บทที่ 1.6
ตอนนี้เกรงว่าองค์ชายรองจะทั้งอยากให้ศึกครั้งนี้จบลงเร็วๆ ทั้งไม่อยากให้สงครามจบลงด้วยดี เพราะหากตระกูลเซี่ยสร้างผลงาน ก็เท่ากับรัชทายาทอาจขึ้นนั่งบัลลังก์ได้อย่างมั่นคง ...หยางกวงก็ได้แต่หวังว่าองค์ชายรองจะเห็นแคว้นต้าฉู่มาก่อนผลประโยชน์ส่วนตน
เนื่องจากเป็นราชโองการสอบสวนลับๆ อ๋องหนุ่มจึงคัดเพียงองครักษ์ฝีมือดีขี่ม้าติดตามไปยังชายแดนเหนือ ระหว่างทางก็คอยจับตาขบวนคุ้มกันเสบียงของฝ่ายต่างๆ ที่ส่งเสบียงไปช่วยทัพทางเหนือ ทั้งทางบก ทางน้ำ เขาพบว่ามีน้อยยิ่งกว่าน้อย อีกทั้งยังมีข่าวโจรที่ดักปล้นกลางทาง ถึงอย่างนั้นเมื่อไปถึงจุดที่กล่าวอ้างว่าโดนดักปล้น จุดดังกล่าวกลับไร้ร่องรอย ไม่หลงเหลือหลักฐาน ไม่มีสิ่งใดบ่งบอกว่าเคยมีการต่อสู้เกิดขึ้น
“ทูลท่านอ๋อง ข้างหน้ามีขบวนรถม้าพ่ะย่ะค่ะดูเหมือนจะเป็นขบวนขนเสบียงขึ้นเหนือ”
“เสบียง? ของฝ่ายใด”
“เป็นของจวนอี้ผิงโหวและจวนหย่งจื๋อปั๋วพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยเห็นธงของสองจวนบนรถม้าขนข้าวเปลือก”
“ธง??” หยางกวงเลิกคิ้ว “ขนเสบียงทั้งยังใช้ธงอย่างเอิกเกริก?? ดูเหมือนมีคนอยากได้ความดีความชอบ”
“แต่เหตุใดจึงใช้ถนนสายรอง? หากอยากเปิดเผยให้ผู้อื่นล่วงรู้ถึงเพียงนี้ นอกจากธงก็สมควรใช้เส้นทางหลัก ใช้เส้นทางรองเช่นนี้เสี่ยงที่จะถูกดักปล้นยิ่งนัก”
“ทางหนึ่งประกาศให้ต้าฉู่รู้ว่าจวนโหวกับจวนปั๋วส่งเสบียง อีกทางก็เลี่ยงการถูกดักปล้น ทางรองอันตรายยิ่งแต่ที่ที่อันตรายจะยิ่งปลอดภัย ผู้มีความคิดบ้าบิ่นเช่นนี้นับว่า...น่าสนใจจริงๆ ใครเป็นคนนำขบวน”
“ทูลท่านอ๋อง ดูเหมือนจะเป็น...ซื่อจื่อจวนปั๋วพ่ะย่ะค่ะ”
“ซื่อจื่อจวนปั๋ว?? มิใช่ยังเด็กมากหรอกหรือ ข้าได้ยินมาว่าทายาทของท่านปั๋วยังเด็กไม่อาจเข้ากองทัพ ดังนั้นพี่สาวจึงต้องแต่งเข้าจวนโหว?”
“พ่ะย่ะค่ะเป็นเช่นนั้น ซื่อจื่อผู้นี้อายุเพิ่งย่างเข้าสิบสองขวบปี ข้างกายของเขา...ก็คือลั่วเป่ยหยวนผู้นั้น”
“ลั่วเป่ยหยวน?? หมายความว่าคุณหนูใหญ่จวนปั๋วผู้นั้นแย่งคนจากมือข้าไปได้ จากนั้นก็ใช้ลั่วเป่ยหยวนคุ้มกันขบวนเสบียงมากับน้องชายที่นางหวงแหน??”
“น่าจะเป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ”
“น่าสนใจจริงๆ” หยางกวงยิ้มที่มุมปาก เขายังไม่ทันได้สั่งการลูกดอกกลุ่มหนึ่งก็พุ่งเข้ามา ชายหนุ่มเหินกายขึ้นหลบ ทำให้ม้าของเขาโดนลูกดอกนั้นเข้าที่กลางหลัง เจ้าม้าสีขาวยกขาหน้าขึ้น จากนั้นสะบัดชายหนุ่มจนพ้นตัว วิ่งเตลิดไปยังเบื้องหน้าด้วยความแตกตื่น
เหล่าองครักษ์กรูกันเข้ามาปกป้องผู้เป็นนาย พร้อมกันนั้นก็มีมือสังหารที่แสร้งตะโกนทำเป็นดักปล้นคนเดินทาง ถึงอย่างนั้นมองปราดเดียวอ๋องหนุ่มก็รู้ว่านี่มิใช่โจร ทว่ากลับเป็นเหล่ามือสังหารมืออาชีพที่เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี
องครักษ์ฝีมือดีที่เขาพามาด้วย ล้วนเป็นยอดคนที่ถูกคัดจากฝีมือการต่อสู้ทั้งสิ้น ถึงอย่างนั้นผู้ใดจะรู้ว่าการเดินทางที่เป็นความลับ กลับมีกลุ่มมือสังหารมากมายถึงเพียงนี้รออยู่
หยางกวงตั้งรับด้วยท่าทีสงบนิ่ง ในยามที่ลูกดอกลอบโจมตีเข้ามา องครักษ์สองคนสละชีวิตเพื่อปกป้องชายหนุ่ม ทว่าลูกดอกเหล่านั้นก็ยังสาดเข้ามาราวกับไม่มีวันหมด
กระทั่ง...เขามองเห็นเงาของคนผู้หนึ่งกำลังลอบโจมตีมือยิงลูกดอกจากเบื้องหลังไกลๆ ธนูดอกแล้วดอกเล่าพุ่งเข้ามา มือสังหารค่อยๆ ล้มลงโดยที่ยังมองไม่เห็นคนลงมือ
ครู่ต่อมา...เด็กหนุ่มหน้าตาดีผู้หนึ่งจึงโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ ด้านหลังมีชายร่างสูงกำยำคอยเดินตามคุ้มกันไม่ห่าง ชายผู้นี้เขาจดจำได้ในทันทีเพราะเขาเคยอยากได้อีกฝ่ายมาเข้าร่วมในการเดินทางครั้งนี้ ...ลั่วเป่ยหยวน
“ทุกท่านไม่เป็นอะไรกระมัง”
เด็กหนุ่มผู้นั้นเอ่ยถามและมองมาที่เขา หยางกวงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ตอบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงชื่นชม “ฝีมือยิงธนูของคุณชายนับว่าล้ำเลิศ ได้เจ้าช่วยครั้งนี้ข้านับว่าติดค้างเจ้าแล้ว”
“ไม่นับเป็นเรื่องใหญ่ ข้ากับคนของข้าเฝ้าคุ้มกันเสบียงไปส่งทางเหนือ เดิมทีก็ระวังเรื่องโจรดักปล้นอยู่ก่อนแล้ว เห็นม้าแตกตื่นวิ่งไปทางนั้น ทั้งยังได้ยินเสียงการต่อสู้จึงเข้ามาดู ช่วยได้ก็ดีแล้ว พวกท่าน...มีคนบาดเจ็บ มิสู้ไปรวมกับขบวนของข้าก่อน รักษาคนเจ็บค่อยว่ากัน”
ทุกคนหันกลับไปมองหยางกวง เขามองประเมินเด็กหนุ่มตรงหน้า จากนั้นเหลือบมองลั่วเป่ยหยวน “เช่นนั้นก็...รบกวนแล้ว”