บทที่ 1.4
จวนอี้ผิงโหวเดิมทีก็มีเพียงเปลือกนอกที่กลวงโบ๋ มีเพียงบรรดาศักดิ์ ชื่อเสียง หน้าตา ฐานะ หากแต่ไร้ซึ่งกำลังทรัพย์!!!
เงินทองเท่านั้นที่สามารถเติมเต็มความปรารถนาของจวนโหวได้ หาไม่คนตระกูลจ้าวไหนเลยจะยอมให้จ้าวหลิวออกไปเสี่ยงชีวิตเช่นนี้!!
จ้าวหลิวเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของอี้ผิงโหว ฮูหยินเอกของอี้ผิงโหวที่สิ้นใจไปก่อนหน้านี้มีบุตรสาวคนหนึ่ง นางแต่งให้กับแม่ทัพเสิ่น ตอนนี้ย้ายไปประจำการยังชายแดนใต้ เรียกได้ว่าตัดขาดจากคนตระกูลจ้าวโดยสิ้นเชิง ไม่แยแส ไม่สนใจว่าจวนโหวจะทำอย่างไร จะให้ผู้ใดรับช่วงต่อ ด้วยที่เหลืออยู่ในจวนล้วนเต็มไปด้วยบุตรของอนุ อีกทั้งยังมีอนุครอบครองเป็นใหญ่ในจวน
โบราณกล่าวเอาไว้ล้วนไม่เกินจริง บุตรที่เกิดจากฮูหยินเอกซึ่งมีชาติกำเนิดเท่าเทียม มักได้รับการอบรม ดูแล สั่งสอน และเข้มงวด เพราะนี่คือหน้าตาของจวนนั้นๆ
ผิดกับบุตรที่เกิดจากอนุที่มีฐานะต่ำต้อย มารดาไม่ได้รับการสั่งสอนอย่างไร ไหนเลยจะสามารถสั่งสอนบุตรให้เป็นคนสูงส่งขึ้นมาได้!!!
อิงหลันเสวี่ยตระหนักดีถึงจิตใจที่ส่อไปถึงชาติกำเนิดของคนจวนโหว ว่านซื่อ...มารดาของจ้าวหลิวเป็นเพียงอนุที่ถูกรับมาจากบ้านนอก นางไม่มีความรู้ มีมุมมองที่คับแคบ เมื่อเข้ามาอยู่ในจวนโหวก็มีชีวิตสุขสบายจนเคยตัว ดังนั้นนอกจากเลี้ยงดูบุตรให้ใช้ชีวิตท่ามกลางความอู่ฟู่ โดยที่ตัวเองไม่จำเป็นต้องดิ้นรน ภาระทั้งหมดจึงตกอยู่กับจ้าวหลิว ทายาทที่มีดีเพียงแค่ฝีมือการต่อสู้!!
บัญชีของจวนโหวเละเทะ พ่อบ้านยักยอกเงิน แม่นมยักยอกของมีค่า แม้แต่สาวใช้เองก็แอบงุบงิบเงินเบี้ยเลี้ยงของคนครัว นับตั้งแต่บนลงล่างไม่มีผู้ใดใส่ใจว่าหน้าตาของจวนโหวนี้ควรรักษาเอาไว้หรือไม่
จ้าวเซียน...คุณหนูรองจวนโหว วันๆ เอาแต่เสพสุขใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อของมีค่า เพียงเพื่อโอ้อวดว่าจวนโหวมิได้มีเพียงแค่เปลือกนอก
จ้าวหรง...คุณชายสามที่มินิสัยเอาแต่ใจชอบเหยียดหยามทำร้ายบ่าวไพร่ หากไม่เข้าบ่อนก็ชอบไปเยือนหอนางโลม บางวันยังหาเรื่องชกต่อยแม้แต่กับคนเคาะเกราะ!!
ฐานะอันต่ำต้อยของว่านซื่อ ทำให้นางไม่อาจขึ้นเป็นโหวฮูหยิน แม้ดูเรื่องในจวนแต่ก็ถูกทั้งพ่อบ้านและแม่นมหลอกเอาง่ายๆ ข้าวของเงินทองจึงถูกยักยอกไปไม่น้อยในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี...
หนี้สินมากกว่าหกพันตำลึงทอง ทั้งจากร้านเครื่องประดับ ทั้งจากร้านแพรพรรณ ร้านข้าวสาร หอสุราต่างๆ มีแม้กระทั่งหอนางโลม
อิงหลันเสวี่ยไม่ต้องมองให้เสียเวลาเป็นรอบที่สอง หนี้สินเหล่านี้ยังนับเป็นอะไรได้หากเทียบกับ...เงินที่ว่านซื่อถูกหลอกเพราะความโง่งม!!!
นางต้องป้องกันปัญหานี้ก่อน จะให้เกิดเรื่องขึ้นซ้ำสองไม่ได้ อีกทั้งตัวปัญหาของจวนโหวทั้งสามคนนี้ นางไม่จัดการไม่ได้!!!
เพิ่งตรวจบัญชีของจวนเสร็จพ่อบ้านคนใหม่ของจวนโหวก็เข้ามารายงาน คนของร้านดอกไม้ส่งคนมาเก็บเงิน จ้าวเซียนต้องการจัดงานชมบุปผา ทำการส่งเทียบเชิญคนจากจวนต่างๆ เรียบร้อย
“แม่นมสวีท่านไปจัดการจ่ายเงินให้เรียบร้อย”
แม่นมสวีมองนางจากนั้นขมวดคิ้ว “คุณหนู งานเลี้ยงนี้จำเป็นต้องจัดจริงๆ หรือเจ้าคะ นี่เป็นช่วงสงคราม คุณหนูรองทำเช่นนี้...”
นางยิ้ม “ไม่เป็นไร ข้ายังมีเรื่องอื่นให้ทำ ไม่ว่างไปสนใจเรื่องของนาง ท่านไปจ่ายเงินเถิด”
แม่นมสวีเห็นนายของตนยอมโดยง่ายก็ได้แต่ถอนหายใจ เดินจากไปพร้อมกับความรู้สึกไม่สบายใจ คล้อยหลังนางจากไปแม่นมสวีไม่ได้รู้เลย...อิงหลันเสวี่ยเหลือบมองแผ่นหลังอีกฝ่ายด้วยสายตาใคร่ครวญ
แม่นมสวีเพิ่งเดินออกไปเสี่ยวฉวนก็เดินสวนเข้ามา “คุณหนู...ข้าไปที่เรือนครัว ได้ยินมาว่าคุณชายสามออกไปที่บ่อนอีกแล้วเจ้าค่ะ ครั้งนี้หมดเงินไปไม่น้อยเลย เขาไปเบิกเบี้ยหวัดกับท่านพ่อบ้านล่วงหน้าอีกแล้ว”
“อืม ให้เขาเบิกไปก่อน ข้ายังมีเรื่องอื่นให้ทำ ไม่ว่างไปสนใจเรื่องของเขา”
“แต่คุณหนูเจ้าค่ะ ท่านจะปล่อยให้คนจวนโหวใช้เงินมือเติบเช่นนี้ อีกไม่นานเกรงว่าแม้แต่กิจการของจวนปั๋วก็คงหาเลี้ยงปากท้องของพวกเขาไม่ไหว”
“เสี่ยวฉวน” เสี่ยวอวี๋ขมวดคิ้ว “เจ้าพูดเกินไปแล้ว คุณหนูเป็นนาย ตัดสินใจอย่างไรเจ้าก็ไม่ควรสอดปาก”
เสี่ยวฉวนคุกเข่าลงดังตึก “คุณหนูข้าน้อยพูดเพราะรู้ว่าพวกเขาไม่มีความจริงใจสักนิด รู้ทั้งรู้ว่าเงินเหล่านั้นท่านหามาได้อย่างยากลำบาก แต่กลับใช้จ่ายออกไปอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง กินอยู่เสพสุขโดยไม่คำนึงว่าตอนนี้เกิดสงครามขึ้น มีอย่างหรือท่านต้องลำบากอยู่เพียงลำพัง พวกเขากลับไม่เคยแม้กระทั่งมาคารวะท่านที่เรือน น่าเจ็บใจนัก!”
“เอาละ...เจ้าออกไปเถิด ข้าเพิ่งแต่งเข้ามาไม่อยากให้เรื่องบานปลาย ในใจเจ้าห่วงใยข้า ข้าจำเอาไว้แล้ว กลับออกไปทำงานเถิด”
“...เจ้าค่ะ”
เสี่ยวอวี๋ขมวดคิ้วมองเสี่ยวฉวน นางเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นนาย “คุณหนู”
“พี่ชายของเจ้าส่งข่าวมาแล้วหรือยัง” นางถามถึงเสี่ยวอู่พี่ชายของเสี่ยวอวี๋ที่ติดตามน้องชายไปชายแดนเหนือ
“ยังเลยเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าเย็นๆ จะลอบออกไปดู หากมีความเคลื่อนไหวข้าจะรีบเข้ามารายงานคุณหนู”
“อืม ยังมี...พรุ่งนี้ข้าจะไปที่ร้านบนตรอกหั่วเซิง เจ้าช่วยให้คนไปแจ้งท่านพ่อบ้านซู บอกให้เขามาพบข้าที่นั่น”
“เจ้าค่ะ”
“อย่าให้ผู้ใดรู้เล่า แม้แต่แม่นมสวีกับเสี่ยวฉวนก็ห้าม”