ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด

40.0K · จบแล้ว
หรงเย่า/นาย่า/สุราพันจอก
35
บท
4.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

‘ซูอวี่ฉี’ กับ ‘ซูม่านฉี’ แม้เป็นเด็กกำพร้า แต่โชคดีที่ผู้เป็นนายรักและเมตตา เมื่อเจินอี๋เหนียงแต่งเข้าจวนปั๋วทางประตูข้าง พวกนางที่เป็นสาวใช้ข้างกายก็ยังนับว่าชีวิตสุขสบายไร้กังวล เดิมทีคิดว่าชาตินี้มีนายที่ประเสริฐ มีพี่น้องที่รักจริงใจ ทว่าเพียงข้ามคืนหลังติดตามซูม่านฉีไปเยี่ยมบ้านเดิม ทุกอย่างกลับพังทลายลงไม่หลงเหลือชิ้นดี!!! กว่าจะรู้ตัวว่าซูม่านฉีหลอกใช้ ซูอวี่ฉีก็กลายเป็นสตรีแพศยา ถูกตราหน้าว่าแย่งคนรักของสหายที่เติบโตมาด้วยกัน! ซูอวี่ฉี จำต้องแต่งให้ ‘มู่จวิ้น’ ไม่เพียงเพื่อรักษาหน้าตัวเอง แต่ต้องรักษาหน้าให้ผู้เป็นนาย นางเข้าใจที่เขาเย็นชา นางเข้าใจเขาที่เขารังเกียจ นางเต็มใจที่จะให้เขาเขียนหนังสือหย่าขาดให้ ถึงกระนั้นนางก็มิใช่คนที่จะยอมถูกหลอกใช้ถูกรังแกเพียงฝ่ายเดียว!! ก่อนไปจากที่นี่นางจะต้องฉีกกระชากหน้ากากแสนดีของซูม่านฉี ทำให้ผู้อื่นตระหนักว่านางมิใช่สตรีแพศยา แต่นางเป็นคนที่ถูกกระทำ!! วันเวลาผันผ่านชีวิตสงบสุขมีอันต้องแปรเปลี่ยน อาการคลื่นเหียน หน้าท้องที่นูนป่อง ถามว่านางเสียใจหรือไม่ ก็ไม่ แม้อาจกล่าวได้ว่าบุตรในครรภ์ของนางต้องไร้บิดา...

นิยายจีนโบราณจีนโบราณแต่งงานแทนแต่งงานก่อนรักนิยายย้อนยุคพาลูกกหนีคนในใจแฟนเก่ายกโทษ/โอกาสอีกครั้งพึ่งพาตัวเอง

บทที่ 1.1

ตั้งแต่อายุห้าขวบ... อาฉีก็เรียนรู้ว่าชีวิตนี้ขึ้นอยู่กับโชคชะตา ตั้งแต่จำความได้นางตระหนักรู้เพียงว่าชีวิตของนางเกิดมาพร้อมโชคร้าย ชะตากรรมที่เต็มไปด้วยการหักหลัง ความพลัดพราก การต้องดิ้นรนเพื่อปากท้อง ต้องเอาตัวรอดโดยไม่ต้องคำนึงถึงผู้อื่น

เมื่อตอนอายุหกขวบ... นางไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดท่านพ่อ ท่านแม่ จึงหายไปไม่กลับมาอีก กระทั่งท่านลุงกับท่านป้ารับนางไปอยู่ด้วย อีกทั้งพวกเขายังได้ที่ดินของท่านพ่อไปครองแลกกับการเลี้ยงดูนาง

อายุเจ็ดขวบ... เกิดโรคระบาดท่านป้าตั้งครรภ์ เพราะไม่มีปัญญาหาเลี้ยงนาง ท่านลุงท่านป้าขายนางให้กับหอนางโลมโดยไม่ลังเล ปลอบนางว่าที่น่ะมีข้าวกิน มีที่นอน มีเสื้อผ้าอบอุ่นสวมใส่

ขณะกำลังจะถูกลากเข้าไปในหอนางโลม ตัวนางที่สกปรกมอมแมมถูกลาก ถูกกระชาก ถูกด่าทอว่าไม่กตัญญู นางไม่ได้ร้องไห้ เพียงยืนมองท่านป้าชี้หน้าด่าทอว่าสิ้นเปลืองเพราะนาง และเพียงเพราะนางบอกว่าไม่อยากเข้าไปในสถานที่แห่งนั้น... นางกลับถูกตบหน้าจนบวมเป่ง

รถม้าคันหนึ่งแล่นผ่านมา... แสงสว่างเดียวของอาฉี คุณหนูจวนคหบดีที่มั่งคั่งและร่ำรวย นางหยิบยื่นชีวิตใหม่ให้อาฉี มอบนามและแซ่ใหม่ให้นับตั้งแต่วันนั้น วันต่อนางก็ไม่ใช่อาฉีแล้ว ไม่ใช่เด็กกำพร้าโชคร้าย แต่กลายเป็น... ‘ซูอวี่ฉี’ สาวใช้ตัวน้อยที่จะต้องอยู่เคียงข้างคุณหนูเจิน เจินเหม่ยจู

แซ่ซู...มาจากแม่นมซูผู้ใจดี นอกจากนางยังมีเด็กอีกคนที่ถูกรับเข้ามาพร้อมกัน นางเองก็แซ่ซู ‘ซูม่านฉี’ ชื่อตัวท้ายที่เหมือนกัน มาจากอักษรเดียวกัน แม่นมซูสั่งสอนให้พวกนางรักใคร่และช่วยกันดูแลปกป้องคุณหนู กลายเป็นพี่น้องที่แม้ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน แต่ที่ต้องจดจำก็คือพวกนางจะต้องรักใคร่และช่วยเหลือกันและกันนับจากวันนี้

นางถูกรังแก...ซูม่านฉีออกหน้าเอาคืนให้

ซูม่านฉีถูกลงโทษ...นางเองก็ไม่ทอดทิ้ง ยอมถูกลงโทษไปอีกคน บางครั้งยังปิดปากเงียบไม่บอกหากซูม่านฉีทำผิด เป็นเหตุให้ถูกลงโทษทั้งสองคน

ในจวนตระกูลเจินไม่ได้มีเพียงคุณหนูของพวกนางเท่านั้น แต่ยังมีคุณหนูคนอื่นๆ และสาวใช้ของพวกนางที่โตกว่า ชอบหาเรื่องสาวใช้เรือนอื่นที่เด็กกว่า ดังนั้นทั้งซูอวี่ฉีและซูม่านฉีล้วนต้องระมัดระวังตัว

แรกๆ นางรู้สึกประหลาดใจ ในจวนหรูหรา มีกินมีใช้ ทว่าเพราะอะไรบรรดานายของจวนกลับชอบทะเลาะกัน หลังๆ จึงได้เข้าใจว่าการแก่งแย่งความโปรดปราน สำคัญต่อการอยู่รอดของสตรีเรือนหลัง หากไม่ได้รับความสำคัญก็จะอยู่ในจวนอย่างยากลำบาก ขอเพียงมีตัวตนในจวนไม่ว่าอะไรที่อยากได้ล้วนได้มา

ซูอวี่ฉี ซูม่านฉี เผลอเพียงพริบตาจากเด็กน้อยไม่ประสา วันนี้ก็อยู่ข้างกายผู้เป็นนายอย่างเจินเหม่ยจูครบห้าปี

วันนี้...จวนตระกูลเจินพาบุตรสาวออกไปร่วมงานเลี้ยง ใต้เท้าแห่งศาลต้าหลี่จัดงานเลี้ยงที่จวน นัยหนึ่งก็คืออยากให้บุตรชายได้ดูตัวกับบุตรสาวจวนต่างๆ ส่วนนายท่านเจินเองก็อยากได้เส้นสายของขุนนาง ทั้งนี้ก็เพื่อให้การทำการค้าสะดวกขึ้น

ซูอวี่ฉีเห็นว่าซูม่านฉีอยากไป อีกทั้งครั้งนี้ผู้เป็นนายพาสาวใช้ไปด้วยได้เพียงคนเดียว เช่นนางจึงยอมรั้งอยู่เฝ้าเรือน ให้ซูม่านฉีติดตามเจินเหม่ยจูไปร่วมงานเลี้ยง นึกไม่ถึง...คุณชายจวนปั๋วจะต้องตาคุณหนูของพวกนาง!!!

ซูม่านฉีไม่เพียงบอกข่าวดีนี้กับนางเท่านั้น แต่อีกฝ่ายยังตื่นเต้นดีใจที่บังเอิญได้พบกับพี่ชายที่รู้จัก ทั้งสองเคยอยู่หมู่บ้านเดียวกัน รู้จักกันมานานตั้งแต่เด็กๆ

อีกทั้งท่าทีเขินอายของซูม่านฉี ยามที่เอ่ยถึงเขาก็ทำให้นางตระหนัก สหายของนางเติบโตเป็นสาวแล้ว ทั้งยังรู้จักมีใจให้บุรุษ!!!

พวกนาง...อายุสิบสองย่างเข้าสิบสามปี ขณะติดตามผู้เป็นนายเข้าไปในจวนปั๋ว เจินเหม่ยจูกลายเป็นอนุของถานซื่อจื่อจวนปั๋ว เป็นทายาทผู้สืบทอดตำแหน่งท่านปั๋ว อนาคตของเจินเหม่ยจูนี้ แม้ไม่ใช่นายหญิงของจวน ทว่าซื่อจื่อก็นับว่ารักและเอ็นดูนางอยู่มาก ในจวนนางจึงไม่ได้ถูกดูแคลนหรือถูกรังแก

นอกจากซูอวี่ฉีและซูม่านฉีแล้ว ยังมีสาวใช้อีกสามคนติดตามมาด้วย นัยว่าเป็นสินเดินจากจวนตระกูลเจิน ไม่รวมทรัพย์สินมากมายของคหบดีตระกูลเจิน ทางหนึ่งก็เพื่ออวดเบ่งถึงความมั่งคั่ง อีกทางก็เพื่อไม่ให้บุตรสาวน้อยเนื้อต่ำใจ ด้วยอย่างไรนางก็นับได้ว่าเป็นชนชั้นต่ำสำหรับชนชั้นสูง การแบ่งชนชั้นอย่างไรก็ยังน่ากลัวเสมอ

เหล่าชนชั้นสูง ก็มองว่าขุนนางที่ยศต่ำกว่า เป็นคนที่ไม่คู่ควรให้ความสำคัญ