บทที่ 9 ออกจากเมือง
เรนิสอยู่ที่นี่ต่ออีกหนึ่งอาทิตย์ตามที่ได้กะระยะเวลาเอาไว้ เขาสอนเวทมนตร์ให้มาร์คอตแบบหลักสูตรไม่รีบร้อนเหมือน 3 วันก่อนรับตำแหน่ง เพราะถ้าหมดอาทิตย์นี้ถึงเรนิสจะกลับปราสาทไปแล้ว แต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่กลับมาเมืองนี้อีกเลย เรนิสจะกลับมาบ่อยๆเพื่อสอนมาร์คอตให้จบ ถึงแค่นี้จะไม่มีใครสู้เขาได้แล้วก็ตาม นี่ก็เพื่อเอาไว้ปกป้องเมืองนี้นั่นแหละ
ส่วนเหล่าตำรวจที่จะอยู่เมืองนี้ต่อ เรนิสลงมาสอนด้วยตัวเองจนฝีมือพัฒนาไปไกลโข เผลอๆเก่งกว่ามาร์คอตด้วยเพราะพวกเขามีแรงแค้นจากการโดนดูถูกมานาน อย่างที่รู้สายตาคนภายนอก โอเมก้าไม่มีประโยชน์อะไรยกเว้นขายตัว อะไรที่จะลบคำดูถูกได้พวกเขาพร้อมทำ
เรนิสจะออกกฎหมายให้อาชีพขายตัวเป็นอาชีพถูกกฎหมายและมีเกียรติไม่ต่างจากอาชีพอื่นแต่ต้องเป็นความสมัครใจนะ ไม่ใช่บังคับเหมือนทุกวันนี้
ก่อนที่เรนิสจะไปมาร์คอตก็แต่งตั้งลีน่าเป็นผู้ช่วยเจ้าเมือง ทั้งสองเข้ากันได้ดีมากจนเรนิสอดคิดไม่ได้ว่าจะมีข่าวดีเร็วๆนี้
เรนิสมอบเงินที่อยู่ห้องใต้ดินของเจ้าเมืองคนก่อนให้มาร์คอต บอกให้เขาเอาไปพัฒนาเมือง ถ้าเป็นคนอื่นเรนิสคงต้องบอกและทำให้ดูก่อนว่าจะพัฒนายังไง แต่เพราะมาร์คอตคือคนที่เขาใช้เวทถ่ายทอดความรู้ให้แล้ว เรนิสจึงไว้ใจว่ามันจะออกมาดี
เดี๋ยวต้องกลับมาดูความคืบหน้าในเดือนหน้า...
เรนิสบินกลับมาที่ปราสาทพร้อมทั้งแบกดยุก ที่ปรึกษา เนเน่ วาวา ริน และโอเมก้าอีก 14 คน ถ้าเป็นปกติก็คงเหนื่อยนั่นแหละ แต่เรนิสพลังเพิ่มขึ้นจากแต่ก่อนจนตอนนี้จะขนอีก 100 คนก็ไม่เหนื่อยแล้ว
ชื่อ : เรนิส เกรย์เวล
สถานะ : ราชินีประเทศโซฟิโอล่า
พลังธาตุ : ดิน (Lv.30) น้ำ (Lv.30) ลม (Lv.30) ไฟ (Lv.30) น้ำแข็ง (Lv.30) แสง (Lv.30) ไม้ (Lv.30) มืด (Lv.30) มายา (Lv.30)
เสเน่ห์ : (Lv.17) [คุณสมบัติพิเศษ : อัตราการโดนปฏิเสธน้อยลง 15 % บรรยากาศรอบตัวน่าหลงใหล(Lv.15) กลิ่นอายทรงอำนาจ (Lv.17)]
เพศ : โอเมก้า - ชาย
อายุ : 18
หลังจากที่เรนิสกลับมาที่ปราสาทเขาก็ร่างกฎหมายฉบับแรกขึ้นในในประเทศนี้ ที่นี่น่ะไม่มีกฎหมายอย่างเป็นทางการหรอกนะ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับขุนนางและราชวงศ์ ถ้าราชวงศ์ว่าดีขุนนางก็ว่าดี ขุนนางว่าดีประชาชนก็ต้องว่าดี เวลามีใครทะเลาะกันเจ้าเมืองจะเป็นคนตัดสิน และส่วนมากจะลำเอียงถ้าสนิทกับเจ้าเมืองหน่อยจะกร่างทำอะไรก็ได้ ถ้าเป็นโอเมก้ายิ่งไม่มีสิทธิเถียง ส่วนเบต้าก็ไม่มีวันชนะอัลฟ่า
ถ้ามีกฎหมายมาช่วยความลำเอียงนี้จะไม่เกิดขึ้นเพราะถ้าตำรวจไม่ทำตามก็สามารถโดนแจ้งข้อหาไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ได้
ตึก!!
ประทับตราเป็นอันเสร็จ
-ห้ามผู้ใดก็ตามฆ่าบุตรของตัวเองไม่ว่าจะเป็นเพศอะไรก็ตาม ทำผิดมีโทษจำคุก 10 ปีหรือประหารชีวิต
-ห้ามขายบุตรตัวเองเด็ดขาดไม่ว่าบุตรจะเต็มใจหรือไม่ ถ้าทำผิดมีโทษจำคุก 10 ปี
-ห้ามมีเพศสัมพันธ์กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี หากกระทำผิดมีโทษจำคุก 5 ปี
-ห้ามข่มขืนหากกระทำจะจำคุก 5 ปีปรับ 50,000-500,000เหรียญ ฉีดยาเพื่อให้เสื่อมสภาพทางเพศ
-ชาวบ้านต้องมีการเลือกตั้งเจ้าเมืองในเมืองของตัวเองผ่านการโหวต โดยผู้ที่มีสิทธิโหวตคือชาวบ้านที่เกิดในเมืองนั้นๆและมีชื่อในทะเบียนราษฎรทั้งในเมืองและรายชื่อในอาณาจักร โดยทุกเพศมีสิทธิเลือกตั้ง และห้ามบังคับใครให้โหวตเลือกตัวเอง คนที่เราชอบโดยเด็ดขาด ต้องโหวตโดยสมัครใจเท่านั้น
-หากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่กระทำตามหน้าที่ มีโทษ จำคุก 1-3 ปี
-ห้ามค่าทาส ทำผิดจำคุก 10-15 ปี หรือปรับ 500,000 – 1,000,000 เหรียญ
และอีกมากมายที่กฎหมายในโลกที่แล้วใช้กันในสากล
“คิวรัน เอากฎหมายนี่ส่งไปให้เจ้าเมืองทุกคนด้วยนะ”
“องค์ราชินี ท่านบอกว่าตำแหน่งที่เรียกว่าตำรวจจะเป็นคนดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด แต่ตอนนี้ตำรวจมีแค่เมืองเมาตันเองนะครับ”
“ข้าก็จะลงไปแต่งตั้งให้เดี๋ยวนี้แหละ ก่อนจะถึงตอนนั้นหน้าที่นี้ก็ยกให้เจ้าเมืองจัดการไปก่อนล่ะกัน”เวลาจะพัฒนาอะไรมันต้องเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป
เรนิสอ่านจดหมายของมาร์คอตที่ส่งมาเมื่อเช้า เขาบอกว่าพึ่งสร้างสถานีตำรวจและกรงขังเสร็จ ตอนนี้กำลังเกณฑ์คนมาเป็นตำรวจเพิ่ม
ถ้าถามว่าเงินเดือนตำรวจใครเป็นคนจ่าย จะบอกว่าเรนิสจ่ายก็ไม่เชิง ภาษีที่เก็บจากชาวบ้านเมืองนั้นทั้งเมืองนั้นแหละที่เอามาจ่าย
เรนิสสังเกตว่าช่วงนี้เบริเวอร์เงียบผิดปกติ อย่างน้อยวันหนึ่งเขาต้องด่าหรือโวยวายเรนิสแล้ว แต่ตั้งแต่กลับมาจากเมืองเมาตัน เขาก็ดูเงียบๆ แถมขอเข้าไปอ่านหนังสือในห้องสมุดหลวงเป็นวันๆ ส่วนคิวรันก็เป็นไปกับเขาด้วย หลังจากทำงานที่เรนิสมอบหมายเสร็จ เขาก็หายเข้าไปในห้องสมุดกับเบริเวอร์
คิวรันไม่ใช่คนที่พูดมากอยู่แล้วปกติเขาจะพูดแต่เรื่องที่จำเป็นและเรื่องงาน เรนิสจึงดูไม่ค่อยออกรู้แค่ว่าช่วงนี้ดูจะขยันผิดปกติ ตกลงสองคนนี้เป็นอะไรไปน่ะ เรนิสเกาหัว สงสัยช่วงนี้อากาศเปลี่ยนอารมณ์คนก็คงเปลี่ยนไปด้วย...มั่ง
เบริเวอร์ คอนติน พาร์ท
ตั้งแต่เจอราชินี ความคิดเกี่ยวกับโอเมก้าของเขาก็เปลี่ยนไป...อย่างสิ้นเชิง เขาถูกปลูกฝังมา 15 ปีนับตั้งแต่เกิดว่าโอเมก้าไร้ประโยชน์ มีดีแค่มีลูกง่าย และเอาไว้บำเรอเท่านั้น เขาจึงนึกดูถูกราชินีคนนี้อยู่ตลอดเวลา
แต่เมื่อเห็นการทำงาน ความใส่ใจ และคิดถึงประชาชนของราชินี เขาบอกได้เลยว่าคนๆนี้สุดยอด เขาสามารถสอนให้เบต้าพ่อค้าธรรดาเป็นเจ้าเมืองได้ แถมยังเป็นเจ้าเมืองที่ดีด้วย เขาเคยเห็นที่ปรึกษาคิวรันลองไปถามลองภูมิกับมาร์คอตคนนั้น พบว่าเขาฉลาดมากและมีความรู้พอที่จะปกครองคน
แถมคิวรันแอบทดสอบมาร์คอตลับหลังองค์ราชินีหลังจากเขารับตำแหน่งเจ้าเมือง ราชินีสามารถทำให้เบต้าธรรมดามีความรู้ ความสามารถ และทักษะทางด้านเวทมนตร์ขนาดนี้ได้ยังไง แถมยังคิดกฎหมายครอบคลุมและรอบคอบได้ตั้ง 500 กฎหมายใน 2 วัน
เขาพึ่งเห็นคิวรันส่งกฎหมายให้เจ้าเมืองทุกคนเมื่อเช้า กฎหมายนั่นไม่ใช่ว่าไม่มีใครคิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาก่อน อาณาจักรมหาอำนาจอย่างอังกฤษก็มีสิ่งที่เรียกว่ากฎหมาย เพียงแต่มันเอาไว้คุ้มครองราชวงศ์และขุนนาง ไม่มีอาณาจักรไหนมีกฎหมายคุ้มครองประชาชนมาก่อน
ราชินีคนนี้เป็นผู้ปกครองโดยแท้จริง เขาไม่สงสัยแล้วว่าทำไมท้องฟ้าในวันรับตำแหน่งถึงได้สดใสขนาดนั้น
เบริเวอร์รู้สึกกดดันมาก เขาคืออัลฟ่า เขาได้รับความรู้ ทักษะเวทมนตร์ทุกอย่างมาจากบิดาและโรงเรียน แต่กลับสู้องค์ราชินีที่เป็นโอเมก้าไม่ได้ ราชินีไม่ได้เรียน ไม่มีใครสอน ยังทำได้ขนาดนี้ แต่เขาดันทำอะไรไม่ได้เลย
นี่มัน...รู้สึกเสียหน้าสุดๆ
ข้าต้องเก่งกว่านี้ และมีความรู้มากกว่านี้!! ข้าต้องเอาชนะองค์ราชินีให้ได้
หลังจากคิดได้แบบนั้น เขาก็เข้าห้องสมุดทุกวัน แถมคิวรันเพื่อนร่วมอุดมการณ์ยังคิดแบบเดียวกับเขา เพราะหลังจากทำงานเสร็จก็เข้ามาเก็บตัวอ่านหนังสือด้วยกันทั้งวันซะงั้น
คิวรัน เฟรย์ พาร์ท
ตอนแรกคิวรันคิดว่าการมารับใช้ราชินีโอเมก้านั้นต้องมีอะไรวุ่นวายแน่ เขายังคิดจะหาทางก่อกบฏอยู่เลยในวันที่เห็นราชินีล้มทหารนับร้อย ถึงจะแข็งแกร่งก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นผู้ปกครองได้ การปกครองคนไม่ใช้แต่กำลังแต่เป็นสมองด้วย และดูเหมือนเขาจะคิดผิด ราชินีคนนี้มีทั้งสองอย่าง แข็งแกร่งและฉลาด
ถึงจะเห็นการทำงานไม่ได้มากนักเพราะพึ่งทำงานด้วยกันแค่ไม่กี่งาน แต่งานก็มีประสิทธิภาพมาก เขาเห็นก่อนที่ราชินีจะไปเมืองเมาตันซะอีก
ราชินีถามเขาถึงบัญชีที่ราชวงศ์จับจ่ายใช้สอย เมื่อก่อนหน้าที่ตรงนี้จะเป็นของที่ปรึกษาไม่ก็พ่อบ้านตามเห็นสมควรแล้วแต่พระราชา แต่ราชาคนที่แล้วให้พ่อบ้านจัดการ ราชินีอ่านบัญชีไปบ่นไปว่า
“มีแต่เบิกงบซื้อเครื่องประดับ ของมีค่า และค่าจัดงานเลี้ยง แล้วนี่อะไรน่ะ จะสร้างถังขยะต้องเบิกงบตั้งล้านเหรียญเลยเหรอ แล้วเงินตรงนี้มันหายไปไหนน่ะ แล้วทำไมรายรับรายจ่ายไม่ตรงกัน นี่มันบ้านอะไรเนี่ย!”
หลังจากบ่นไปไม่นาน องค์ราชินีก็เอามือกุมหัว แล้วก็บ่นพึมพำว่าราชาไร้ประโยชน์ขุนนางโง่เง่า คิวรันก็อยากเถียงว่าเขาก็เป็นขุนนางนะ แถมไม่ได้โง่ด้วย แต่ก็ต้องเงียบปาก พึ่งรับตำแหน่งต่อจากบิดาผลงานไม่มีซักอย่างจะเอาอะไรไปเถียง
สุดท้ายองค์ราชินีก็เขียนบัญชีขึ้นมาใหม่ มันทั้งเป็นระเบียบและอ่านง่าย รู้ว่าเงินส่วนนี้เบิกไปทำอะไรจ่ายเท่าไหร่ มีหลายสีแบ่งแยกเป็นสัดส่วนจะได้ไม่ลายตา คนๆนี้ทำได้ทุกอย่างรึไงนะ
“คิวรัน เจ้าเห็นบัญชีของข้าแล้วเข้าใจใช่ไหม”
“เข้าใจครับ มันอ่านง่ายมาก”
“ต่อไปนี้หน้าที่ของเจ้าคือดูแลบัญชีนี้ เบิกใช้ไปเท่าไหร่งบส่วนไหน เขียนให้หมด จะได้ตรวจสอบได้ง่าย”
“ครับองค์ราชินี”
หลังจากกลับจากเมืองเมาตัน เขาก็ยิ่งเห็นประสิทธิภาพการทำงานขององค์ราชินีคนนี้มากขึ้นแล้ว ดูเหมือนข้าต้องทำตัวมีประโยชน์มากกว่านี้ หลังจากนั้นเขาก็เข้าห้องสมุดไปเก็บตัวหาความรู้ใส่หัวทั้งวัน
ถึงเบริเวอร์จะคิดว่าเขาอยากเอาชนะองค์ราชินีให้ได้เหมือนกับตัวเองก็ได้
ใครจะเล่นเป็นเด็กแบบนั้น สิ่งที่สำคัญคือการกินอยู่ของประชาชนไม่ใช่การแข่งว่าใครเก่งกว่าต่างหาก
ดูเหมือนคิวรันจะซึมซับนิสัยราชินีไปโดยไม่รู้ตัวซะแล้ว
====================
