บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3

เมื่อภายในห้องนอนกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง เวินซู่เหยาก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงอย่างหมดแรง

นางดึงแผ่นกระดาษหนังสือหย่าออกมาจากแขนเสื้อ จ้องมองมันสลับกับใบหน้าคมคายของลู่ฉางเยว่ที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง

“เอาอย่างไรดี...” เวินซู่เหยาพึมพำกับตัวเอง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น “หากข้ารอให้เขาฟื้นขึ้นมาประทับตราหย่า แต่หมอหลวงจ้าวบอกว่าเขาอาจจะความจำเสื่อม... เกิดเขาจำไม่ได้ว่าเคยสัญญาจะประทับตราหย่าให้ข้า หรือเกิดอาการทรุดหนักนอนไม่รู้สึกตัวไปสามปีห้าปี ยายแก่เจียงหรูอวี้ที่เรือนซงเฮ่อจะต้องหาข้ออ้างยึดใบผ่านทางของตระกูลข้า และจับข้าโยนเข้าอารามฉือเอินแน่ๆ”

ครั้นจะแอบจับนิ้วของเขาจุ่มชาดประทับลงในหนังสือหย่าแล้วหอบเงินหนีไปตอนนี้เลย ฮูหยินผู้เฒ่าลู่ก็คงส่งคนไปแจ้งทางการว่านางขโมยทรัพย์สินและทิ้งสามีที่กำลังบาดเจ็บสาหัส โทษฐานทิ้งสามีในยามวิกฤต มีหวังตระกูลเวินได้เดือดร้อนกันถ้วนหน้า!

“ลู่ฉางเยว่หนอลู่ฉางเยว่ ยามปกติท่านก็เย็นชาใส่ข้าไม่เว้นแต่ละวัน พอถึงวันจะแยกทาง ท่านยังอุตส่าห์หาเรื่องปวดหัวมาโยนใส่ตักข้าอีก” เวินซู่เหยาบ่นอุบอิบพลางยื่นนิ้วชี้ไปจิ้มแก้มสากของคนบนเตียงเบาๆ เพื่อระบายความอัดอั้น

ทว่าในจังหวะที่ปลายนิ้วของนางแตะลงบนแก้มของเขา แพขนตาหนาของคนบนเตียงกลับขยับไหวระริก!

เวินซู่เหยาสะดุ้งเฮือก รีบชักมือกลับซ่อนไว้ด้านหลังทันที

เปลือกตาของลู่ฉางเยว่ค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า นัยน์ตาที่เคยฉายแววเด็ดขาดและเยือกเย็นอยู่เสมอ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความมึนงงและว่างเปล่า เขากะพริบตาปรับม่านตาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองหญิงสาวในชุดสีเขียวอ่อนที่นั่งเบิกตากว้างอยู่ข้างเตียง

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนอนจนได้ยินเสียงถ่านไฟปะทุในกระถางไฟ

ลู่ฉางเยว่ขมวดคิ้ว ยกมือขึ้นแตะผ้าพันแผลบนศีรษะของตนเองเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“เจ้าคือผู้ใด... เหตุใดข้าจึงมานอนอยู่ที่นี่”

เวินซู่เหยาอ้าปากค้าง หัวใจกระตุกวูบ

สวรรค์! หมอหลวงจ้าวคาดการณ์ไว้ไม่ผิดเพี้ยน เขาสูญเสียความทรงจำจริงๆ ด้วย!

ลู่ฉางเยว่พยายามจะยันกายลุกขึ้น แต่นัยน์ตากลับฉายแววเจ็บปวด เขามองสำรวจไปรอบห้องนอนที่ตกแต่งด้วยอาภรณ์ผ้าไหมของสตรี ซึ่งไม่คุ้นตาเขาเลยแม้แต่น้อย “ที่นี่คือที่ใด ข้าจำได้ว่าข้าเพิ่งรับตำแหน่งในสำนักผู้ตรวจการ แล้วเหตุใด...”

เขานิ่งคิดทบทวน ความทรงจำของเขาหยุดอยู่แค่เมื่อสามปีก่อน ตอนที่เพิ่งสืบทอดบรรดาศักดิ์จิ้งอันโหวและเข้ารับตำแหน่งขุนนางในราชสำนัก ส่วนเรื่องราวหลังจากนั้นกลับขาวโพลนไม่หลงเหลืออยู่ในหัวแม้แต่น้อย!

สายตาคมหันกลับมาจับจ้องที่เวินซู่เหยาอีกครั้งด้วยความระแวดระวังตามความเคยชิน “ข้าถามว่าเจ้าคือผู้ใด เหตุใดจึงเข้ามาอยู่ในห้องของข้า!”

ในชั่วพริบตานั้น ความคิดของลูกสาวพ่อค้าใบชาแห่งเมืองหยางโจวก็แล่นปราดเปรื่อง!

เวินซู่เหยาคำนวณผลได้ผลเสียในใจอย่างเฉียบขาด

ทางเลือกที่หนึ่ง บอกความจริงว่านางคือภรรยาที่เขาเกลียดชังเข้ากระดูกดำ และยื่นหนังสือหย่าให้เขาประทับตราเดี๋ยวนี้... แต่ด้วยนิสัยขี้ระแวงของลู่ฉางเยว่ หากเขารู้ว่านางเป็นคนที่เขาเกลียดและแต่งเข้ามาเพราะข้อแลกเปลี่ยนกับแม่เลี้ยง เขาจะต้องสั่งสอบสวนเรื่องใบผ่านทางและไม่ยอมปล่อยนางไปพร้อมสินเดิมง่ายๆ แน่ ซ้ำร้ายหากคนเรือนซงเฮ่อรู้ว่าเขาจำความไม่ได้และยังเกลียดนางเหมือนเดิม นางก็จะไร้คนคุ้มกะลาหัวและถูกซ่งเป่าจูรังแกจนตาย!

ทางเลือกที่สอง ในเมื่อเขาจำเรื่องราวตลอดสามปีที่ผ่านมาไม่ได้เลย และหมอหลวงจ้าวก็สั่งห้ามผู้ใดพูดเรื่องขัดแย้งให้เขากระทบกระเทือนจิตใจ... เช่นนั้นความทรงจำของเขาก็อยู่ในกำมือของนางแล้วมิใช่หรือ!

หากนางสวมรอยเป็นภรรยาเอกผู้แสนดีที่เขารักใคร่ปานดวงใจ นางไม่เพียงแต่จะรักษาใบผ่านทางค้าขายของตระกูลเวินไว้ได้อย่างมั่นคง แต่นางยังสามารถใช้บารมีของจิ้งอันโหวเป็นเกราะคุ้มกันภัย กวาดเอาทรัพย์สินในจวนมาดูแล และยืมมือเขาจัดการฮูหยินผู้เฒ่ากับสะใภ้รองให้ราบคาบ!

ทำการค้าย่อมต้องเลือกทางที่ได้กำไรสูงสุด ในเมื่อสวรรค์ส่งสามีความจำเสื่อมมาให้ถึงขอบเตียง ข้าจะยอมขาดทุนได้อย่างไร!

ทันทีที่ตัดสินใจได้ มือเรียวที่ซ่อนอยู่ด้านหลังของเวินซู่เหยาก็ขยับอย่างรวดเร็วและแนบเนียน

นางแอบสะบัดข้อมือ ทิ้งแผ่นกระดาษหนังสือหย่าลงไปในกระถางไฟที่ตั้งอยู่ข้างเก้าอี้!

เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นทันที กลืนกินตัวอักษรตัดขาดความเป็นสามีภรรยาจนมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านสีดำในพริบตาเดียว โดยที่คนบนเตียงไม่ทันได้สังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อย

ครู่ต่อมา ใบหน้าจิ้มลิ้มของเวินซู่เหยาก็แปรเปลี่ยนเป็นโศกเศร้าสะเทือนใจอย่างสุดซึ้ง หยาดน้ำตาเม็ดโตเอ่อคลอเบ้าตาได้อย่างแนบเนียน ก่อนที่นางจะโผเข้าเกาะขอบเตียง วางมือทาบอกแล้วร้องไห้ออกมาอย่างน่าเวทนา

“ท่านพี่ ฮึก... ท่านพี่พูดอันใดออกมาเจ้าคะ!”

ลู่ฉางเยว่ผงะถอยหลังไปชิดหัวเตียงด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ หญิงสาวตรงหน้าก็ร้องไห้ออกมา “เจ้า... เจ้าเรียกข้าว่าท่านพี่หรือ?”

“ก็ใช่น่ะสิเจ้าคะ!” เวินซู่เหยาซับน้ำตาด้วยปลายแขนเสื้อ ช้อนดวงตากลมโตขึ้นมองเขาด้วยแววตาตัดพ้อระคนรักใคร่ “ท่านพี่จำเหยาเหยาของท่านไม่ได้แล้วหรือเจ้าคะ! ข้าคือเวินซู่เหยา ฮูหยินเอกเพียงคนเดียวของท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ!”

ลู่ฉางเยว่ขมวดคิ้วแน่น “ข้า... แต่งงานแล้วหรือ? กับเจ้า?”

“โธ่ ท่านพี่ของข้า ช่างน่าสงสารเหลือเกิน ศีรษะกระแทกโขดหินจนลืมเลือนแม้กระทั่งสตรีที่ท่านรักที่สุดไปได้อย่างไรเจ้าคะ!”

เวินซู่เหยาตีอกชกตัวเบาๆ พลางขยับเข้าไปใกล้ขอบเตียงมากขึ้น เอื้อมมือไปกุมมือใหญ่ที่เย็นเฉียบของลู่ฉางเยว่ไว้แน่น แล้วเริ่มปั้นน้ำเป็นตัวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่ฟังดูจริงใจยิ่งกว่าความจริง

“เมื่อหนึ่งปีก่อน ท่านพี่เดินทางไปพบข้าที่เมืองหยางโจว ท่านพี่ตกหลุมรักข้าตั้งแต่แรกพบ รักข้าปานดวงใจ ทะนุถนอมข้าไว้ในอุ้งมือ ถึงขั้นเคยไปคุกเข่าตากฝนอยู่หน้าจวนตระกูลเวินของข้าถึงสามวันสามคืนเพื่อขอแต่งงานกับข้าเชียวหนา! ตอนนั้นท่านพี่สาบานต่อหน้าฟ้าดินว่า ชั่วชีวิตนี้หากไม่ได้เวินซู่เหยามาเป็นฮูหยิน ท่านพี่จะไม่ยอมแต่งงานกับหญิงใดอีก ท่านพี่ลืมความรักอันลึกซึ้งของพวกเราไปแล้วหรือเจ้าคะ!”

ลู่ฉางเยว่เบิกตากว้าง มองใบหน้าอาบน้ำตาของหญิงสาวตรงหน้าสลับกับมือของตนที่ถูกนางกุมไว้แน่น

ในหัวที่ว่างเปล่าของจิ้งอันโหว พลันเกิดคำถามอันยิ่งใหญ่ขึ้นมาในใจ...

คนอย่างข้า... ถึงขั้นเคยไปคุกเข่ากลางสายฝนสามวันสามคืนเพื่อขอสตรีแต่งงาน?

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel