ตอนที่4 สตรีที่ท่านอ๋องตามหา2/2
“!!!” ไหลเยี่ยนฟางเงยหน้าขึ้นมองสตรีที่เอ่ยทัก ด้วยความตกใจ ทว่าเพียงชั่วพริบตาหญิงสาวก็ปรับสีหน้าเป็นปกติ ราวกับไม่รู้เรื่องรู้ราวอันใด
“ข้ามารับของที่สั่งเอาไว้ แล้วเจ้าล่ะมาทำอันใดอย่างนั้นหรือ” ไหลเยี่ยนฟางตอบพร้อมถามกลับทันทีด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ข้ามาเอาของขวัญที่ท่านพ่อสั่งทำเอาไว้ให้ท่านเยว่โหว” โต้วถานอินเอ่ยตอบ
ในใจของคุณหนูตระกูลโต้วรู้สึกผ่อนคลายขึ้น เมื่อเห็นท่าทีของไหลเยี่ยนฟางยังคงเป็นปกติ จึงคิดว่าสตรีสกุลไหลคงไม่ได้ยินคำพูดของนางกับสาวใช้เมื่อครู่
ทว่ายังไม่ทันที่ไหลเยี่ยนฟางกับโต้วถานอินจะเอ่ยอันใดกันต่อ เถ้าแก่เจ้าของร้านที่ไปนำของมาให้คุณหนูตระกูลไหลก็เดินเข้ามาเสียก่อน
“คุณหนูขอรับ นี่คือของที่ท่านสั่งเอาไว้เชิญตรวจดูได้เลยขอรับ”
โต้วถานอินหันไปมองกล่องที่อยู่ในมือของเถ้าแก่ ก่อนจะหันกลับมาเอ่ยกับไหลเยี่ยนฟาง
“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” เพียงพูดจบโต้วถานอินก็หมุนตัวเดินออกไป
ไหลเยี่ยนฟางมองตามแผ่นหลังของคุณหนูตระกูลโต้ว ‘หากสตรีคนอื่นที่ท่านอ๋องตามหามิใช่เจ้า ข้าคงต้องยกเลิกแผนการนี้ แต่เพราะเป็นเจ้าข้ายิ่งต้องเดินหน้าต่อ และไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ข้าจะต้องเป็นเพราะชายาของห้าวอันอ๋องให้ได้’
ซือซือสาวใช้คนสนิทของไหลเยี่ยนฟางเห็นเจ้านายของตนยืนมองคุณหนูตระกูลโต้วไม่กะพริบตา จนหลงลืมเถ้าแก่ที่ยืนรออยู่จึงเอ่ยเรียกเตือนสติคุณหนูของตน
“คุณหนูเจ้าค่ะ คุณหนู” ซือซือเอ่ยพลางกระตุกแขนเสื้อของผู้เป็นนายเบา ๆ
ไหลเยี่ยนฟางหันมามองซือซือก่อนจะหันไปยังเถ้าแก่ที่ยืนรออยู่ หญิงสาวรีบรับของมาตรวจดูก่อนจะเอ่ยชม พร้อมกับจ่ายเงินให้เถ้าแก่มากกว่าจำนวนที่ตกลงเอาไว้
หลังจากรับของเรียบร้อยแล้ว ไหลเยี่ยนฟางก็ขึ้นรถม้ากลับจวนทันที ตลอดทางนางได้แต่คิดว่าจะทำเช่นไรดีที่จะไม่ให้เฟยห้าวอันไปยังวัดเจียหลุน และจะมีวิธีไหนที่จะสามารถกลายเป็นพระชายาของห้าวอันอ๋อง ภายในวันเกิดของเยว่โหว เพราะในงานวันเกิดเยว่โหวนางเชื่อว่าโต้วถานอินคงมิกล้าเข้าหาเฟยห้าวอันเป็นแน่ เนื่องจากมีผู้หลักผู้ใหญ่อยู่มาก มิเช่นนั้นคุณหนูตระกูลโต้วคงไม่รอให้เฟยห้าวอันไปยังวัดเจียหลุน แต่หากผ่านวันเกิดของเยว่โหวไปแล้วโต้วถานอินจะต้องได้พบกับห้าวอันอ๋องอย่างแน่นอน และเขาจะต้องรู้ว่าโต้วถานอินคือสตรีที่เขาตามหาอยู่
วันเกิดของเยว่เยี่ยนคุน
“คุณหนูแน่ใจแล้วหรือที่เลือกจะทำเช่นนี้กับท่านอ๋อง ข้าน้อยว่าคุณหนูเปลี่ยนใจเถอะเจ้าค่ะ” ซือซือสาวรับใช้ของไหลเยี่ยนฟางตัดสินใจเอ่ยเตือนผู้เป็นนายครั้งสุดท้าย ก่อนที่คุณหนูของนางจะเดินตามแผนการที่วางเอาไว้
“ข้าตัดสินใจดีแล้ว เจ้าอย่าคิดเปลี่ยนใจข้าเลย” ไหลเยี่ยนฟางตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“แต่.....” ไม่ทันที่สาวใช้จะพูดต่อนางก็ถูกขัดขวางโดยสายตาของผู้เป็นนายเสียก่อน สาวใช้จึงได้แต่ถอนหายใจยาวก่อนจะทำหน้าที่ของตนตามเดิม
บุตรีคนโตตระกูลไหลมองสาวรับใช้ผ่านกระจก ใบหน้าสาวรับใช้คนสนิทบ่งบอกชัดว่ากำลังเป็นกังวล ไหลเยี่ยนฟางไม่ได้คิดโกรธเคืองเรื่องที่สาวใช้เอ่ย และรู้เจตนาที่ซือซือพูดเช่นนั้นดี เพราะนางเองก็รู้ถึงคำเล่าขานวีรกรรมของท่านอ๋องผู้นี้ แต่มีเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะทำความปรารถนาของนางให้เป็นจริงได้ ดังนั้นมิว่าเขาจะเป็นคนเช่นไร นางก็ได้แต่จำใจต้องยอมรับมัน แต่อีกใจหนึ่งนางก็ภาวนาให้ข่าวลือที่นางได้ยินมาเป็นเพียงลมปากของพวกขี้นินทาที่หาเรื่องพูดไปวัน ๆ เท่านั้น
การที่ท่านอ๋องผู้นี้ไปประจำการอยู่ที่ชายแดน และนาน ๆ ทีจะกลับมายังเมืองหลวง ทำให้หลายคนรู้จักเขาน้อยมาก คงมีเพียงชื่อเสียงที่โหดเหี้ยมไร้มารยาทของเขาเท่านั้นที่ผู้คนกล่าวถึง แต่ความจริงบุรุษผู้นี้เป็นคนเช่นไรก็ยังไม่มีผู้ใดรู้แน่ชัด คนที่รู้จักนิสัยของเขาจริง ๆ ดูท่าแล้วก็มีอยู่เพียงหยิบมือเดียวเท่านั้น แต่ไหนเลยพวกเขาเหล่านั้นจะแก้ตัวให้ท่านอ๋องผู้นี้ไหว ในเมื่อเรื่องร้าย ๆ ย่อมแพร่กระจายไปไวกว่าเรื่องดี ๆ เสมอ
แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ไหลเยี่ยนฟางสนใจมากนัก นางรู้เพียงแต่ว่าคนทั้งแคว้นนอกจากห้าวเทียนฮ่องเต้และเยว่ฮองเฮาแล้ว นอกนั้นก็ล้วนไม่กล้าพูดจาตำหนิติเตียนท่านอ๋องผู้นี้ ส่วนองค์รัชทายาทห้าวซุนเองก็รักอนุชาผู้นี้มาก มิว่าห้าวอันอ๋องจะทำอันใดก็ล้วนสนับสนุนไปเสียทุกเรื่อง
และถึงแม้ว่าห้าวเทียนฮ่องเต้กับเยว่ฮองเฮาจะตรัสตำหนิห้าวอันอ๋องต่อหน้าผู้อื่น แต่หากชายหนุ่มไม่ทำตาม ทั้งสองพระองค์ก็ไม่กล้าที่จะฝืนใจ ที่ตำหนิไปก็เพียงไม่ให้ผู้อื่นได้กล้าว่าต่อเท่านั้น หรือจะบอกว่าเพียงตำหนิเป็นพิธีก็ว่าได้
เมื่อเป็นเช่นนี้นิสัยของห้าวอันอ๋องจึงไม่ใช่เรื่องที่ไหลเยี่ยนฟางสนใจนัก เพราะสิ่งที่นางสนใจคืออำนาจของเขาเท่านั้น เพราะแม้แต่ผู้ครองบัลลังก์มังกรและบัลลังก์หงส์ ยังมิเคยคิดเอาผิดพระโอรสองค์นี้อย่างจริงจัง อีกทั้งเจ้าของตำหนักบูรพาก็ยังสนับสนุนเขา ไหนเลยเพียงตระกูลขุนนางใหญ่อย่างเช่นตระกูลโต้ว เฟยห้าวอันจะไม่สามารถช่วยนางจัดการได้
แต่ทว่าเรื่องยากเพียงอย่างเดียวของสตรีตระกูลไหลในตอนนี้ ที่ทำให้ไหลเยี่ยนฟางรู้สึกกังวลและหนักใจคือ นางจะสามารถทำให้ห้าวอันอ๋องสนใจนาง ถึงขั้นถูกเลือกเป็นพระชายาได้ภายในวันนี้หรือไม่ แต่ถึงจะยากลำบากเพียงใด ทว่าเพื่อแก้แค้นให้กับมารดาผู้ให้กำเนิด หญิงสาวก็ทำได้เพียงลองดูสักตั้งเท่านั้น
“ในเมื่อข้าไม่อาจเปลี่ยนใจคุณหนูได้แล้ว เช่นนั้นคุณหนูต้องระวังสีหน้าไว้หน่อยนะเจ้าคะ โดยเฉพาะตอนอยู่ต่อหน้าท่านอ๋อง” ซือซือกล่าวเตือนคุณหนูของตนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่คุณหนูของนางจะออกจากเรือนนอนไปขึ้นรถม้า
“ทำไม? เจ้าคิดว่าข้าชื่นชอบเขาจริง ๆ อย่างนั้นหรือ” นางเอ่ยพร้อมยิ้มกลบเกลื่อนความรู้สึกจริง ๆ ที่ซ่อนอยู่ในใจ เพราะเรื่องการอ่านสีหน้าคนของอ๋องหนุ่ม หญิงสาวก็พอได้ข่าวมาบ้าง ว่าสายตาของห้าวอันอ๋องนั้นเฉียบแหลมราวปีศาจ ที่สามารถหยั่งรู้ความคิดของผู้อื่นได้ เสมือนกับเขานั่งอยู่ในใจของคนผู้นั้นก็ไม่ปาน
