บทที่ 2 งานถนัด
หลังจากที่เห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าปลอดภัยดีแล้ว ไป๋ซือเหมี่ยวก็พอจะวางใจลงไปได้มาก นางมองเขาด้วยแววตาที่เห็นใจไม่น้อย แม้นางเพิ่งจะเข้ามาอยู่ในวังหลวงได้ไม่นาน แต่นางก็เข้าใจได้ว่าเหล่าบ่าวรับใช้ที่อยู่ในวังหลวง หากไม่มีตำแหน่งที่มั่นคงหรือมีคนคอยหนุนหลังย่อมใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบากไม่น้อยเลย อีกทั้งนางก็มาจากตระกูลต่ำต้อย ต้องใช้ชีวิตเพื่อมองดูสีหน้าของผู้คนมาโดยตลอด ทำให้นางรู้สึกสงสารเห็นใจขันทีผู้นี้ขึ้นมา
เมื่อคิดได้เช่นนั้น นางจึงล้วงหยิบขนมถั่วตัดชิ้นหนึ่งยื่นไปตรงหน้าของเขา หลี่เฟยหรงปรายตามองขนมชิ้นนั้น ก่อนจะรับมาอย่างไม่เต็มใจเท่าใดนัก ไป๋ซือเหมี่ยวอมยิ้มเต็มใบหน้าพลางเอ่ย
“ข้าแบ่งขนมให้ท่าน ข้าเข้าใจดีว่าพวกเราที่เป็นเพียงบ่าวรับใช้ย่อมใช้ชีวิตอยู่ในวังหลวงแห่งนี้อย่างยากลำบาก ขนมนี่ข้านำมาจากบ้านเลยนะ ขนมนี่น่ะท่านพ่อใช้เงินเก็บซื้อมาให้ข้าเพราะกลัวว่าข้าจะกินไม่อิ่มตอนอยู่ในวังหลวง ข้าชอบมากๆเลยล่ะ แต่วันนี้ข้าจะแบ่งให้ท่านชิ้นหนึ่ง ท่านก็เก็บเอาไว้กินเวลาหิวนะ”
รอยยิ้มที่แสนงดงามของหญิงสาวทำเอาหลี่เฟยหรงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะปรับสีหน้าของตนเองให้เป็นปกติ
“เจ้าเป็นนางกำนัลตำหนักไหนหรือ?”
“ข้าเพิ่งเข้าวังหลวงมาเมื่อหนึ่งปีก่อน และกำลังจะเข้าไปรับใช้ในตำหนักมังกรสวรรค์ จริงสิ ท่านอยู่ในวังหลวงมานานหรือยัง แล้วรู้หรือไม่ว่าฝ่าบาททรงมีนิสัยเช่นใด พระองค์ทรงชอบสิ่งใดหรือไม่ชอบสิ่งใดบ้าง ข้าจะได้รับใช้อย่างถูกต้องจะได้ไม่ทำให้ทรงพิโรธ”
หลี่เฟยหลงเมื่อได้ฟังก็ลอบยิ้มเยาะในใจ เขาคิดเอาไว้แล้วเชียว ว่านางก็ไม่ต่างจากสตรีคนอื่นเลยแม้แต่น้อย คิดแต่จะหาวิธีเข้าหาเขา แต่เอาเถอะ เขารู้สึกว่าสตรีนางนี้ช่างน่าสนใจไม่น้อยเลย มิสู้เขาเล่นสนุกกับนางสักหน่อยดีกว่า
“ฝ่าบาททรงชอบสตรีโง่ๆ ยิ่งนอนทั้งวันไม่ทำการทำงานพระองค์ยิ่งทรงชอบ”
ไป๋ซือเหมี่ยวเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับย่นหว่างคิ้วคราหนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นตบเข้าไปที่หัวเข่าของตนเองจนเกิดเสียงดังฉาด พลางหันมาเอ่ยกับหลี่เฟยหลง
“เยี่ยมไปเลย! ข้าไม่คิดเลยว่าความชอบของฝ่าบาทจะตรงกับงานถนัดของข้าพอดี เรื่องโง่น่ะไว้ใจข้าได้เลย ข้าน่ะโง่ที่สุดแล้ว โง่จนหมูยังอายเลย ส่วนเรื่องนอนข้าก็ไม่เป็นสองรองใครทั้งสิ้น ข้าสามารถนอนได้ทั้งวัน พี่ชายขันที ขอบใจท่านมากนะที่ชี้แนะหนทางสว่างให้กับข้า ข้าจะไม่ลืมบุญคุณของท่านในวันนี้เลย”
หลี่เฟยหลง “.....”
ชายหนุ่มถึงกับเอ่ยวาจาใดไม่ออก เดิมทีเขาคิดว่านางจะต้องหาทางเข้าหาเขามากกว่านี้และไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่เขาพูดอย่างแน่นอน แต่นางกลับบอกว่ามันคืองานถนัดของนาง
เกิดมาเพิ่งเคยพบเจอสตรีประหลาดเช่นนี้!
มารดามันเถอะ! สนุกเป็นบ้าเลย เขาจะดูซิว่านางจะทำให้เขาสนุกได้ถึงขั้นไหน
ไป๋ซือเหมี่ยวเมื่อเห็นว่าตนเองออกมานานแล้วและควรจะกลับไปพักเสียที จึงหันมาบอกลาหลี่เฟยหลง
“เอ่อ ข้าต้องไปแล้ว หวังว่าหากมีโอกาสคงจะได้พบกันอีกนะพี่ชาย”
“เจ้าชื่ออันใด?”
“ข้าชื่อไป๋ซือเหมี่ยว ท่านเล่า?”
“อาเฟย”
หญิงสาวยิ้มให้เขาเต็มใบหน้าก่อนจะเดินกลับไปยังเรือนพักของตนเองทันที เมื่อไป๋ซือเหมี่ยวจากไปแล้ว หลี่เฟยหลงก็ลุกขึ้นยืน ฉู่กงกงที่แอบยืนหลบอยู่หลังต้นไม้เมื่อเห็นเช่นนั้นจึงรีบสั่งให้คนนำเสื้อคลุมไปคลุมให้เจ้านายของตนทันที
“ฝ่าบาท ทำเช่นนี้ไม่ดีต่อพระวรกายเลยนะพ่ะย่ะค่ะ ไปแช่น้ำเช่นนั้นใช้ได้ที่ไหนกัน โชคดีที่นางกำนัลผู้นั้นมาช่วยเอาไว้ได้ทันเวลา ไม่เช่นนั้นพระองค์อาจจะทรงประชวรเอาได้ ฉินไทเฮาจะต้องลงโทษกระหม่อมอย่างแน่นอน”
ฉู่กงกงเอ่ยด้วยความร้อนใจ แต่หลี่เฟยหลงกลับไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
“ตาแก่ฉู่”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“พรุ่งนี้ข้าจะมาที่นี่อีกหน”
ฉู่กงกงได้ฟังก็ย่นหว่างคิ้ว ก่อนจะเอ่ยถามเจ้านายตนด้วยความสงสัย
“ฝ่าบาท เหตุใดต้องทรงทำเช่นนี้ด้วยเล่า หากทรงชอบนางกำนัลต่ำต้อยผู้นั้น เพียงเรียกมาปรนนิบัติแล้วมอบตำแหน่งเล็กๆให้นางก็พอแล้ว ไม่เห็นจะต้องทรงลำบากเลยพ่ะย่ะค่ะ”
“ใครบอกเจ้าว่าข้าชอบนาง ตาบอดหรือตาแก่นี่!”
ฉู่กงกงถึงกับเอ่ยวาจาใดไม่ออก หลี่เฟยหลงที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบเดินกลับตำหนักของตนเองไปทันที เขาไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมาพบเจอนางกำนัลนิสัยประหลาดคนหนึ่งเข้า ช่างน่าสนใจไม่น้อยเลย
ด้านไป๋ซือเหมี่ยวนั้นเมื่อกลับมาถึงเรือนพักของตนแล้ว ก็พบว่านางกำนัลคนอื่นกำลังกินมื้อเย็นกันอยู่ นางจึงไปรับอาหารเย็นมากิน อาหารเย็นมื้อนี้มีเพียงข้าวต้ม ผักดองและหมั่นโถวหนึ่งลูกเท่านั้น ส่วนนางกำนัลคนอื่นที่มีฐานะดีมักจะนิยมติดสินบนพ่อครัวเพื่อให้ทำอาหารดีๆมาให้กิน ต่างจากนางที่ต้องใช้จ่ายเงินอย่างประหยัดจึงต้องจำใจกินอาหารเช่นนี้ต่อไป
หลังจากกินอาหารอิ่มแล้ว นางก็มานอนพักผ่อน เพราะว่าพรุ่งนี้ยังต้องตื่นมาเรียนรู้เรื่องกฎระเบียบอีกหลายอย่างก่อนจะเข้าไปรับใช้ในตำหนักมังกรสวรรค์
ไป๋ซือเหมี่ยวเลือกที่นอนด้านชิดริมประตู แม้อากาศจะเย็นสักหน่อยแต่ก็นับว่าดีไม่น้อย ที่นอนดีๆ ล้วนถูกเหล่านางกำนัลพวกนั้นเลือกจับจองไปหมดแล้ว นางจึงต้องมานอนที่นี่ แต่นางกลับรู้สึกดีอยู่ไม่น้อย เพราะที่ตรงนี้สามารถมองเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนได้
ยามเช้าของวันต่อมาเสียงระฆังวังหลวงก็ดังขึ้น ไป๋ซือเหมี่ยวรีบลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตาอย่างรวดเร็ว ในวังหลวงมีกฎห้ามนางกำนัลแต่งหน้าและห้ามใช้เครื่องหอม แล้วยังต้องแต่งกายในชุดเครื่องแบบที่สะอาดสะอ้านที่สุด ทุกๆ เช้าจะมีหมัวหมัวมาคอยตรวจสอบความสะอาดของเล็บมือและเสื้อผ้า หากมีจุดด่างพร้อยแม้เพียงนิดเดียวอาจจะถูกลงโทษได้
หลังจากกินมื้อเช้าอิ่มแล้ว ก็จะมีหมัวหมัวมาคอยสอนเรื่องกิริยามารยาทให้กับพวกนาง ไป๋ซือเหมี่ยวต้องฝึกการเดินและกิริยามรรยาทต่างๆ พวกนางต้องเดินนิ่งๆ ก้มหน้าเพียงเล็กน้อย เสียงฝีเท้าต้องเงียบกริบ การย่อกายทำความเคารพต้องสวยงามและพร้อมเพรียงกัน ต้องท่องจำให้แม่นว่าใครเป็นใครในตำหนัก ใครชอบอะไร ใครเกลียดอะไร และเมื่อเจอพระพักตร์ฮ่องเต้ต้องทำอย่างไร ไม่เพียงเท่านั้นยังห้ามสบพระเนตรของฮ่องเต้โดยตรงเด็ดขาด ห้ามพูดคุยขณะทำงาน ห้ามแตะต้องสิ่งของในตำหนักโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด หากทำของใช้ส่วนพระองค์เสียหายต้องถูกโบยจนตายสถานเดียว
หากได้เข้าไปปรนนิบัติในตำหนักมังกรสวรรค์แล้ว สิ่งที่ต้องเรียนรู้ก็คือการปรนนิบัติยามเช้า พวกนางต้องนำอ่างล้างพระพักตร์ น้ำชา และเครื่องแต่งกายเข้าไปถวาย พวกนางต้องทำทุกอย่างด้วยความเงียบห้ามส่งเสียงดังเป็นอันขาด และยังต้องจดจำว่าฮ่องเต้ชอบอาหารรสชาติแบบไหน หรือวันนี้มีข้อห้ามอะไร การปัดกวาดเช็ดถูต้องทำด้วยความประณีตที่สุด ห้ามมีฝุ่นหลงเหลือแม้เพียงจุดเดียว
ไป๋ซือเหมี่ยวต้องฝึกท่องจำสิ่งเหล่านี้ให้ขึ้นใจ แม้จะฝืนใจมากเพียงใดแต่นางก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง ในระหว่างที่เรียนอยู่นั้น นางก็ครุ่นคิดในใจขึ้นมา
พี่ชายขันทีผู้นั้นเคยบอกว่าฝ่าบาทชอบนางกำนัลโง่ๆ ที่วันๆ เอาแต่นอนไม่ทำการทำงาน เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเหตุใดนางจะต้องเรียนรู้สิ่งพวกนี้ด้วยนะ ช่างน่าแปลกจริงๆ
แต่เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้วมิใช่หรือ ฝ่าบาทที่ไม่เคร่งครัดกฏระเบียบย่อมรับใช้ได้ไม่ยาก หากได้เข้าไปในตำหนักมังกรสวรรค์เมื่อใด นางสัญญาเลยว่าจะทำตัวโง่ๆและไม่ทำการทำงานจนฮ่องเต้ทรงประทับใจอย่างแน่นอน!
