่ยนั่งอยู่บนม้านั่งไม้ มือวางบนหน้าท้องอย่างเคยชิน ดวงตาอ่อนโยนจับจ้องไปยังอาหารตรงหน้า มีทั้งซาลาเปาเนื้อนุ่ม ซุปไก่ตุ๋นสมุนไพร และขนมหวานจากร้านดังในเมืองหลวง ทั้งหมดนี้เซิ่นอวิ๋นเฉิงเป็นผู้นำมาให้

เขานั่งอยู่ตรงข้ามนาง สีหน้าผ่อนคลายกว่าหลายวันที่ผ่านมา ข่าวที่ภรรยาปิดบังเอาไว้ว่าตั้งครรภ์เพื่อรอให้ประหลาดใจปิดไม่มิดอีกต่อไปเมื่อหน้าท้องนูนนั้นป่องขึ้น

เขาดีใจจนออกนอกหน้าเมื่อรับรู้ว่าภรรยากำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา

“เจ้าอยู่แต่ในบ้าน คงเบื่อ ข้าเลยซื้อของพวกนี้มาให้” หลี่เยวี่ยยิ้มทันที

“ท่านไม่จำเป็นต้องลำบากเช่นนี้ก็ได้”

“เจ้าเป็นภรรยาของข้า” เซิ่นอวิ๋นเฉิง กล่าวเสียงราบเรียบนุ่มนวล

“ข้าควรดูแลเจ้าให้ดี” คำพูดนั้นทำให้นางอบอุ่นใจยิ่งนัก

โดยไม่รู้เลยว่า “ภรรยา” ไม่ได้หมายถึงนางเพียงผู้เดียวอีกต่อไป

อาเซียงยืนอยู่ไม่ไกล คอยจัดถ้วยชามอย่างเงียบ ๆ สายตาเหลือบมองนายของตนอย่างระแวดระวัง

“ท่านกินด้วยกันเถิด” หลี่เยวี่ยเชิญ

“อาหารยังร้อนอยู่” เซิ่นอวิ๋นเฉิงลังเลเล็กน้อย

ก่อนจะพยักหน้า นั่งลงร่วมโต๊ะกับนาง ภาพนั้นหากมองจากภายนอก ช่างเหมือนสามีภรรยาธรรมดาที่อบอุ่น แต่ไม่ไกลจากเรือนหลังนั้น

ใต้เงาต้นไม้ใหญ่ หญิงสาวผู้หนึ่งยืนกดหมวกคลุมหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยความเย็นชา

หลินซูเหยียน ภรรยาที่ได้รับการแต่งตั้ง บุตรสาวเสนาบดีหลิน นางสะกดรอยตามมาดูสามีเมื่อเห็นว่าเขามักหายออกจากบ้านมา เมื่อระแคะระคายก็ต้องมาดูด้วยตนเอง หลังจากเริ่มสงสัยว่าเหตุใดสามีจึงมักออกจากจวนยามค่ำคืน และกลับมาในเวลาดึกดื่นเสมอ เมื่อเห็นเขานั่งอยู่กับหญิงตั้งครรภ์ในเรือนเรียบง่าย เห็นสายตาที่เขามองหญิงผู้นั้น หลินซูเหยียนก็กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ

“เลี้ยงหญิงอื่นไว้จริง ๆ ” นางพึมพำด้วยเสียงเย็นเยียบ สายตาคมกริบจับจ้องไปที่หลี่เยวี่ย

จากเสื้อผ้าเรียบง่าย จากท่าทางอ่อนโยน จากหน้าท้องที่นูนชัด ความอิจฉาและความโกรธพุ่งขึ้นในอกทันที

หญิงต่ำต้อยเช่นนี้ กล้าชิงความสนใจของสามีข้า หลินซูเหยียนหัวเราะเบา ๆ อย่างไร้อารมณ์ ในดวงตามีเพียงความคิดอันมืดดำ

“ในเมื่อเจ้าเลือกจะซ่อนนางไว้ ก็อย่าหวังว่านางจะมีจุดจบที่ดี” นางหันหลังจากไปอย่างเงียบเชียบ แต่ในใจมีแผนร้ายและได้เริ่มก่อตัวขึ้นแล้ว

กลับมายังเรือน เซิ่นอวิ๋นเฉิงลุกขึ้นหลังรับประทานเสร็จ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel