บท
ตั้งค่า

2

เมื่อเห็นมารดากับบิดาพูดคุยถึงแนวทางจัดการเรื่องนี้ และเริ่มโต้เถียงกันเรื่องออกเรือนของนางกัน จ้าวเฟยเซียงก็ปล่อยวางลงพยายามไม่คิดมากอีก เพราะเรื่องนี้นางไม่สามารถช่วยสิ่งใดได้ เมื่อฟังเสียงพูดคุยไปนานๆ และยังไม่มีทีท่าจะเงียบเสียงลง บวกกับวันนี้นางออกนอกจวนเดินเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอกเข้าออกร้านค้านั้นร้านค้านี้ เปลือกตาบางเริ่มปรือลงทีละนิด

จ้าวเฟยเซียงค่อยๆ เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ไม่ได้รักษามารยาทอีกต่อไปเมื่อความง่วงงุนจู่โจมเข้ามา ปล่อยให้มารดาระบายความในใจกับบิดาต่อไป

ฮูหยินจ้าวเริ่มรู้สึกไม่พึงพอใจตระกูลเหลียงมาสักพักแล้ว ที่ไม่สนใจถึงชื่อเสียงของบุตรสาวนาง แม้ว่าจะพูดได้ว่าจ้าวเฟยเซียงเป็นคู่หมายของเหลียงจื่อหาน แต่ในสายตาของนางบุตรสาวของนางมีแต่เสียเปรียบหากวันใดเหลียงจื่อหานเกิดไปสนใจหญิงอื่นและต้องการหมั้นกับหญิงผู้นั้น บุตรสาวของนางจะมีหน้าไปสู้กับใครได้กัน คู่หมายไม่ใช่คู่หมั้น เป็นนางเองที่ลืมคิดถึงจุดนี้ไปเมื่อเฟยเฟยเป็นเด็กและทางนั้นได้มาพูดคุยทาบทามให้เป็นคู่หมายกัน นางเองที่คิดผิดที่เห็นดีเห็นงามให้เด็กทั้งสองเป็นคู่หมายกันไว้ก่อน และค่อยหมั้นหมายกันเมื่อเฟยเฟยผ่านวัยปักปิ่น และไม่คาดว่าทางตระกูลเหลียงจะนิ่งเฉยเช่นนี้

นางผู้เป็นมารดาอดที่จะเป็นห่วงบุตรสาวตัวน้อยๆ ที่นางฟูมฟักมาตั้งแต่ตัวน้อยๆ ไม่ได้ บุตรสาวของนางเปรียบเสมือนของล้ำค่าที่สุดในชีวิต นางที่มองเห็นมาตลอดว่าจ้าวเฟยเซียงมีความสุขเพียงไรเมื่อได้อยู่กับเหลียงจื่อหาน หากวันหนึ่งเกิดผิดหวังนางก็หวังว่าบุตรสาวของนางจะเข้มแข็งพอที่จะรับเรื่องราวเหล่านี้ได้

ฮูหยินจ้าวพูดคุยตกลงกับสามีเสร็จและหันมาทางบุตรสาวก็พบว่า จ้าวเฟยเซียงนั่งหลับไปแล้ว

“เฟยเฟย ตื่นเดี๋ยวนี้นะ นี่ไม่ใช่เวลาที่เจ้าจะไม่สนใจได้นะเจ้าลูกคนนี้นี่” เสียงเอ็ดจากมารดาทำให้จ้าวเฟยเซียงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ภาพแรกที่เห็นตรงหน้าคือมารดากำลังทำสีหน้าโมโหกึ่งระอาใจ

จ้าวเฟยเซียงเผยรอยยิ้มแห้งออกมาก่อนจะเดินเข้าไปกอดร่างอวบของมารดาก่อนจะพากันเดินออกจากห้องโถงกลับเรือนไป

“ข้าแค่มั่นใจว่าท่านแม่กับท่านพ่อจะจัดการเรื่องนี้ให้ข้าเป็นอย่างดีเจ้าค่ะ” จ้าวเฟยเซียงพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนขณะที่กอดร่างอวบของมารดา เพื่อให้มารดาคลายความโกรธ

“เอาเถอะๆ เจ้ากลับเรือนไปพักเถอะเฟยเฟย” ฮูหยินจ้าวเอ่ยออกมาอย่างอ่อนอกอ่อนใจ บุตรสาวคนนี้ของนางอะไรก็ดีไปหมด เว้นแต่มีนิสัยไม่เดือดเนื้อร้อนใจกับสิ่งใดนาน ไม่รู้ว่าเป็นข้อดีหรือข้อเสียกันแน่

ผ่านไปไม่กี่วันทางฝั่งตระกูลเหลียงได้ให้คำตอบแก่บิดาของนางไว้ว่ารอฤกษ์งามยามดีจะส่งแม่สื่อมาพูดคุยเพื่อขอหมั้นหมาย จ้าวเฟยเซียงเลยใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขในจวนแห่งตระกูลจ้าวต่อไปอย่างสบายอารมณ์ มารดาของนางก็อารมณ์ดีขึ้นไม่ต้องคอยเป็นห่วงในเรื่องหมั้นหมายของนางอีก

จ้าวเฟยเซียงตั้งใจตื่นเช้ากว่าทุกวันเพื่อออกไปข้างนอกกับเหลียงจื่อหาน เพราะชายหนุ่มมีนัดกับนางเพื่อพานางไปเที่ยวชมน้ำตกนอกเมือง

นางได้ทำการขออนุญาตมารดาและบิดาเพราะเป็นการเดินทางออกนอกเมือง แม้จะเป็นการเดินทางภายในวันเดียวก็ตาม

ทางมารดามิได้ว่ากล่าวอันใด เพราะอีกไม่นานพวกเขาสองคนก็จะถึงคราวได้หมั้นหมายกันแล้ว จึงปล่อยให้นางออกไปเปิดหูเปิดตาเที่ยวเล่นข้างนอกกับชายหนุ่มว่าที่คู่หมั้นได้

“คุณหนูเจ้าคะ คุณชายเหลียงมาคุณหนูอยู่ที่ห้องโถงรับรองแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้ประจำตัวเข้ามารายงานแก่นางในห้องขณะที่นางกำลังแต่งกายเสร็จเรียบร้อยพอดี

“ข้าแต่งกายเสร็จพอดี เจ้าว่าข้าเป็นอย่างไรบ้าง” จ้าวเฟยเซียงหมุนตัวรอบหนึ่งเพื่อให้สาวใช้ได้มองเห็นอาภรณ์และการแต่งกายของนางในวันนี้ที่ค่อนข้างจะธรรมดาไม่ได้โดดเด่นเช่นคุณหนูในเมืองหลวงนางอื่น

“ดูสบายตาดีเจ้าค่ะคุณหนู คุณหนูแต่งชุดใดก็ล้วนปกปิดความงามไว้ไม่ได้” สาวใช้ที่ได้ยินคำถามจากผู้เป็นนายก็ตอบไปตามความจริง ในสายตาของนางคุณหนูล้วนสวยที่สุดและดีที่สุด ไม่ว่าจะแต่งกายเช่นไรก็ไม่อาจปกปิดความงามนี้ได้

อาภรณ์ที่จ้าวเฟยเซียงเลือกสวมใส่เป็นชุดธรรมดาเรียบง่ายสีเขียวอ่อน มีเครื่องประดับคือปิ่นสีขาวมุขที่ปักอยู่บนเรือนผมเพียงชิ้นเดียว หญิงสาวเป็นคนที่ไม่แต่งกายด้วยสีสันฉูดฉาด

“ไปกันเถอะ เดี๋ยวพี่จื่อหานจะรอนาน”

ร่างบางเดินออกจากเรือนที่เป็นที่พักอาศัยโดยมีสาวใช้ประจำตัวเดินตามหลังไป เพื่อไปหาชายหนุ่มที่รอคอยอยู่ในห้องโถงรับรอง ระหว่างทางเดิน ร่างบางยังสามารถชื่นชมสวนดอกไม้และเหล่าผีเสื้อที่กำลังบินอวดความงามแก่กันอยู่ตามแบบฉบับคนมีอารมณ์สุนทรีย์ สามารถหาความสุขได้ง่ายโดยใช้สิ่งรอบกาย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel