บทที่ 4: เดตแรก
บทที่ 4: เดตแรก
ในระหว่างที่นั่งรออาสือไปทำภารกิจ บรรยากาศในห้องรับรองก็กลับมาเงียบกริบอีกครั้ง
เสิ่นเจียวเจียวพยายามงัดสารพัดเรื่องขึ้นมาชวนคุย แต่ลู่หวูเหยียนกลับเอาแต่นั่งหลับตาพิงพนักเก้าอี้ ถามสิบคำ ตอบหนึ่งคำ... แถมคำที่ตอบก็มีแค่ “อืม” กับ “ไร้สาระ” หญิงสาวเริ่มกลอกตาบน ร่นระยะความอดทนลงเรื่อยๆ เย็นชาเบอร์นี้ ไม่ทราบว่ากินน้ำแข็งไสแทนข้าวหรืออย่างไร! ข้ากำลังจะแข็งตายอยู่แล้วนะ!
“ปัง!”
ประตูห้องรับรองถูกผลักออกอย่างแรง อาสือพุ่งพรวดเข้ามาในสภาพหอบแฮก เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก ทว่าในมือของเขากลับชูสมุดปกสีน้ำเงินเข้มเล่มหนึ่งเอาไว้แน่น แววตาขององครักษ์หนุ่มเต็มไปด้วยความตื่นเต้นจนแทบจะปิดไม่มิด
“ใต้เท้า! เจอแล้วขอรับ! สมุดบัญชีเล่มนี้ถูกซ่อนอยู่ในช่องลับใต้ฐานพระโพธิสัตว์ในเรือนอนุสี่จริงๆ ด้วยขอรับ!”
ลู่หวูเหยียนรับสมุดบัญชีมาเปิดดูผ่านๆ เพียงแค่เห็นตัวเลขและตราประทับลับ นัยน์ตาก็วาวโรจน์ขึ้นมาทันที หลักฐานชิ้นนี้มัดตัวราชเลขาจางได้ดิ้นไม่หลุดแน่... และมันก็แปลว่า...
ชายหนุ่มตวัดสายตากลับไปมองสตรีที่นั่งจิบชาอยู่ฝั่งตรงข้าม นางส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้เขา พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิงทวงถาม
“เอาล่ะ ใต้เท้าลู่...” เสิ่นเจียวเจียววางถ้วยชาลงบนโต๊ะ เสียงดังกริ๊กเบาๆ “พรุ่งนี้ยามซื่อ (09.00 - 10.59 น.) ข้าจะไปรอท่านที่หน้าหอเครื่องประดับเจินเป่า... ห้ามเบี้ยวเด็ดขาดนะเจ้าคะ”
พูดจบนางก็ลุกขึ้นยืน สะบัดชายกระโปรงหรูหราเดินนวยนาดออกจากห้องไป ทิ้งให้ยมทูตหน้าน้ำแข็งนั่งจ้องแผ่นหลังของนางด้วยสายตาที่ซับซ้อนยากจะคาดเดา
วันรุ่งขึ้น ณ ตลาดตะวันออก เมืองหลวง
บรรยากาศการค้าขายที่เคยคึกคักจอแจในยามเช้า พลันเงียบสงัดลงถนัดตา ชาวบ้านร้านตลาดต่างแหวกทางออกเป็นสองฝั่ง สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังบุคคลสองคนที่กำลังเดินเคียงคู่กันมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา!
เสิ่นเจียวเจียวลอบยิ้มในใจ... ไม่คิดเลยแฮะ ว่าการเดินควงพระรองในเมืองหลวง จะสร้างตำนานได้ขนาดนี้
ฝั่งซ้ายคือ เสิ่นเจียวเจียว คุณหนูใหญ่ตระกูลแม่ทัพผู้ขึ้นชื่อเรื่องความร้ายกาจ วันนี้นางแต่งกายด้วยชุดกระโปรงสีโอรสอ่อนละมุน ขับผิวให้ขาวผ่องราวกับหิมะ แต่งหน้าบางเบาดูน่ารักน่าทะนุถนอม กำลังเดินยิ้มแย้มแจ่มใสปานดอกไม้บาน
ส่วนฝั่งซ้ายคือ ลู่หวูเหยียน หัวหน้าหน่วยผู้ตรวจการลับในชุดเครื่องแบบสีดำทะมึน ดาบซิ่วชุนเล่มยาวเหน็บอยู่ข้างเอว ใบหน้าหล่อเหลาแผ่รังสีอำมหิตเย็นชาประหนึ่งว่ากำลังเดินลาดตระเวนหาคนไปตัดหัว มากกว่าจะมาเดินเล่นชมตลาด!
เกิดอะไรขึ้น? ทำไมสตรีที่คลั่งรักรัชทายาท ถึงมาเดินควงยมทูตหน้าน้ำแข็งได้? หรือข่าวลือที่ว่านางโยนของแทนใจให้ใต้เท้าลู่จะเป็นเรื่องจริง! เสียงซุบซิบดังแว่วมาเป็นระยะ แต่เสิ่นเจียวเจียวหาได้สนใจไม่
“ใต้เท้า ท่านช่วยทำหน้าให้มันเบิกบานกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือเจ้าคะ? วันนี้ข้าตั้งใจแต่งตัวสวยมาเพื่อท่านโดยเฉพาะเลยนะ” นางเอ่ยเสียงหวาน พลางทำเนียนขยับเข้าไปใกล้แล้วเอื้อมมือไปจับแขนเสื้อของเขาเบาๆ
ลู่หวูเหยียนปรายตามองมือเล็กๆ ที่กล้ามาแตะต้องตัวเขา ก่อนจะดึงแขนเสื้อกลับอย่างเนียนๆ “ข้ามาทำตามสัญญา ไม่ได้มาเล่นงิ้วเปลี่ยนสีหน้าให้เจ้าดู หากเจ้าซื้อของเสร็จแล้วก็รีบกลับจวนไปเสีย”
“แหม ใจร้อนจริง”
เสิ่นเจียวเจียวไม่สะทกสะท้าน นางเดินนำเขาไปหยุดอยู่ที่แผงขายถังหูลู่ (ผลไม้เคลือบน้ำตาล) นางหยิบไม้ที่ลูกใหญ่ที่สุดขึ้นมา กัดกินไปหนึ่งคำ ความหวานอมเปรี้ยวแผ่ซ่านในปากจนนางหลับตาพริ้มอย่างอารมณ์ดี
ก่อนที่นางจะหันขวับมาหาเขา ยื่นถังหูลู่ที่ถูกกัดไปแล้วครึ่งลูกไปจ่อตรงริมฝีปากบางเฉียบของลู่หวูเหยียน
“ใต้เท้า ลองชิมดูสิเจ้าคะ หวานมากเลยนะ” นางช้อนตาขึ้นมอง ส่งสายตาออดอ้อนระดับสิบริกเตอร์
ลู่หวูเหยียนผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม “ข้าไม่กินของหวาน... และข้าไม่กินของเหลือต่อจากผู้อื่น”
“ว้า... น่าเสียดายจัง” เสิ่นเจียวเจียวลดมือลง ดึงไม้ถังหูลู่กลับมา ทว่าความหน้าด้านของนางยังไม่จบแค่นั้น หญิงสาวยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขากะทันหัน จนปลายจมูกแทบจะรดกัน “ถ้าเช่นนั้น... ท่านช่วยดูให้ข้าหน่อยสิเจ้าคะ ว่ายังมีน้ำตาลเคลือบติดอยู่ที่ริมฝีปากของข้าหรือไม่?”
พรวด! อาสือที่เดินตามหลังมาห่างๆ ถึงกับสะดุดอากาศแทบหน้าคะมำ สวรรค์! คุณหนูเสิ่นผู้นี้ช่าง... ไม่กลัวตายเอาเสียเลย!
ลู่หวูเหยียนชะงักงัน ใบหน้าชาไปชั่วขณะ นัยน์ตาสีเข้มหลุบมองริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยน้ำตาลวาววับของนาง ก่อนที่เขาจะรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีใครทันสังเกตเห็นว่า... ปลายหูของยมทูตหน้าน้ำแข็งนั้น ขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ!
“ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิด เว้นระยะห่างของเจ้าเดี๋ยวนี้” เขาแค่นเสียงดุ กลบเกลื่อนความรู้สึกประหลาดในอก
“ก็ได้เจ้าค่ะ” นางหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันไปขยิบตาให้แม่ค้า “ท่านป้า ถังหูลู่ไม้นี้... ใต้เท้าลู่เป็นคนจ่ายนะเจ้าคะ”
ลู่หวูเหยียนหลับตาลง ถอนหายใจยาวเหยียด พยักหน้าพยิดให้อาสือเข้าไปจ่ายเงินอย่างจำยอม เขาเริ่มสงสัยอย่างหนักแล้วว่า... ตัวเองคิดผิดหรือไม่ที่ยอมมาเดินตลาดกับสตรีวิปลาสผู้นี้!
ทว่า... ในขณะที่เสิ่นเจียวเจียวกำลังเดินแทะถังหูลู่ สายตาของนางไม่ได้มองแค่ของกิน นางกำลังสอดส่องหาเป้าหมายที่แท้จริงต่างหาก นางจำได้แม่นว่า ในนิยายต้นฉบับ วันนี้จะเป็นวันที่ นางเอก ปรากฏตัวที่ตลาดแห่งนี้!
และแล้ว... หางตาของนางก็ปะทะเข้ากับเงาร่างของคนสองคนที่กำลังเดินเลือกซื้อปิ่นปักผมอยู่อีกฝั่งของถนน
บุรุษชุดขาวผู้มีท่วงท่าสง่างาม (และหลงตัวเอง) คือ รัชทายาทจ้าวเย่
ส่วนสตรีบอบบางในชุดสีฟ้าอ่อน ใบหน้าหมดจดงดงามราวกับดอกบัวขาวที่ไร้เดียงสา คือ ซูชิงชิง... นางเอกต้นฉบับของเรื่องนี้นั่นเอง!
ดูเหมือนรัชทายาทกำลังพยายามเอาอกเอาใจซูชิงชิงอยู่ แต่สีหน้าของนางเอกต้นฉบับกลับดูอึดอัดและฝืนยิ้มอย่างเห็นได้ชัด
หึๆ ... แม่ดอกบัวขาวน้อยกำลังโดนตี้จวินจอมตื๊อคุกคามสินะ เสิ่นเจียวเจียวแค่นหัวเราะในใจ แน่ล่ะสิ ในนิยายเรื่องนี้ คาแรคเตอร์ของพระเอกมันคือพวก เผด็จการบ้าอำนาจ ชัดๆ อยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่สนความสมัครใจของใครทั้งนั้น! ดวงตาของเสิ่นเจียวเจียวเปล่งประกายวาววับด้วยความอยากรู้อยากเห็น นางรีบกลืนถังหูลู่ลงคอ ก่อนจะหันไปคว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนแกร่งของลู่หวูเหยียนอย่างแรง
“ใต้เท้าลู่! วันนี้ข้ามีเรื่องสนุกให้ท่านดู รับรองว่าคุ้มค่าเหนื่อยที่ท่านมาเดินเป็นเพื่อนข้าแน่นอน!”
ไม่รอให้เขาปฏิเสธ เสิ่นเจียวเจียวก็พยายามลาก ยมทูตหน้าน้ำแข็งให้เดินตรงดิ่งเข้าไปหาคู่พระนางต้นฉบับทันที แผนการป่วนประสาทรัชทายาทและตีสนิทนางเอกกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
