บท
ตั้งค่า

ตอนที่1 ความปรารถนาของสหาย1/2

บทนำ

หลังจากเฟยห้าวเทียนเป็นองค์รัชทายาทได้ 9 ปีฮ่องเต้ก็ทรงสวรรคต เฟยห้าวเทียนจึงขึ้นครองบัลลังก์ต่อจากบิดา หลังจากห้าวเทียนฮ่องเต้ครองบัลลังก์ได้ 5 ปี ไทเฮาก็ทรงสวรรคตตามอดีตฮ่องเต้ไป

ส่วนทางด้านตระกูลเยว่ หลังจากฮ่องเต้พระองค์ก่อนจากไปได้ไม่นาน เยว่เฟิ่งโหวก็เสียชีวิตลง เยว่เยี่ยนคุนบิดาของเยว่ฮองเฮาจึงกลับมาอยู่ที่เมืองหลวง เพื่อรับตำแหน่งโหวต่อจากบิดา พร้อมดูแลหน่วยองครักษ์เงาของราชวงศ์ ส่วนทางด้านชายแดนมีเยว่ลี่ต้ารับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ดูแลต่อเยว่เยี่ยนคุน

ส่วนเฟยห้าวหลานน้องชายของเฟยห้าวเทียนที่แต่งเข้าตระกูลกง หลังมารดาสวรรคตก็ไปอยู่ตระกูลกงทำการค้าขาย นาน ๆ ทีถึงจะกลับมาเยี่ยมเยือนห้าวเทียนฮ่องเต้ที่เมืองหลวง

ภัตตาคารเฟยเจิน

เยว่ซูซินคุณหนูสามตระกูลเยว่นั่งรอสหายที่นัดหมายเอาไว้ในห้องส่วนตัวของภัตตาคาร ที่นี่เป็นภัตตาคารที่นางและสหายใช้นัดพบกันเป็นประจำ

ภัตตาคารเฟยเจินเป็นภัตตาคารใหญ่อันดับสองของเมืองหลวง ผู้คนมากมายเข้าออกกันอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะห้องส่วนตัวที่หากไม่จองเอาไว้ล่วงหน้าก็ยากนักที่จะมีห้องว่างไว้รองรับ ทว่าคุณหนูอย่างเยว่ซูซินมิว่าจะมาเมื่อใดก็มีห้องไว้คอยรับรองนางเสมอ นั่นเพราะสหายที่นางรออยู่คือเจ้าของภัตตาคารแห่งนี้

เยว่ซูซินเข้ามานั่งรอสหายได้ไม่นานนัก เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้น พร้อมเสียงของสตรีอีกคนที่ลอยดังเข้ามา

“ซูซินข้ามาช้าไป ขอโทษที่ปล่อยให้รอนานนะ” ไหลเยี่ยนฟางรีบเอ่ยทันที ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เห็นหน้าสหายเสียด้วยซ้ำ

“เจ้าเกรงใจข้าเกินไปแล้ว ข้าเองก็เพิ่งมาถึงได้ไม่นาน” เยว่ซูซินเอ่ยตอบพร้อมยิ้มหวานให้กับสหายที่เพิ่งมาถึง

ไหลเยี่ยนฟางเดินไปนั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเยว่ซูซิน ระหว่างที่เดินไปนั้นหญิงสาวก็ยกยิ้มกว้างให้กับสหายที่ไม่ถือสาเรื่องที่นางมาสาย ก่อนจะยกกาน้ำชารินใส่จอกชาให้อีกฝ่ายเพื่อเป็นการขอโทษ

แม้ทั้งสองจะเพิ่งรู้จักกันเพียง 4 ปี แต่กลับสนิทสนมกันมากกว่าสหายวัยเยาว์เสียด้วยซ้ำ และแน่นอนว่าการรู้จักนี้หาใช่เรื่องบังเอิญ ทว่าเป็นแผนการที่ไหลเยี่ยนฟางวางเอาไว้

สาเหตุที่คุณหนูใหญ่ตระกูลไหลเข้าหาคุณหนูสามตระกูลเยว่ เพราะเยว่ซูซินคือบุตรสาวคนเล็กของเยว่ลี่ต้าที่เป็นน้องชายของเยว่ฮองเฮา ดังนั้นเฟยห้าวอันก็คือลูกพี่ลูกน้องของเยว่ซูซิน

ถึงช่วงเวลา 7 ปีที่ผ่านมานี้ เยว่ซูซินกับเฟยห้าวอันจะไม่ได้พบหน้ากันมากนัก เพราะเฟยห้าวอันไปอยู่ชายแดนกับแม่ทัพใหญ่เยว่ลี่ต้า และรองแม่ทัพเยว่ซ่างเจวี๋ย แต่ความผูกพันในวัยเด็กก็ถือว่ายังพอช่วยให้ไหลเยี่ยนฟางเข้าใกล้ห้าวอันอ๋องได้ หญิงสาวจึงได้เลือกที่จะเข้าหาเยว่ซูซิน

แต่ครั้นได้คบหากันไปเรื่อย ๆ ไหลเยี่ยนฟางจึงรู้ว่าเยว่ซูซิน มิเหมือนกับคุณหนูตระกูลใหญ่ตระกูลอื่น ๆ ที่นางรู้จัก ทำให้ไหลเยี่ยนฟางเริ่มใช้ความจริงใจคบหากับคุณหนูตระกูลเยว่จนกลายเป็นสหายสนิทกันไปในที่สุด

“วันนี้เจ้านัดข้ามากินข้าวที่นี่คงไม่ได้คิดจะให้ข้าช่วยส่งเสริมเจ้าต่อหน้าญาติผู้พี่ของข้าหรอกนะ” เยว่ซูซินเอ่ยจบก็ยกยิ้มกว้าง ก่อนจะยกจอกชาที่ไหลเยี่ยนฟางรินให้ขึ้นดื่ม

“เจ้าพูดเช่นนี้แสดงว่าหลายวันนี้คงมีคนมาไหว้วานเจ้าไม่น้อยเลยสินะ”

ไหลเยี่ยนฟางรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วแต่ก็ยังแกล้งเอ่ยถาม เพราะตั้งแต่ที่มีข่าวลือออกมาจากวังว่า ห้าวเทียนฮ่องเต้กับเยว่ฮองเฮามีความประสงค์จะให้โอรสทั้งสองเลือกพระชายาด้วยตนเอง ทุกตระกูลที่มีความเหมาะสมก็รีบเตรียมความพร้อมให้กับบุตรหลานของตนเองอย่างรวดเร็ว มิเพียงเหล่าผู้อาวุโสในตระกูลเท่านั้นที่เตรียมตัวให้บุตรหลานของตน แต่เหล่าคุณหนูทั้งหลายก็เตรียมปูทางให้ตัวเองเช่นกัน ดังนั้นการเข้าหาพระญาติที่เป็นสตรีอย่างเยว่ซูซิน ก็อาจเป็นตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้พวกนางกลายเป็นที่สนใจขององค์ชายทั้งสองพระองค์ได้

“เจ้ารู้อยู่แล้วยังจะกล้ามาถามอีก” คุณหนูตระกูลเยว่ใช้เสียงเชิงตำหนิ ก่อนจะยกยิ้มแล้วเอ่ยต่อ

“แต่หากเจ้าอยากเป็นพระชายาของท่านพี่องค์รัชทายาทจริง ๆ ถึงข้าจะไม่แน่ใจว่าจะช่วยเอ่ยส่งเสริมเจ้าได้หรือไม่ แต่ข้าพอจะหาโอกาสให้เจ้าได้พูดคุยกับท่านพี่องค์รัชทายาทตามลำพังได้อยู่”

ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาขององค์รัชทายาทห้าวซุน บวกกับท่าทางที่อ่อนโยนสุภาพ ทำให้เขากลายเป็นที่หมายปองของหญิงสาวเป็นจำนวนมาก เยว่ซูซินจึงคิดว่าสหายของนางก็คงหลงใหลในรูปโฉม และความสง่างามของเฟยห้าวซุน ไม่ต่างจากสตรีคนอื่น ๆ ในเมืองหลวง

เยว่ซูซินกล้ากล่าวถึงการส่งเสริมสหายให้เป็นพระชายาของโอรสมังกร โดยไม่เกร็งกลัวว่าจะมีคนนอกได้ยิน เพราะห้องของภัตตาคารเฟยเจินถือว่าเป็นห้องที่ตกแต่งและสร้างมาอย่างดี คนทั่วไปพูดคุยกันไม่มีทางที่คนด้านนอกจะได้ยิน

ทว่าคุณหนูสามตระกูลเยว่กลับไม่รู้เลยว่า แขกที่อยู่ในห้องด้านข้างของพวกนางมีวรยุทธ์ถึงขั้นได้ยินทุกประโยคที่นางพูด ราวกับว่าพวกเขานั่งล้อมวงอยู่ที่โต๊ะเดียวกันกับหญิงสาวทั้งสองก็ไม่ปาน

“เสด็จพี่ช่างเป็นบุรุษหนุ่มเนื้อหอมเสียจริง ถึงทำให้เหล่าคุณหนูมากมาย ต้องถึงขั้นลงแรงขอความช่วยเหลือจากซินเอ๋อร์ด้วยตนเองเช่นนี้” เดิมทีชายหนุ่มก็หาได้ชอบฟังการสนทนาของผู้อื่น ทว่าเมื่อได้ยินชื่อของผู้เป็นพี่ชายก็อดไม่ได้ที่เขาจะสนใจฟัง

บุรุษหนุ่มอายุน้อยกว่ากล่าวจบก็ยกจอกสุราขึ้นดื่ม ทว่ายังไม่ทันไรเฟยห้าวอันก็ถึงกับต้องสำลักสุรา เมื่อได้ยินคำพูดของสตรีข้างห้อง

“ซูซินเจ้าเข้าใจข้าผิดแล้ว คนที่ข้าอยากจะให้เจ้าส่งเสริมคือองค์ชายรองห้าวอันอ๋องต่างหาก” คุณหนูตระกูลไหลกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“หา!” เยว่ซูซินอุทานเสียงดังดวงตาเบิกโตเมื่อได้ยิน เพราะไหลเยี่ยนฟางเป็นสตรีคนแรกที่ขอเช่นนี้

คำขอของสหายทำให้เยว่ซูซินนึกสงสัยขึ้นทันที เนื่องจากตอนวัยเยาว์เฟยห้าวอันเป็นคนขี้อายค่อนข้างเก็บตัว หากไม่อยู่ในตำหนักก็มักจะมาเล่นกับลูกพี่ลูกน้องที่จวนตระกูลเยว่เท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีใครได้เห็นหน้าเห็นตาของเขามากนัก ยิ่งตอนนี้เฟยห้าวอันใช้หน้ากากเงินปิดบังใบหน้าเอาไว้ ยิ่งทำให้ผู้คนไม่รู้ว่าหน้าตาที่แท้จริงของเขานั้นเป็นเช่นไร แม้แต่นางเองที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับห้าวอันอ๋อง ก็ไม่ได้เห็นใบหน้าหลังหน้ากากของเฟยห้าวอันมานานแล้ว

อีกทั้งเรื่องใบหน้าของห้าวอันอ๋องก็เป็นที่โจษจันกันไปทั่ว สิ่งที่ถูกปิดบังมักจะกลายเป็นเรื่องน่าสนใจ ทำให้ผู้คนต่างสงสัยว่าเหตุใดองค์ชายรองของแคว้นต้องปิดบังใบหน้าเอาไว้ ข่าวลือถึงสาเหตุการใส่หน้ากากของเขามีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ก็ไม่รู้ว่าเรื่องใดเป็นเรื่องจริง

ด้วยเหตุนี้การที่สหายสนใจห้าวอันอ๋อง จนถึงขั้นขอให้นางช่วยส่งเสริม จึงกลายเป็นความสงสัยที่เยว่ซูซินไม่อาจปล่อยผ่านไปได้โดยไม่ซักถาม

“เจ้าไม่เคยเจอท่านพี่ห้าวอันมาก่อน อีกทั้งยังได้ยินแต่ชื่อเสียงที่ไม่ดีของเขา แล้วเหตุใดเจ้าจึงอยากให้ข้าช่วยสนับสนุนเจ้ากับท่านพี่ห้าวอันกันเล่า?” น้ำเสียงและสีหน้าของเยว่ซูซินเต็มไปด้วยความข้องใจ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel