ตอนที่3 สตรีที่ท่านอ๋องตามหา1/2
“เจ้าคิดเช่นนี้จริง ๆ อย่างนั้นหรือ?” เยว่ซูซินเอ่ยถามด้วยความข้องใจ เพราะหากเป็นนางเองย่อมไม่มีทางคิดเช่นนี้แน่นอน
“แน่นอนอยู่แล้ว เพราะถึงข้าจะรู้สึกชื่นชอบท่านอ๋องมากเพียงใด แต่หากท่านอ๋องอยู่กับผู้อื่นแล้วมีความสุข ถึงข้าจะเสียใจ แต่ก็รู้สึกยินดีกับท่านอ๋องที่ได้ครองคู่กับคนที่ท่านอ๋องรัก”
แน่นอนว่าในใจของไหลเยี่ยนฟางมิได้คิดเช่นนั้น แต่ทั้งหมดที่พูดคุยกับสหายในห้องนี้ ล้วนเป็นเพียงคำลวงทั้งสิ้น เพราะนางรู้ดีว่าห้องด้านข้างมีผู้ใดอยู่ เพราะอย่างไรภัตตาคารแห่งนี้ก็คือภัตตาคารของนาง คนใหญ่คนโตเข้าออกมีหรือหญิงสาวจะไม่รู้ ดังนั้นคำพูดทั้งหมดที่นางเอ่ยมา ล้วนแต่จงใจพูดให้บุรุษข้างห้องได้ยิน
ไหลเยี่ยนฟางเลี้ยงยอดฝีมือไว้ไม่น้อย มีหรือจะไม่รู้ว่าแค่ฉากกั้นห้องแค่นี้ ไม่อาจปิดหูของบุรุษทั้งสองคนที่มีความสามารถด้านวรยุทธ์ระดับขั้นที่สู้หนึ่งต่อสิบได้ และด้วยนิสัยของคนส่วนมาก เพียงได้ยินใครเอ่ยถึงตนเองย่อมต้องสนใจฟังเป็นธรรมดา แต่หากบุรุษทั้งสองคนไม่สนใจฟังจริง ๆ หญิงสาวตระกูลไหลก็ไม่ได้เสียแรงเปล่า เพราะอย่างน้อยก็เรียกความเห็นใจจากสหายของนางได้
“หากเจ้าคิดเช่นนี้ ตำแหน่งพระชายาของท่านพี่ห้าวอันไหนเลยข้าจะสนับสนุนคนอื่นได้ เอาเช่นนี้อีกเจ็ดวันจะถึงวันเกิดของท่านปู่ ข้าจะให้พ่อบ้านส่งเทียบเชิญไปให้เจ้าที่จวนแล้วกัน แล้วในงานข้าจะหาจังหวะให้เจ้ากับท่านพี่ห้าวอันได้มีโอกาสพูดคุยกัน ครั้นถึงงานชมบุปผาเพียงเจ้าเข้าไปทักทายท่านพี่ห้าวอันสักนิดสักหน่อย คนอื่นเห็นเข้าย่อมต้องคิดและพูดกันไปต่าง ๆ นานาอย่างแน่นอน และหากเรื่องนี้ลือไปถึงพระกรรณของฝ่าบาทกับฮองเฮา ทั้งสองพระองค์ย่อมไม่มีทางปล่อยให้ชื่อเสียงของสตรีผู้หนึ่งเสียหาย และข้าก็จะเอ่ยส่งเสริมเจ้าต่อหน้าพระพักตร์อีกแรง”
“ข้าว่าจะไม่เหมาะสมกระมัง ข้าได้ข่าวมาว่าแขกที่จะไปร่วมงานไม่เป็นเชื้อพระวงศ์ก็เป็นขุนนางใหญ่ทั้งนั้น”
“เหมาะไม่เหมาะอันใด ท่านปู่ของข้ามิถือสาผู้ใดจะกล้ามาถือสา อย่างไรเสียท่านปู่ก็เอ็นดูเจ้าอยู่ หากเจ้าไปร่วมอวยพร ท่านปู่ย่อมยินดีอยู่แล้ว”
ไหลเยี่ยนฟางแสร้งทำสีหน้าคิดหนัก ก่อนเงยหน้ายกยิ้มให้สหาย “เช่นนั้นข้าต้องรีบไปหาซื้อของขวัญแล้ว”
“ดีมาก แต่ก่อนอื่นวันนี้เจ้ากับข้าต้องไปร้านเสื้อผ้า เพื่อซื้ออาภรณ์ใหม่เอาไว้ดึงดูดสายตาของท่านพี่ห้าวอันเสียก่อน”
“ได้ ๆ งั้นวันนี้เจ้าเลือกได้เลย ข้าจะเป็นคนจ่ายเอง”
“ดี ๆ” เยว่ซูซินเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
สตรีทั้งสองยกจอกชาขึ้นชนกันแล้วดื่ม ก่อนจะคีบอาหารอื่น ๆ ที่อยู่บนโต๊ะเข้าปากเพื่อเติมพลัง เพราะอีกสักครู่พวกนางจะต้องไปเดินเลือกซื้อของ และด้วยนิสัยของสตรีการเลือกซื้อของย่อมใช้เวลาไม่น้อย และย่อมเสียพลังงานไปมากกว่าที่จะได้ของที่ต้องการ
“ข้าว่าเรื่องที่ท่านน้ากลัวมาตลอด ยามนี้ควรปล่อยวางได้แล้วกระมัง เจ้าดูซินเอ๋อร์สิขนาดยังไม่แต่งงานออกเรือนแผนการยังมากขนาดนี้ ไหนเลยท่านน้าจะต้องกังวลว่านางจะดูแลเรือนหลังของสามีไม่ได้ ต่อให้เป็นจวนตระกูลใหญ่ข้าว่าซินเอ๋อร์ก็รับมือได้สบาย” องค์รัชทายาทห้าวซุนเอ่ยเมื่อได้ยินแผนการของญาติผู้น้อง
“เสด็จพี่ตรัสเช่นนี้เพราะท่านไม่เคยเห็นการแก่งแย่งในเรือนหลังสินะ แต่ก็ไม่แปลกเพราะเสด็จพ่อทรงไม่รับพระสนม ทว่าข้าออกไปอยู่ข้างนอกมานาน ดังนั้นการที่ซินเอ๋อร์เป็นสตรีมากแผนการถึงจะถือว่าเป็นเรื่องดี” อ๋องหนุ่มพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“หากเจ้าคิดว่าสตรีมากแผนการดีก็ดีแล้ว อย่างนั้นเจ้าก็ช่วยรักษาหน้าซินเอ๋อร์เสียหน่อย ช่วยเล่นไปตามแผนของญาติผู้น้องหน่อยดีหรือไม่?” เฟยห้าวซุนเอ่ยหยอกน้องชาย
“นาน ๆ ข้าจะกลับเมืองหลวง อีกทั้งวันนี้ข้ามาที่นี่เพื่อผ่อนคลาย เสด็จพี่ก็อย่าได้เอ่ยเรื่องที่ทำให้ข้ารำคาญใจเลย” ถึงสีหน้าจะยังคงเรียบเฉย ทว่าน้ำเสียงกลับแฝงความเบื่อหน่าย
“ได้ ๆ” เฟยห้าวซุนเอ่ยพลางยิ้มปนหัวเราะเบา ๆ
5วันต่อมา
ไหลเยี่ยนฟางมารับของขวัญที่สั่งทำเอาไว้ ทว่าในขณะเดินชมสินค้าในร้าน เพื่อรอเถ้าแก่ไปนำของมาให้ นางกลับได้ยินเสียงของสตรีสองคนพูดคุยกัน
“คุณหนูเจ้าคะ ข้าน้อยไปสืบทราบมาแล้วเจ้าค่ะ ว่าหลังจากงานเลี้ยงวันเกิดท่านเยว่โหว ท่านอ๋องห้าวอันจะเสด็จไปที่วัดเจียหลุนเพื่อสืบหาสตรีนางนั้นด้วยตนเองเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ดี เจ้าไปเตรียมทุกอย่างให้พร้อมตามแผน”
ไหลเยี่ยนฟางเมื่อได้ยินว่าเรื่องนี้เกี่ยวพันกับเฟยห้าวอัน ก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้ นางแสร้งเดินดูของในร้านเพื่อเข้าไปใกล้ ๆ กับสตรีทั้งสอง เพียงเพื่อจะดูให้เห็นกับตาว่าเป็นคุณหนูตระกูลใด ที่คิดแย่งชิงตำแหน่งชินหวางเฟยกับนาง
“คุณหนูแน่ใจแล้วหรือเจ้าคะ นั่นคือห้าวอันอ๋องเลยนะเจ้าคะ” สาวรับใช้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นกลัว
“ห้าวอันอ๋องแล้วอย่างไร ขอเพียงเขาได้ยินว่าข้าคือสตรีที่เขาตามหา มีหรือตำแหน่งพระชายาห้าวอันอ๋องจะไม่เป็นของข้า” หญิงสาวเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่นเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
‘สตรีที่ท่านอ๋องตามหาคือนางอย่างนั้นหรือ?’ ไหลเยี่ยนฟางรู้สึกสิ้นหวังทันทีที่ได้ยิน เพราะแผนการของนางคงต้องล่มตั้งแต่ยังมิทันได้เริ่มต้น ขณะที่นางกำลังยืนคอตกเพราะความผิดหวังอยู่นั้น คุณหนูที่สนทนากับสาวใช้ก็เดินมาหยุดที่หน้าของนางพร้อมเอ่ยทักทาย
“อ้าว! เยี่ยนฟางเจ้ามาทำอันใดที่นี่อย่างนั้นหรือ?” ถึงน้ำเสียงของโต้วถานอินจะคล้ายดีใจที่ได้พบคุณหนูตระกูลไหล ทว่าในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความกังวลว่า ไหลเยี่ยนฟางจะได้ยินคำสนทนาของนางกับสาวใช้
“!!!” ไหลเยี่ยนฟางเงยหน้าขึ้นมองสตรีที่เอ่ยทัก ด้วยความตกใจ ทว่าเพียงชั่วพริบตาหญิงสาวก็ปรับสีหน้าเป็นปกติ ราวกับไม่รู้เรื่องรู้ราวอันใด
