บทย่อ
จ้าวเฟยเซียงได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ที่เล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาและกำลังจะเกิดขึ้น ตัวของนางไม่ได้รู้อนาคต รู้เพียงเรื่องที่จะเกิดขึ้นที่เขียนไว้ในหนังสือเล่มนั้น ซึ่งก็คือเหลียงจื่อหานผู้เป็นพระเอกในนิยายจะไม่แต่งนางเป็นภรรยาเอกดั่งที่เคยให้สัญญาเอาไว้ แต่กลับแต่งนางเอกในนิยายเล่มนั้นซึ่งก็คือหมอหญิงที่ช่วยชีวิตเขาไว้เป็นภรรยาเอก และขอให้นางแต่งเป็นภรรยารองแทน สิ่งแรกที่คิดหลังจากอ่านนิยายเล่มนั้นจบคือ ทำไมนางจึงโง่เขลานักเล่า แม้นางจะมีนิสัยไม่ค่อยสนใจสิ่งใดมากนัก แต่เรื่องที่ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเช่นนั่น ทำไมจึงยอม หากเรื่องที่อ่านจะเกิดขึ้นจริง นางในตอนนี้ก็แค่ปล่อยให้มันเกิดไป ส่วนนางจะไม่เป็นเช่นนางในนิยายเด็ดขาด "ความรักข้าได้มันมาจากครอบครัวจนมากล้น หากผู้เป็นคู่หมายจะไม่มอบให้ ข้าหาได้สนใจไม่ แค่ปล่อยไปก็จบเรื่องราว จะเอาตัวเองเข้าไปให้ทนทุกข์ทำไม"
1
ร่างบางของจ้าวเฟยเซียงเดินเข้าจวนมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มจางๆ อย่างอารมณ์ดีเพราะว่าวันนี้ได้มีโอกาสออกไปเที่ยวด้านนอกจวนกับเหลียงจื่อหานผู้เป็นคู่หมายมาตั้งแต่วัยเยาว์ เขาเป็นผู้ที่นางสนิทสนมด้วยมากที่สุดนอกจากครอบครัว
ก่อนจะพบสาวใช้ประจำตัวมารดามายืนรอนางอยู่ที่หน้าเรือน ได้ความว่ามาเพื่อถ่ายทอดคำสั่งให้นางไปพบมารดาและบิดาที่ห้องโถงเพื่อพูดคุยเรื่องสำคัญ
ระหว่างทางเดินที่เดินไปยังห้องโถงในหัวของนางก็ขบคิดไปถึงเรื่องสำคัญอะไรที่เกี่ยวข้องกับนางที่ทำให้บิดามารดาถึงกับเรียกพบ ในใจมีความวิตกกังวลเล็กๆ ว่านางเผลอทำเรื่องผิดพลาดอะไรไปโดยไม่รู้ตัวหรือไม่ เพราะปกติบิดามารดาของนางแทบจะไม่เรียกนางไปคุยด้วยซ้ำเพราะช่วงเวลากินข้าวเย็นก็พบกันอยู่แล้ว
เมื่อเดินผ่านประตูบานโตมาในห้องโถงขนาดใหญ่ก็พบกับมารดาและบิดา ที่นั่งพูดคุยกันในระหว่างรอนางอยู่ก่อนแล้วพอจะจับใจความสั้นๆ ได้ทำเอาร่างบางมีสีหน้าหม่นแสงลงเล็กน้อย เมื่อรู้ว่ามารดาจะพูดคุยเรื่องใด
“มาแล้วรึ นั่งลงสิเฟยเฟย” ฮูหยินจ้าวพูดขึ้นทันทีที่เห็นบุตรสาวก้าวขาเดินผ่านเข้ามายังห้องโถง
“ท่านแม่เรียกหาข้ามีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ” จ้าวเฟยเซียงเอ่ยถามมารดา แม้ว่าจะพอรู้แล้วว่าเรื่องใดที่อีกฝ่ายต้องการพูดด้วย
“แม่มีเรื่องที่ต้องถามเจ้าให้แน่ใจก่อน ว่าเจ้าต้องการที่จะออกเรือนกับเหลียงจื่อหานหรือไม่เฟยเฟย หากเจ้าไม่ต้องการแม่จะจัดการเอง”
เมื่อจ้าวเฟยเซียงได้ยินคำถามที่มารดาพูดออกมา นางนิ่งคิดไปชั่วขณะหนึ่งก่อนที่ปากบางจะเอ่ยตอบออกไปตามความสัตย์จริง
“พี่จื่อหานคือคนที่ข้ารู้จักและสนิทสนมที่สุดรองจากครอบครัว หากแต่งให้เขาข้าก็ยินดีเจ้าค่ะท่านแม่” นางเอ่ยตอบมารดาไปตามความสัตย์จริงของความรู้สึกที่อยู่ข้างใน
หากได้แต่งให้กับเหลียงจื่อหานผู้ที่เป็นคู่หมายตั้งแต่วัยเยาว์ล้วนเป็นผลดีกับตัวนาง เพราะชายหนุ่มค่อนข้างที่จะดูแลและตามใจนางเป็นอย่างยิ่ง เขากับนางล้วนรู้จักกันตั้งแต่เด็กยันเติบโตนางชอบนิสัยของชายหนุ่มที่มีความเป็นสุภาพบุรุษ คอยดูแลนางและที่สำคัญคือความสบายใจของนาง ยามอยู่กับชายหนุ่ม
“เจ้าก็รู้ใช่หรือไม่เฟยเฟยของแม่ มีแม่สื่อมาทาบทามเจ้าให้กับคุณชายตระกูลดีๆ มากมาย เพราะสาเหตุใด” ฮูหยินจ้าวพูดไปพลางมองหน้าบุตรสาวไปพลางเพื่อดูร่องรอยความรู้สึกพบว่าใบหน้าเล็กของจ้าวเฟยเซียงหม่นแสงลงไปเล็กน้อยเมื่อนางพูดถึงเรื่องนั้น
“ข้าทราบเจ้าค่ะ เพราะข้าเป็นแค่คู่หมายของพี่จื่อหาน”
“แม่ไม่ได้อยากทำให้เจ้าต้องคับอกคับใจในเรื่องนี้ แต่แม่ก็ไม่อาจมองข้ามเรื่องนี้ได้เช่นกัน พวกเจ้าสองคนออกนอกจวนไปสายตาจากภายนอกโดยย่อมมองเห็น แต่คนที่เสียเปรียบล้วนแต่เป็นเจ้า หากตระกูลเหลียงยังคงนิ่งเฉยในหมั้นหมายต่อไป แม่จะต้องหาบุรุษดีๆ ให้เจ้าสักคน”
“ข้าเข้าใจท่านแม่เจ้าค่ะ” เมื่อลองคิดตามที่มารดาพูดออกมา จ้าวเฟยเซียงก็พบว่ามันคือความจริง เพราะนางก็แอบรู้สึกรำคาญใจอยู่บ้างยามที่มีหญิงสาวบางคนมาทอดสะพานให้
เหลียงจื่อหาน แต่นางก็ไม่อาจจะทำอันใดออกไปได้ เพราะนางเองไม่ได้อยู่ในสถานะคู่หมั้นที่จะแสดงความรู้สึกออกไปได้
“เอาเถอะเรื่องนี้แม่จะให้ท่านของพ่อเจ้าไปจัดการ” ฮูหยินจ้าวหันไปหาสามีเพื่อพูดคุย
“เด็กทั้งสองก็ดูเข้ากันได้ดี เจ้าจะลองไปไถ่ถามกับทางนั้นดู” นายท่านจ้าวเองก็ไม่อยากให้เรื่องนี้ยืดเยื้อไปกว่านี้เช่นกัน
“ไม่ใช่แค่ถามไถ่ แต่ท่านต้องเอาคำตอบที่ชัดเจนมา เพราะหากนานไปกว่านี้ข้าจะหาคู่หมั้นให้ลูกข้า หรือหาสามีดีๆ ให้ลูกของข้าเอง ทางตระกูลเหลียงจะกล่าวว่าทางเราผิดคำพูดไม่ได้”
"ข้าจะจัดการเองฮูหยิน ทางตระกูลเหลียงไม่มีทางจะกล่าวหาตระกูลจ้าวของเราได้ เพราะเป็นทางนั้นที่ต้องการเฟยเฟยเป็นสะใภ้เอง มิใช่ทางเราเป็นฝ่ายร้องขอ และหากยังยืดเยื้อกันต่อไป ข้าจะไม่ยอมให้ลูกของข้าต้องรออีกต่อไปแล้วเช่นกัน"
"และหากเจ้าไม่อยากแต่งงาน พ่อเลี้ยงเจ้าได้เฟยเฟย อย่ากังวลไป" จ้าวเฟยเซียงอยากบอกว่าคนที่กังวลคือท่านต่างหากท่านพ่อ
"เอ๊ะ ท่านพี่นี่ ท่านนี่อะไรจะให้ลูกอยู่เป็นสาวเทื้อหรืออย่างไร”
"ไม่เห็นจะเป็นไรไป ลูกข้า ข้าย่อมเลี้ยงได้"

