ตอนที่2 ความปรารถนาของสหาย2/2
ไหลเยี่ยนฟางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เพราะคำตอบของนางที่จะตอบนั้นเป็นได้เพียงคำโกหก ซึ่งในใจของนางไม่อยากกล่าวคำเท็จต่อหน้าสหายผู้นี้แม้เพียงครึ่งคำ
“จริงอยู่ที่ข้ามิเคยเห็นท่านอ๋องมาก่อน แต่ในเมื่อเจ้าบอกว่าตอนเด็กองค์รัชทายาทกับท่านอ๋องมีใบหน้าที่สง่างามไม่แพ้กัน ดังนั้นข้าเชื่อว่ายามนี้พระพักตร์ของท่านอ๋องก็ยังคงสง่างามเหมือนเดิม และต่อให้จะเป็นอย่างข่าวลือที่ว่า ท่านอ๋องโดนข้าศึกทำร้ายจนใบหน้าเสียโฉม ข้าก็มิได้เป็นสตรีที่สนใจในรูปลักษณ์ภายนอกถึงเพียงนั้น ส่วนข่าวลือเรื่องนิสัยของท่านอ๋อง ก็เป็นเพียงเรื่องโคมลอยที่พูดกันปากต่อปาก หากเรื่องของท่านอ๋องออกมาจากปากของท่านพ่อกับท่านพี่ของเจ้า ข้าถึงจะยอมเชื่อ เพราะทั้งสองคนอยู่ชายแดนกับท่านอ๋องมาหลายปี ย่อมรู้จักกันลึกซึ้งกว่าพวกขุนนาง และชาวบ้านปากมากทั้งหลายที่ปล่อยข่าวลืออยู่ทุกวันนี้” ไหลเยี่ยนฟางหยุดเอ่ยก่อนจะทำท่าทางเขินอายแล้วเอ่ยต่อ
“และอีกอย่างในมุมมองของข้า ท่านอ๋องคือวีรบุรุษ เพื่อปกป้องแคว้นและชาวบ้าน ท่านอ๋องยอมละทิ้งความสะดวกสบายของพระองค์ไปอยู่ชายแดน เพื่อให้คนในแคว้นอยู่อย่างสุขสงบ ดังนั้นหากท่านอ๋องยังไม่มีสตรีในดวงใจ ข้าก็อยากเป็นสตรีที่ยืนรอคอยต้อนรับท่านอ๋องกลับจวนยามจบศึก อยากเป็นสตรีที่เตรียมอาหารอุ่น ๆ เอาไว้ให้ท่านอ๋องยามหิว อยากคอยดูแลปรนนิบัติอยู่ข้าง ๆ ยามที่ท่านอ๋องเหนื่อยล้า”
ใบหน้าของไหลเยี่ยนฟางแดงก่ำเมื่อพูดประโยคท้าย ๆ ก่อนที่หญิงสาวจะเงียบไป ทว่าเพียงไม่กี่ลมหายใจนางก็เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเศร้า ๆ เจือไม่มั่นใจ
“แต่ไม่รู้ว่าข้าจะมีวาสนาได้เป็นพระชายาของท่านอ๋องหรือไม่”
เฟยห้าวซุนที่อยู่ห้องด้านข้างบัดนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เพราะในที่สุดก็มีสตรีไม่เชื่อในคำเล่าลือมาหมายปองอนุชาของเขาแล้ว ทว่าเมื่อได้เห็นใบหน้าของน้องชายเขาก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
เฟยห้าวอันเมื่อได้ยินคำพูดของสตรีห้องด้านข้าง ใบหน้าของเขาก็เห่อร้อนขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว อาจเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินความในใจของสตรีที่มีต่อเขา
“แม่นางน้อยผู้นี้ช่างน่าสนใจยิ่งนัก เจ้าเห็นด้วยหรือไม่?” องค์รัชทายาทห้าวซุนเอ่ยพลางหัวเราะเบา ๆ
เฟยห้าวอันได้ยินคำพูดของผู้เป็นพี่ บวกกับเหลือบไปเห็นสายตาของอีกฝ่ายก็ไม่มีคำพูดใดจะเอ่ย เขาได้แต่ก้มหน้ารินสุราใส่จอกยกขึ้นดื่มจอกแล้วจอกเล่า เพื่อแก้เขิน
“เจ้าคงชื่นชอบท่านพี่ห้าวอันมากสินะ แค่พูดถึงเขาใบหน้าของเจ้าก็แดงได้ถึงเพียงนี้” เยว่ซูซินเอ่ยหยอกสหายพลางยิ้มกว้าง เพื่อไม่ให้ไหลเยี่ยนฟางตัดพ้อตนเองตั้งแต่ยังไม่เริ่มจีบห้าวอันอ๋อง
ทว่าความจริงไหลเยี่ยนฟางมิได้รู้สึกเช่นนั้น แต่ที่ใบหน้าของนางขึ้นสี เป็นเพราะอายในคำพูดของตนเอง ที่ต้องมาเอ่ยว่าอยากอยู่เคียงข้างบุรุษอย่างหน้าไม่อายเช่นนี้ต่างหาก
“เจ้าก็รู้สึกเช่นเดียวกับนางอย่างนั้นหรือ ใบหน้าของเจ้าจึงได้แดงเช่นนี้” เฟยห้าวซุนได้ยินคำพูดของเยว่ซูซินจึงได้ทีเอ่ยหยอกล้อน้องชายของตนบ้าง
“เสด็จพี่พูดอันใด! ท่านก็รู้ว่าข้ามีสตรีในดวงใจแล้ว ที่ข้าหน้าแดงคงเป็นเพราะฤทธิ์สุราเสียมากกว่า” เฟยห้าวอันเอ่ยตอบเสียงตะกุกตะกัก
“อย่างนั้นหรือ” องค์รัชทายาทห้าวซุนพูดจบก็ยกจอกสุราขึ้นมาดื่ม ทว่าดวงตากลับจ้องมองน้องชายไม่ไหวติง เพียงบุรุษอายุมากกว่าวางจอกสุราลง ก็เอ่ยกับบุรุษอายุน้อยกว่าด้วยน้ำเสียงขึงขัง
“แต่นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วนะ มิแน่เจ้ากับนางอาจมีวาสนาได้พบพาน แต่ไม่มีวาสนาได้เคียงคู่ก็เป็นได้ หรือเจ้าคิดจะรอนางไปทั้งชาติ หากเจ้าคิดเช่นนั้นเจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ว่า เสด็จพ่อกับเสด็จแม่จะกลัดกลุ้มมากเพียงใด”
บุรุษอายุมากกว่าเข้าใจน้องชายของเขาดี แต่ทว่านี่ก็ผ่านมา12ปีแล้ว วี่แววของสตรีผู้นั้นก็ยังคงมิมีว่าจะเจอ เฟยห้าวซุนจึงไม่อยากให้น้องชายของเขาต้องรอสตรีผู้หนึ่งอย่างไร้จุดหมาย
“เสด็จพี่มิต้องกังวลเรื่องนี้หรอกพ่ะย่ะค่ะ หากวันงานชมบุปผาข้ายังไม่เจอนาง และมีสตรีที่ทำให้ข้าพึงใจได้ ข้าก็จะคิดเสียว่าวาสนาของข้ากับนางได้สิ้นสุดลงแล้ว” น้ำเสียงของบุรุษอายุน้อยกว่าหนักแน่นยิ่งนัก ทว่าดวงตาของเขากลับฉายแววความเศร้าจนบุรุษอายุมากกว่าสังเกตเห็น
“เจ้าคิดเช่นนั้นได้ข้าก็สบายใจ” เฟยห้าวซุนไม่คิดพูดต่อให้มากความ เขารินสุราให้กับน้องชายก่อนรินให้ตนเองแล้วยกจอกของตนขึ้นชนกับจอกของบุรุษอายุน้อยกว่า
บุรุษทั้งสองดื่มสุราต่อโดยไร้คำสนทนา แต่ทว่ากลับไม่เงียบเหงา เพราะทั้งสองกำลังเพลิดเพลินกับการพูดคุยของสตรีข้างห้อง
“ในเมื่อเจ้าชื่นชอบท่านพี่ห้าวอันมากขนาดนี้ ข้าก็จะช่วยสนับสนุนเจ้าเอง แต่ข้าไม่ได้ทำเพื่อเจ้าเพียงคนเดียว แต่เพราะข้าเองก็อยากให้ท่านพี่ห้าวอันเจอสตรีที่รักเขาอย่างจริงใจ ท่านพี่ห้าวอันจะได้เลิกตามหาสตรีที่ไม่มีตัวตนผู้นั้นเสียที”
“ท่านอ๋องมีสตรีที่พึงใจแล้วอย่างนั้นหรือ!” ไหลเยี่ยนฟางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ พร้อมเบิกตาโต
“เรื่องนี้ข้าเคยได้ยินพี่ใหญ่กับท่านปู่พูดคุยกัน ถึงจะจริงอยู่ที่ท่านพี่ห้าวอันมีสตรีที่ชอบอยู่แล้ว แต่เจ้าก็อย่ากังวลไป เพราะยามนี้ท่านพี่ห้าวอันก็ยังตามหาสตรีผู้นั้นไม่เจอ และไม่แน่ว่าป่านี้นางอาจแต่งงานออกเรือนไปแล้วก็เป็นได้”
ไหลเยี่ยนฟางได้ยินคำตอบจากสหายก็ระบายลมหายใจออกอย่างโล่งอก เพราะหากเฟยห้าวอันมีสตรีในดวงใจอยู่แล้ว นางก็คงไม่ถูกเลือกอย่างแน่นอน แต่ในเมื่อสตรีผู้นั้นยังไร้ตัวตนอยู่เช่นนี้ นางก็ยังพอมีโอกาสอยู่มากทีเดียว ที่จะทำให้แผนการของนางสำเร็จ
“หากสตรีผู้นั้นยังมิออกเรือน ข้าก็หวังว่าท่านอ๋องจะหาสตรีผู้นั้นเจอก่อนถึงวันเลือกพระชายา ท่านอ๋องจะได้มีความสุขกับสตรีที่ตนรัก” ไหลเยี่ยนฟางแกล้งเอ่ยเสียงเศร้า ทว่าในใจกลับภาวนาตรงกันข้าม
‘สิ่งศักดิ์สิทธิ์เจ้าขา ขอให้ความปรารถนาของข้าเป็นจริง ขอให้ชาตินี้ห้าวอันอ๋องกับสตรีผู้นั้น มิมีวันได้พบได้เจอกันอีก’
